เพนต์เฮนนาผันฝันร้าย ด.ญ.ร้องไห้โฮ ลายดอกไม้พุพองปวดแสบปวดร้อน

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. เดอะซันรายงานว่าเกิดเรื่องไม่คาดฝันกับเด็กหญิงชาวอังกฤษคนหนึ่งหลังไปเที่ยวกับครอบครัวที่ประเทศอียิปต์และเพนต์เฮนนาเพื่อความสวยงาม แต่เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงจนมีแผลเกิดขึ้นเป็นรอยตามรูปที่เพนต์

ด.ญ.เมดิสัน กัลลิเวอร์ วัย 7 ขวบ ประสบเหตุดังกล่าวระหว่างไปเที่ยวอียิปต์กับครอบครัว เมื่อเพนต์เฮนนา ศิลปะการระบายสีบนผิวหนังของชาวอินเดียที่นิยมเขียนลายบนร่างกายให้สวยงาม

นายมาร์ติน กัลลิเวอร์ วัย 50 ปี พ่อของเด็กหญิง เล่าว่า ตนอนุญาตให้ลูกสาวเพนต์เฮนนาที่โรงแรมฮูร์กาดา หลังจากนั้นปรากฏว่าเกิดอาการแพ้ มีตุ่มขึ้นเป็นรอยลวดลายตั้งแต่นิ้วนางจนถึงข้อศอก ลูกสาวปวดแสบปวดร้อนมากบริเวณแผล

เหตุเกิดหลังจากภรรยาของนายกัลลิเวอร์ป่วย มีอาการติดเชื้อในถุงน้ำดี ระหว่างท่องเที่ยว ในสัปดาห์ที่สองที่อียิปต์ จนต้องรีบไปโรงพยาบาล ระหว่างนั้น ด.ญ.กัลลิเวอร์ พร้อมด.ช.เซบาสเตียน วัย 9 ขวบ พี่ชาย ต้องเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลจนมีอาการดีขึ้น หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้รับอนุญาตจากพ่อให้เพนต์เฮนนาได้ โดยคุณพ่อไม่ได้นึกถึงภัยที่มาจากสารในสีย้อมผ้า

ต่อมาลูกชายของนายกัลลิเวอร์เริ่มบ่นว่ามีอาการคันบริเวณที่เพนท์เฮนนา และไม่นานนักหลังจากครอบครัวนี้กลับมาที่อังกฤษแล้วเด็กหญิงกัลลิเวอร์ก็มีอาการแพ้อย่างรุนแรงที่ผิว

แพทย์ที่อังกฤษระบุว่า อาการของด.ญ.กัลลิเวอร์เป็นผลมาจากสารพาราฟินีลินไดอะมีน ซึ่งอยู่ในสีย้อมที่มากับหมึกสีดำในการเพนต์เฮนนา มีฤทธิ์ก่อให้เกิดการแพ้และทำให้ผิวหนังอักเสบ บางรายมีอาการแพ้ที่รุนแรง โดยสารชนิดนี้พบได้ในผลิตภัณฑ์ย้อมสีผม หรือกระทั่งครีมกันแดด

ด้านโรงแรมในเมืองฮูร์กาดาส่งจดหมายมาขอโทษครอบครัวกัลลิเวอร์ พร้อมกับสั่งให้ปิดการให้บริการเพนต์เฮนนาไปแล้ว

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

หัวอกแม่! ร่ำไห้วอนช่วยชีวิตลูกสาว ถูกหนุ่มลูกบิ๊กทหารอุ้มหายตัว 3 ปี ไม่มีใครกล้าแตะ

วันที่ 2 ส.ค. นางพัชรี ปั้นทอง (แม่น้องพลอย) และ เพื่อนสนิทของน้องพลอย ได้เดินทางไปเปิดใจในรายการ “โหนกระแส” ถึงประเด็น ลูกสาวถูกแฟนหนุ่ม ซึ่งเป็นลูกชายของนายทหารระดับบิ๊กอุ้มหายไป 3 ปี ไม่มีใครกล้าแตะต้อง เพราะเส้นใหญ่คับฟ้า จนคุณแม่ต้องไปเรียกร้องความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี โดยมี “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นพิธีกร

พิธีกรเริ่มถามว่าวันนั้นเกิดเหตุอะไรขึ้น นางพัชรี ตอบว่า “3 ปีที่ผ่าน น้องทำงานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง วันนั้นน้องมีประชุม และน้องบอกกำลังจะกลับบ้าน ปกติจะกินข้าวเย็นด้วยกันทุกวัน จนประมาณ 20.15 น. น้องยังไม่กลับ เลยส่งไลน์หาน้อง วันนั้นเป็นวันที่ 21 พ.ค. 2557 แม่ส่งไลน์ไป 3 ข้อความไม่อ่านเลย ก็เลยโทรศัพท์ไป 4 สาย สายที่ 4 ตัดทิ้งค่ะ หลังจากวันนั้นก็ไม่เห็นหน้าน้องอีกเลย ก่อนหน้านี้ลูกสาวไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้ กับแฟนคนนี้คบกัน 2-3 ปี แฟนเขาเป็นคนอารมณ์รุนแรงมาก เวลาโทรมาหาน้องจะดุน้องมาก เคยมาทำร้ายถึงในบ้าน ทะเลาะกันก็มาขว้างโทรศัพท์น้อง”

พิธีกรถามคุณเอ (นามสมมุติ) เพื่อนสนิทกับพลอย ทราบปัญหาของเพื่อนบ้างหรือเปล่า เอ ตอบว่า “แฟนพลอยจะมีอารมณ์ขี้โมโหทำอะไรก็ต้องให้ได้ดั่งใจ ส่วนพลอยเป็นคนร่าเริงและเป็นคนที่รักแม่ หวงแม่ เวลาจะออกไปไหน จะซื้อของมาฝากตลอด มีอยู่วันหนึ่งเราได้ไปอ่านไลน์ของพลอย ซึ่งมีคำพูดที่ไม่สุภาพ ด่าพลอย ถ้าพลอยไปมีแฟนคนอื่นจะกรีดหน้าให้เสียโฉม”

พิธีหันมาถามนางพัชรี ผู้เป็นแม่ว่าทราบเรื่องนี้หรือเปล่า นางพัชรี ตอบว่า “ทราบค่ะ ตอนนั้นเขาเลิกกันแล้ว น้องพลอยมาเล่าให้ฟังว่า แฟนเขามีครอบครัวอยู่แล้ว เลยตัดสินใจเลิก และรับปากกับแม่ว่าจะเลิกยุ่งเด็ดขาด หลังจากนั้นน้องก็มีคนมาคบหาใหม่ พอผู้ชายคนนี้รู้เขาก็ขับรถกันมาขอน้องแต่งงานทั้งๆ ที่เขามีครอบครัวอยู่แล้ว คือตอนที่เขาขับรถมาแม่ก็ไม่รู้ว่าเขามาขอแต่งงาน เพราะว่าแม่ทำงานอยู่ เขาบอกจะหมั้นไว้ก่อนแสนนึง แต่มีข้อแม้ว่าจะเอาน้องไป แม่เลยบอกว่าขอถามน้องก่อน แม่ก็เลยโทรศัพท์ไป น้องก็บอกว่าไม่เอาแล้วนะ น้องเล่าให้ฟังว่าเขาไปดักทำร้าย”

ทำไมแม่คิดว่าผู้ชายคนนี้อุ้มน้องหายไปเมื่อ 3 ปีก่อน นางพัชรี ตอบว่า “เขาจำนนด้วยหลักฐานหลายอย่าง หนึ่งกล้องวงจรปิด เป็นรถเก๋งสีของเขา และมีคนเห็นรถเก๋งคันนี้จอดอยู่แล้วผู้ชายใส่ชุดทหาร แล้วแม่ก็ไปขอความช่วยเหลือคน คนหนึ่งเขาเจาะข้อมูลให้ เขาบอกว่าน้องหายไปกับคนที่ใช้โทรศัพท์เบอร์นี้ และไปจอดที่ปั๊ม 19.15 น. เหตุการณ์ชี้ชัด”

ผู้ชายคนที่ว่าอุ้มน้องไปเมื่อ 3 ปีก่อนยังเจออยู่ไหม นางพัชรี เผยว่า “วันแรกที่เกิดเรื่อง รุ่งเช้าเขาโทรมาหาแม่ บอกว่าได้ข่าวว่าน้องหายไป เราก็ถามไปว่าเอาน้องไปมั้ย เขาบอกผมไม่เอาหรอก มาขอแม่ แม่ก็ไม่ให้ เขาตอบแบบนี้ ประมาณอีก 5-6 วัน เขาก็โทรมาว่ารู้เรื่องน้องพลอยหรือยัง เจอยัง แล้วจากนี้แม่จะทำยังไงต่อ แม่ก็บอกต้องแจ้งความ ก็เลยถามเขาว่าถามจริงๆ ตอบแบบลูกผู้ชายนะเอาน้องไปมั้ย เขาก็บอกว่าไม่ได้เอาไป เราก็ถามว่าแน่ใจนะ เขาบอกว่าแน่ใจ และบอกว่าไม่รู้สินะ แล้วก็ตัดสายทิ้งไป หลังจากนั้นก็ไม่เจอเลย”

พีธีกรถามต่อว่า แม่คิดว่าเขายังมีชีวิตอยู่ไหม นางพัชรี ตอบว่า “3 ปีที่รอ แม่ต้องสู้กับเวลาและความอดทน ลูกต้องอยู่สิค่ะ แม่ต้องอดทนทั้งกระแสทั้งบวกและลบ รอลูก ลูกต้องกลับมากินข้าวด้วยกัน แม่ส่งข้อความหาลูกทุกวัน ส่งมา 3 ปี ส่งไปเบอร์มือถือน้อง แต่ติดต่อน้องไม่ได้ อยากให้มีอะไรมาดลบันดาลให้น้องมาเปิดอ่าน น้องจะได้รู้ว่าแม่รอเขาอยู่ น้องต้องอยู่ค่ะ เราต้องกลับมากินข้าวเย็นด้วยกัน เราเคยไปเที่ยวด้วยนะ”

ติดตามชมการเปิดใจแบบหมดเปลือก ได้ในรายการ “โหนกระแส” วันนี้ 20.30-21.00 น. ช่อง 28

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

22ชีวิตระทึกอีกแล้ว!! บัสนักท่องเที่ยวชนสนั่นกระบะ คนเจ็บเลือดอาบหน้า-ร้องเจ็บปวดให้ช่วย

เมื่อเวลา 04.26 น. วันที่ 27 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้รับเเจ้งรถบัสนักท่องเที่ยวชาวจีนชนกับรถกระบะบริเวณตรงข้ามร้านโชคโยธาวัสดุก่อสร้างใกล้สามเเยกปากทางเข้าวัดหลวงปู่สุภาฯ ม.6 ต.ฉลอง อ.เมือง จึงประสานหน่วยภูเก็ตร่วมใจกู้ภัยเข้าร่วมตรวจสอบ หลังจากนั้น ร.ต.อ.สมเกียรติ สารสิทธิ์ ร้อยเวร สภ.ฉลอง เข้าตรวจสอบพบรถบัส หมายเลขทะเบียน 31-0344 กทม. ข้างรถเขียนชื่อ บริษัทไทเมอร์นิ่งซั่นทัวร์ ในสภาพพังเสียหาย คนขับ คือ นายณัฐพล โปซิว อายุ 36 ปี นอนเจ็บอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงเริ่มทำการช่วยเหลือก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ใกล้กันยังพบรถกระบะโตโยต้าสีขาว หมายเลขทะเบียน กว6371 ภูเก็ต ภายในมีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ในสภาพเลือดนองใบหน้า ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทราบชื่อ คือ นายพัทธนันทร์ เกษมโชค อยู่ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย ช่วยกันนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากรถ อย่างทุลักทุเล เพราะส่วนขาติดอยู่บริเวณด้านในรถ นอกจากนี้ภายในรถคันดังกล่าวยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีกรายทราบชื่อภายหลังว่า นายอนิพัฒน์ นาครินทร์ อายุ 39 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาขวา เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสิริโรจน์ ภูเก็ต ส่วนคนขับรถกระบะส่งตัวไปที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

 ทั้งนี้จากการสอบสวนนายณัฐพลคนขับรถบัส เบื้องต้นทราบว่า รถบัสคันดังกล่าวได้วิ่งมาจากฝั่งตัวเมืองภูเก็ต เพื่อนำนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 22 คน ซึ่งมาจากสนามบินไปส่งยังโรงแรมกะรนฮิลล์ ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ขณะที่รถยนต์กระบะวิ่งมาจากฝั่งวัดฉลองเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต เมื่อมาถึงจุดดังกล่าว รถกระบะที่วิ่งสวนมาได้เกิดวิ่งข้ามเลนมากะทันหัน จึงหักหลบไม่ทัน และเกิดการชนกันอย่างรุนแรง แต่โชคดีที่นักท่องเที่ยว 22 คนไม่ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่คนขับรถยนต์กระบะก็ได้พยายามบอกว่าตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายผิดแต่เป็นฝ่ายรถบัสที่วิ่งกินเลนเข้ามา จนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวเพื่อพิจารณาว่าฝ่ายใดผิด ฝ่ายใดถูก เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดเวทนา!! แม่วัยรุ่นทิ้งลูกสาวขวบเดียวไว้ที่โรงแรม ก่อนหายตัวไปกับผู้ชาย-แม่บ้านแฉ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 ก.ย. ร.ต.อ.อิสระ แสงสว่าง ร้อยเวร สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่า มีเด็กถูกทิ้งไว้ในโรงแรมสุขสวัสดิ์เกรดเฮ้า ตั้งอยู่ เลขที่127/10 หมู่ที่ 13 ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ โดยหลังรับแจ้ง จึงประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูไปยังจุดเกิดเหตุ แยกจากถนนสุขสวัสดิ์เข้าซอยหมู่บ้านสุขสวัสดิ์นิเวศน์ไปประมาณ 500 เมตร ด้านซ้ายมือ พบโรงแรมดังกล่าวเป็นอาคารสูงสองชั้น โดยชั้นล่างของตัวอาคารห้องที่ 3 พบเด็กหญิงวัยเพียง 1 ขวบ นั่งอยู่บนเตียงนอน โดยมีแม่บ้านของโรงแรมคอยดูแลอย่างใกล้ชิด201609182011012-20041020105821จากการสอบถามนางทองหลา อายุ 50 ปี ทราบว่า หลังจากที่ตนมาเข้าเวรของช่วงเช้าวันนี้ ได้รับทราบจากเพื่อนร่วมงานว่า ในช่วงเวลา 01.00 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา มีหนุ่มสาวสองคนพร้อมด้วยเด็กเข้ามาเปิดห้องพักชั่วคราว จนกระทั่งเวลา 04.00 น. ซึ่งหมดเวลาเข้าพัก ทางเจ้าหน้าที่ของโรงแรมจึงเข้าไปตรวจสอบภายในห้องเพื่อทำความสะอาดห้อง แต่ปรากฏว่าไม่พบหนุ่มสาว โดยทั้งคู่ได้ออกจากห้องไปแล้ว แต่ได้ทิ้งลูกสาวไว้ในห้อง โดยในเบื้องต้นทราบว่า หญิงสาวที่มาพัก จะมาพักที่โรงแรมเป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่จะเปลี่ยนคู่นอนเป็นประจำ ไม่ค่อยซ้ำหน้า ซึ่งบางครั้งก็จะนำลูกน้อยมาด้วย โดยหลังเสร็จกิจก็จะนำกลับไป แต่มาครั้งนี้กลับทิ้งลูกน้อยไว้ภายในห้องเพียงลำพัง

ทางแม่บ้านจึงได้แจ้งไปยังนางกัณหา แก้วชูมา เจ้าของโรงแรมให้รับทราบ ต่อมานางกัณหาได้มาตรวจสอบที่โรงแรมจนถึงเวลา 10.00 น. ก็ไม่มีทีท่าของแม่เด็กว่าจะมารับลูก จึงได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการติดตามแม่เด็กมารับลูกคืนไป ในขณะเดียวกันโรงแรมก็ไม่สะดวกที่จะรับเด็กไว้เลี้ยง จึงได้นำเด็กไปเลี้ยงไว้ชั่วคราวที่บ้านพักซอยหมอบาง ย่านพระสมุทรเจดีย์ เพื่อเห็นแก่มนุษยธรรม อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังสอบสวนเบื้องต้นจะได้ดำเนินการติดตามคุณแม่รายนี้มาสอบปากคำ หากพบว่ามีเจตนาทิ้งลูกก็จะดำเนินคดีไปตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด