หนุ่มสุดทน เจอแท็กซี่ขี้หงุดหงิด ตะคอกใส่แถมตั้งใจถอยรถชน (คลิป)

โลกโซเชียลได้เผยแพร่คลิปและเรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Chayu Mahabhol ซึ่งได้บรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการโดยสารรถแท็กซี่ โดยสรุปว่า มีการเรียกแท็กซี่จากงานเกษตรแฟร์ คนขับมีการพูดด้วยความไม่พอใจมาตลอดทาง จนถึงที่หมาย แท็กซี่ขับผิดทางและใส่อารมณ์กับผู้โพสต์ จนเกิดการเถียงกัน โดยผู้โพสต์อธิบายว่า ได้บอกที่หมายแล้ว แต่แท็กซี่ไม่ฟังและเลี้ยวผิดเอง จนมีการใส่อารมณ์กัน เมื่อผู้โดยสารลงจากรถ แท็กซี่ได้ตั้งใจถอยรถมาอย่างเร็ว แต่ผู้โพสต์กระโดดหลบทัน จนมีการเรียกรปภ.ช่วยปิดประตู และถ่ายคลิปให้แท็กซี่สารภาพตามที่ปรากฏ

 

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.โคราชจับ”ร้อยโท”เก๊ เจ้าตัวสารภาพแต่งเครื่องแบบเท่ๆไว้ตระเวนจีบสาวๆ

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. พ.ต.ท.วรการ ป้องกัน รองผกก.ป.สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งจากทาง รพ.กรุงเทพ-ราชสีมา ว่ามีคนแต่งตัวคล้ายทหารยศร้อยโท เข้ามาในโรงพยาบาลหลายครั้งโดยไม่ทราบเหตุผล ขอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ15578428_1040755296054059_1635310587932223580_nพ.ต.ท.วรการจึงพร้อมกำลังตำรวจลงพื้นที่ กระทั่งต่อมาเวลาประมาณ 12.30 น.ได้พบกับนายสุนทร ฉัตรดอน อายุ 30 ปี ขี่จยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีครีม ทะเบียน 1กง 1819 บุรีรัมย์ ผ่านมาโดยสวมกางเกงทหาร ใส่เสื้อลายพรางคอกลมของกองทัพบก จึงขอตรวจค้นขอดูบัตร

ตอนแรก นายสุนทร ยืนยันเป็นทหารยศ ร.ท.สังกัด ช.พัน 3 ค่ายสรุนารี แต่อ้างทำบัตรทหารหาย มีเพียงบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งภาพในบัตรใส่ชุดทหารยศ ร.ต. ตำรวจจึงไปตรวจที่หน่วยทหาร ช.พัน 3 ได้รับการยืนยันว่าไม่มีกำลังพลยศ ร.ท.ชื่อสุนทร ตามที่แอบอ้าง

จากนั้นนายสุนทรจึงยอมรับสารภาพว่าไม่ได้เป็นทหาร แต่ได้รับเลือกเข้าเป็นทหารเกณฑ์ เมื่อปี2550 และได้รับแต่งตั้งเป็นสิบตรีกองประจำการ ซึ่งก่อนปลดประจำการได้พยายามสอบเข้าเป็นนายทหารสัญญาบัตรหลายครั้ง แต่ไม่สามารถสอบได้ และด้วยความที่ตนอยากเป็นทหารเพราะเห็นว่าเท่ดีและสาวๆชอบ จึงซื้อเครื่องแบบทหารมาใส่แต่ก็ถูกจับได้ อีกทั้งยังทราบว่านายสุนทรแต่งชุดทหารเต็มยศโชว์บนเฟซบุ๊กหลอกสาวๆด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณภาพจาก ข่าวคนโคราช

คลิปแท็กซี่เลือดร้อน คว้าเหล็กหวดไม่ยั้ง ทั้งที่หนุ่มขับรถมินิยกมือไหว้ ยังไม่ยอมหยุด

สมาชิกเฟซบุ๊ก “Aoffer Chamat Chamat” โพสต์คลิปเหตุการณ์โชเฟอร์แท็กซี่ใช้ท่อนเหล็กตีคนขับรถมินิสีแดง กลางถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 ธ.ค. ทั้งที่คนขับรถมินิพยายามยกมือไหว้ขอโทษแล้ว แต่โชเฟอร์แท็กซี่เลือดร้อนก็ยังใช้ท่อนเหล็กตีไม่หยุด จนมีชาวบ้านในละแวกนั้นเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปห้ามปราม พร้อมทั้งบอกว่าเขาขอโทษแล้วก็ควรหยุด ก่อนที่แท็กซี่จะกลับขึ้นรถไป พร้อมระบุข้อความว่า “มินิเหลืองกราบรถกู มินิแดงอย่าตีกู” เวลาประมาณ 15.00 น.วันที่ 6 ธันวาคม 2559 พิกัดถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เกิดเหตุการณ์แท็กซี่ ใช้เหล็กตีเจ้าของรถมินิสีแดง ทั้งๆที่เค้าก็ขอโทษแล้วนะ พี่แท็กซี่ก็ใจร้อนเกินไปนะ ตีเค้าเสร็จขับรถหนีเค้าไปอีกนะพี่นะ… ช่วยกันแชร์คับ…”

ที่มา>>>ข่าวสด

“เบส อรพิมพ์”โพสต์ล่าสุดว่า “ขอกราบขอโทษจากหัวใจอีกครั้ง”

จากกรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ “เบส”อรพิมพ์ รักษาผล นักพูดสาวที่พูดพวดพิงถึงคนอีสานจนกลายเป็นกระแสดราม่า สังคมออกมาติติงการพูดที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่าคนอีสาน โดยเฉพาะดารานักแสดงซึ่งเป็นคนอีสานพากันรับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่า”เบส”จะออกมาโต้ทำนองว่าไม่มีเจตนาหยามหมิ่นคนอีสาน ที่เข้าใจผิดเพราะไม่ได้ทั้งหมด 1 ชั่วโมง 30 นาทีของการบรรยาย มีการตัดออกเป็นก้อนๆ ตอนๆ ส่วนๆ ท่านจะไม่เข้าใจบริบทก่อนหน้าและหลังจากนั้นคืออะไร15032823_564211313777069_6767332137801238333_nต่อมามีการแชร์ภาพป้ายต่อต้าน “เบส อรพิมพ์” ตามสะพานลอยบริเวณถนนมิตรภาพช่วงอ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และเส้นทางไปจ.สระบุรี และจ.นครราชสีมา จำนวนหลายสิบป้าย โดยมีใจความคล้ายคลึงกัน อาทิ “ขอให้ เบส หยุดพูดสร้างความแตกแยก” หรือ “เหยียบย่ำหัวใจคนอีสาน” ซึ่งคาดว่าเป็นผลพวงจากการที่มีการแชร์คลิปการพูดของ”เบส”ที่พาดพิงถึงคนอีสานcapture-20161119-134050 ล่าสุดวันที่ 19 พฤศจิกายน เบส อรพิมพ์ ได้ชี้แจงผ่านอินสตาแกรม @best_orapim ระบุว่า “เพจ เบส อรพิมพ์ รักษาผล ภายในเฟซบุ๊ก รวมถึงเพจและอินสตาแกรมอื่น ๆ นั้น เป็นเพจปลอม ไม่ใช่ของเธอแต่อย่างใด และขอกราบขอโทษจากหัวใจอีกครั้ง”capture-20161119-134132

ที่มา>>>ข่าวสด

เกลียดแรกพบ…บันทึกความรักของพระราชินี ที่มีต่อในหลวง ร.9 มาอย่างยาวนาน

ในหลวง พระราชินี
ในหลวง พระราชินี       สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ พระราชทานสัมภาษณ์ความรักระหว่างพระองค์ และพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 …เกลียดแรกพบ…ความรักนิรันดร์ที่อ่านแล้วอดยิ้มตามไม่ได้

ย้อนหลังไปเมื่อปี พุทธศักราช 2521 พระบาทสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ทรงพระราชทานสัมภาษณ์แก่ สถานีโทรทัศน์ บีบีซี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในสารคดีเรื่อง “ขวัญของชาติ” พระองค์ทรงพระราชทานสัมภาษณ์ถึง รักแรกพบ… ที่ปวงชนชาวไทยอ่านแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊ก ArOoy Kw ได้นำเรื่องราวดังกล่าวมาบันทึกไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อรำลึกถึงเรื่องราวอันน่าปลื้มปีติของพ่อและแม่ ของปวงชนชาวไทย
ในหลวง พระราชินี

         โดยมีความตอนหนึ่ง ระบุว่า “สำหรับข้าพเจ้า เป็นการเกลียดแรกพบ มากกว่า รักแรกพบ เนื่องเพราะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่า จะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงแล้ว เสด็จมาถึง 1 ทุ่ม ช้ากว่านัดหมาย ตั้ง 3 ชั่วโมง ทรงทำให้ข้าพเจ้าต้องซ้อมถอนสายบัวอยู่จนแล้วจนเล่า จึงเป็นการเกลียดเมื่อแรกพบ มากกว่า รักเมื่อแรกพบ…”

สำหรับข้อความทั้งหมดมีดังนี้


ในหลวง พระราชินี
ในหลวง พระราชินี

ในหลวง พระราชินี

ในหลวง พระราชินีในหลวง พระราชินี
ในหลวง พระราชินีในหลวง พระราชินี

ในหลวง พระราชินี
ในหลวง พระราชินี
ในหลวง พระราชินีในหลวง พระราชินี
ในหลวง พระราชินี
ในหลวง พระราชินี

ในหลวง พระราชินี

ในหลวง พระราชินี

ที่มา>>>KAPOOK

แชร์ว่อน นักร้องสาวโดนผญบ.หญิงใช้ปืนตีหัวเลือดอาบ เข้าใจผิดว่าเป็นกิ๊กผัว”ขรก.”

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V5. ได้โพสต์ภาพหญิงสาวรายหนึ่งมีเลือดเต็มตัว และมีบาดแผลที่ศีรษะ โดยระบุข้อความว่า เป็นสาวนั่งดริ๊ง แต่ถูกผู้ใหญ่บ้านสาวใหญ่ ภรรยาของชายข้าราชการที่อยู่ด้วย เข้าใจผิดคิดว่าเป็นชู้ ใช้ปืนตีหัวจนเลือดอาบ อีกทั้งยังดูถูกอาชีพผู้หญิงที่ทำงานกลางคืนอีกด้วย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กระหึ่มโลกออนไลน์%e0%b8%ab%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%ab

โดยล่าสุด “น้องฟ้า” (นามสมมติ) ผู้บาดเจ็บในภาพ ได้โพสต์ชี้แจงว่า ก่อนอื่นก้อต้องฝากบอกคนที่มาเม้นที่ว่าฉันก้อรู้จะจักเมียเขาดี หาว่าดิฉันวนเวียนไม่จบไม่สิ้น หาว่าดิฉันนัดเจอกันนอกสถานที่บ้าง ถึงดิฉันทำงานเป็นนักร้องกลางคืน แต่ดิฉันก็มีสมอง ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเม้นว่า ก้อเอาความจิงมาพูดิ

หนูก้อจะบอกเลยว่าคนที่โทรไปทำให้เขาทะเลาะกันคงไม่ใช่หนู แล้วเรา..คุณนักสืบเพราะดิฉันไม่ได้คิดต่อใครๆๆ มาเป็นสองเดือนสามเดือนแล้ว อีกอย่างดิฉันก้อเพิ่งมานครยากเมื่อวานแล้วโทรศัพท์ก้อเพิ่งซื้อ แล้วดิฉันจะมีเบอร์ใครได้ไง เพียงแต่เห็นมีเบอร์แปลกโทรมา เราก้อแค่เดินไปรับโทรศัพท์..เราทำงานเราก้อเดินมารับแขก ก้อขึ้นมานั่งคุยบนรถ..แล้วก้อไม่ได้ทำอะไรกัน..แล้วคุณก้อมาทำร้ายร่างกายทั้งๆๆที่คนที่โทรหาสามีคุณนะไม่ใช่ฉัน..แล้วอีกอย่างอย่างอาชีพไหนก้อคนเหมือนกัน..อย่ามาดูถูกคนกลางคืน….

ที่มา>>>ข่าวสด

โรงแรมอิสติน ตัน ยื่นอุทธรณ์ หลังถูกสั่งปิด พบยังมีนักท่องเที่ยวเข้าพักปกติระหว่างร้องเรียน

จากกรณีเจ้าหน้าที่สั่งปิดโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล จ.เชียงใหม่ ของ ตัน ภาสกรนที นักธุรกิจชื่อดัง โดยยืนยันว่าผิดกฎหมายผังเมือง และ กฎหมายควบคุมอาคาร โดยนายศรัญญู มีทองคำ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล ถ.ห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (7ต.ค.) พบว่า เปิดเป็นโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม และเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร

นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงกรณีทางจังหวัดได้มอบหมายให้ทางอำเภอเมืองเชียงใหม่เข้าทำการตรวจสอบโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล เชียงใหม่ ของนายตัน ภาสกรนที นักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนห้วยแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่นั้น เนื่องจากอาคารดังกล่าวได้ขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารชุดที่พักอาศัย หรือ คอนโดมิเนียม แต่ทางผู้ประกอบการได้นำอาคารดังกล่าวมาเปิดให้บริการเป็นโรงแรมที่พัก ซึ่งผิดต่อ พ.ร.บ.ผังเมือง ทางอำเภอเมืองเชียงใหม่ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว จึงไม่สามารถอนุญาตให้ดำเนินกิจการประเภทโรงแรมได้

ทางโรงแรมอิสติน ตันฯ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อฝ่ายปกครองของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางคณะกรรมการจังหวัดประชุมร่วมกัน พร้อมทำเรื่องขอความเห็นไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งได้พิจารณาแล้วเห็นว่าขัดต่อ พ.ร.บ.ผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร จึงไม่อนุญาตให้ดำเนินการจัดตั้งเป็นโรงแรมที่พัก จากกรณีการขออนุญาตอาคารดังกล่าวนี้ เป็นเรื่องเกิดขึ้นมาก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แต่เมื่ออาคารดังกล่าวนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการโรงแรมที่พักตามกฎหมาย จึงไม่สามารถที่จะเปิดให้บริการได้เป็นหลักที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนเรื่องที่โรงแรมออกมาชี้แจงว่ากำลังยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการส่งเสริม และกำกับธุรกิจโรงแรม เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 นั้น ยังไม่ได้รับรายงาน

ด้านนายสมหวัง บุญระยอง โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ของอาคารแห่งนี้ เป็นอีไอเอสำหรับอาคารอยู่อาศัย โดยไม่ได้ทำอีไอเอสำหรับโรงแรม จึงทำให้การนำอาคารชุดมาปรับเป็นโรงแรมถือว่าผิดกฎหมาย201610092012222-20021028190509ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ นายตัน ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก “ตัน ภาสกรนที”ว่า ตามที่มีข่าวว่าโรงแรม อิสติน ตัน โฮเทล เชียงใหม่ ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เนื่องจากโรงแรมได้รับการปฏิเสธการขออนุญาตทำธุรกิจโรงแรม เพราะมีการเปลี่ยนผังเมืองใหม่ และขณะนี้ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการการส่งเสริมและกำกับธุรกิจโรงแรมแล้ว จึงขอเรียนว่า เหตุการณ์นี้เกิดจากปัญหารอยต่อระหว่างประกาศผังเมืองฉบับเก่า และฉบับใหม่ บริษัทฯ ไม่มีเจตนาทำผิดกฎหมาย” ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ข่าวคืบหน้าเมื่อเวลา 19.50 น.วันที่ 9 ตค59 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปโรงแรม อิอิตัน ซึ่งตั้งอยู๋บนถนนห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ พบว่าทางโรงแรมยังคงเปิดให้บริการอยู่ตามปกติโดยมีนักท่องเที่ยวยังคงเข้าออกโรงแรมดังกล่าวและไฟในห้องพักบางห้องก็ยังคงเปิดแสดงว่ามีผู้เข้าไปพักอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วรวมทั้งผู้ที่มาพักใหม่ และมีรถตู้ของทางโรงแรมรับส่งแขกของโรงแรมเข้าออกเป็นระยะ ซึ่งส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศยุโรปและชาวจีน ที่มาติดต่อขอเช่าพัก ส่วนคนไทยนั้นก็จะมาเพียงถ่ายภาพรูปปั้นนายตัน ที่ตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์การค้า “ติงปร์าค”หน้าโรงแรมของเสี่ยตัน

ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามพนักงานโรงแรมอิชิตันซึ่งกำลังให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่โดยพนักงานได้เปิดเผยว่า ทางโรงแรมยังคงเปิดให้บริการตามปกติอยู่โดยทางผู้บริหารของโรงแรมได้แจ้งให้กับพนักงานทราบว่าให้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เพราะเรื่องยังอยู่การร้องขอความเป็นธรรมอยู่ เมื่อมีแขกเดินทางมาติดต่อขอพักทางพนักงานก็จะให้ขึ้นไปติดต่อกับเคาร์เตอร์ชั้น 2 ของโรงแรมทันที ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักตลอดในช่วงนี้ ส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มช็อก!! กลับห้องเจอแฟนสาวนศ.ปี1สถาบันดังเป็นศพ สลดข้อความสุดท้ายก่อนตาย

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.ท.ประสิทธิ์ แก้วกิ้ม สว. (สอบสวน) สภ.ขุนทะเล รับแจ้งเหตุ พบผู้เสียชีวิตภายในห้องเช่า ซอยสายตรี หมู่ 9 ต.ขุนทะเล อ.เมือง สุราษฎร์ธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยพิสูจน์หลักฐาน 8 และกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี 201609201710225-20050615140928-horzที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวแบ่งเช่า จำนวน 3 ห้อง เหตุเกิดห้องที่ 3 พบศพผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.วรรฑณ ศรีน้อย อายุ 19 ปี ชาว จ.นราธิวาส นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะมนุษยศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้ใช้ผ้าขาวม้าผูกกับเหล็กดัดหน้าต่าง โดยมีเลือดไหลหยดตรงบริเวณฝาผนัง

 จากการสอบถาม นายณรงค์ฤทธิ์ อายุ 20 ปี เพื่อนชายผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อช่วงเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา ตนเองและเพื่อนเจ้าของห้องดังกล่าว เดินทางออกจากห้องเช่าเพื่อไปเที่ยว อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช โดยผู้ตายซึ่งเป็นแฟนสาว พักอยู่ที่ห้องตามลำพัง จากนั้นตนได้ติดต่อกลับมาหาผู้ตาย ในช่วงเย็นวันเดียวกัน แต่ไม่มีคนรับสาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เมื่อเกิดการทะเลาะผิดใจกันจากนั้นตนและเพื่อนเจ้าของห้อง ได้เดินทางกลับมา ก็ต้องตกใจเมื่อพบศพผู้ตาย เมื่อเวลา 14.40 น. วันนี้ ทั้งนี้จากการสอบสวนเจ้าของห้องเช่าไม่ได้ยินเสียงใดๆ และภายในห้องไม่มีการรื้อค้นข้าวของใดๆอีกทั้งการชันสูตรเบื้องต้นไม่พบบาดแผลตามร่างกาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเฟซบุ๊ก นักศึกษาสาวผู้ตาย ได้เข้าไปอัพเดตประวัติของตัวเองเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา ก่อนเสียชีวิตด้วยว่า “ถ้ากุเป็นคนอื่นก็คงจะดีไปหมด อะไรที่เป็นกุ ไม่ชอบสักอย่าง” แถมยังมีข้อความตัดพ้อถึงชีวิตครอบครัวที่มีปัญหา พูดกับใครไม่ได้อีกด้วย201609201710224-20050615140928%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%95

ที่มา>>>ข่าวสด

เหตุการณ์ระทึก! พบหญิงสาวมีเชือกมัดมือมัดเท้า หนีออกมาขอความช่วยเหลือ

เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. เมื่อวันที่ 12 ก.ย.59  ศูนย์วิทยุกู้ชีพ กู้ภัย มูลนิธิระนองสงเคราะห์   ได้รับแจ้งเหตุว่า มีประชาชนพบ น้องผู้หญิง อายุประมาณ 20 ปี เศษ นั่งตัวสั่นงันงก สวมเสือผ้าแขนยาวสีดำ  และกางเกงวอล์มสีดำ  อยู่บริเวณไหล่ทาง ริมถนนเพชรเกษม  ไม่สวมรองเท้า  โดยไม่ทราบว่า วิ่งหนีออกมาจุดใด  แต่มานั่งอยู่ริมถนน  โดยที่ข้อมือมีเชือกสีขาวมัดมือ ทั้งสองข้าง และปลายเชือกขาดประมาณ 1 คืบ  ส่วนที่เท้า ทั้งสองข้าง ก็ถูกมัดด้วยเชือกไนล่อนสีเขียว ปลายเชือกขาดประมาณ 2 คืบ  ร่องรอยเหมือนกับว่าใช้ฟันกัดเชือกแล้วหลบหนีออกมา โดยขณะเกิดเหตุ ผู้ที่พบเป็นพลเมืองดี 2 คน ที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไปมา ได้ช่วยกันปลอบประโลมให้หายตกใจ

ขณะที่เฟซบุ๊กชื่อ  “บ่าวไข่ เมืองระนอง”  ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าไปช่วยและอยู่ในเหตุการณ์  ได้บันทึกภาพและเขียนข้อความระบุ “เป็นมายังไงผมไม่ทราบนะแต่ว่าตอนเจอมีเชือกผูกติดขาอยุ่มีรอยขาด มือสองข้างมีเชือกมัดอยุ่ ร้องไห้ตลอดเวลา และไม่ยอมให้ผุ้ชายถูกตัวเลย ตามลำตัวมีแผลคล้ายๆ โดนไฟจากบุหรี่จี้หลายจุด ตอนนี้ทราบแต่เพียงว่าเป็นชาวไทย  น่าจะมีเบื้องหลังมากมาย แต่ยังไม่ทราบแน่ชัด เลยตอบได้แค่นี้ครับ ส่วนตัวผู้ป่วยตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ”

ต่อมา ผู้สื่อข่าว ข่าวสด ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์นาย ชวลิต  ทองอุปการ อาสาสมัครกู้ภัย มูลนิธิระนองสงเคราะห์ น.เขตบางนอน ว่า   ขณะเข้าไปทำการช่วยเหลือผู้เสียหาย ทราบเบื้องต้นว่า ลักษณะเหมือนกับถูกทำร้ายร่างกายมา และน่าจะเป็นผู้ป่วยจิตเวช  โดยมีอาการผวาและกลัวคนมาทำร้าย โดยเฉพาะผู้ชาย ด้านเจ้าหน้าที่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็นำส่งโรงพยาบาลอย่างเดียว และจากการซักถามพบว่าพูดจาไม่รู้เรื่อง ส่วนจะถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ต้องรอผลตรวจจาก รพ.ระนอง ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เตือนภัย!! หนุ่มเข้าแจ้งความหลังโดนซุปร้อนๆสาดหน้าเหวอะ คาดแดนเซอร์มือสาด

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Ployplaytray Vanderwoodsen โพสต์รูปภาพพร้อมระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ช่วยด้วย……..ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น น้องขอเตือนภัยจากคนเที่ยว สีลม ช่วยน้องด้วย คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เวลา ตี 4.15 น้องนั่งกินเกาเหลาหน้าซอย 2 ร้านที่ทุกคนน่าจะเคยไปกิน ซึ่งน้องมากับเพื่อน หลังจากเที่ยวGoD เสร็จ เราก็มักจะมากินเกาเหลา ก่อนกลับ ในขณะที่ น้องนั่งทานเกาเหลาสวยๆเม้ากันกับเพื่อนๆ ก็มีกลุ่มโต๊ะข้าง นั่งกันอยู่ 3 คน 1 คนในกลุ่ม ได้สั่งน้ำซุปป่าวมา สาดใส่น้องและเพื่อนอีกคนในกลุ่มน้องโดยไม่รู้ ว่าสาเหตุอะไรเพราะ ไม่เคยเห็นหน้าไม่รู้จักกันมาก่อน แล้ววิ่งหนีขึ้นแท็กซี่กลับ. หายไปอย่างรวดเร็ว ส่วนพี่อีกคนที่นั่งในกลุ่มนั้นเป็นแดนซ์เซอร์โชว์ที่ซอย 2 ที่นั่งในกลุ่มนั้นบอกแค่ว่าเป็นคนไม่สนิทกันรู้จักแค่ ที่เที่ยวเจอกันบ่อยเป็นลูกค้า. ถ้ามีใครที่พอจะเหนเหตุการ์ณในวันนั้นรู้จักหรือพอบอกได้ว่าเป็นใคร ก็โปรดช่วยน้องด้วย น้องได้ทำการแจ้งความไว้แล้วที่ สน.บางรัก ช่วยแชร์ด้วยเพราะคนที่สาดน้ำร้อนใจร้ายมาไร้สาเหตุ (หรือเราสวยเกิน) เตือน ยังไงไปเที่ยวสีลมต้องระวังละเพราะเราไม่รู้ว่าคนไหนชอบไม่ชอบ แต่คนนี้น่าจะเป็นโรคจิตแบบนี้น่ากลัวหมั่นไส้หรือไม่พอใจใครก็สาดน้ำร้อนแบบนี้น่ากลัว ต้องระวังกันด้วยนะครับ  แชร์กันไปด้วยนะคับ เพราะยังตามคนสาดอยู่”

คืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ส.ค. นายปิยพัฒน์ หรือออร์แกน พันธ์สุวรรณ อายุ 28 ปี ประกอบอาชีพแฮร์สไตล์ลิสมืออาชีพชื่อดังย่านรัชดา-ห้วยขวาง ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 28 ส.ค. ตนได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.ชาญณรงค์ กันยิ่ง รอง สว.(สอบสวน) สน.บางรัก ว่าถูกคนร้ายสาดน้ำซุปใส่บริเวณใบหน้าจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 04.15 น. ของวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา

นายปิยพัฒน์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา ตนพร้อมเพื่อนชาย จำนวน 4 ราย ได้นัดรวมตัวกันเดินทางไปเที่ยวภายในซอยสีลม 2 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. ซึ่งขณะสังสรรค์ดื่มกินกันอยู่นั้นก็ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกับผู้ใดเนื่องจากมาเที่ยวอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเวลาเที่ยงคืนถึงระยะเวลากำหนดปิดร้านจึงพากันออกมานั่งร้านเกาเหลาต้มเลือดหมูที่บริเวณหน้าปากซอยดังกล่าว เมื่อมาถึงร้านตนได้สังเกตเห็นชาย 3 คน นั่งกินกันอยู่ก่อนแล้วแต่ก็ไม่ได้สนใจแม้แต่อย่างใดก่อนตัดสินใจนั่งโต๊ะที่อยู่ติดกัน เมื่อพวกตนนั่งรับประทานอาหารกันอยู่ตามปกติ จู่ๆ ตนก็ถูกน้ำร้อนสาดที่บริเวณใบหน้าฝั่งซ้ายมือเข้าอย่างจังก่อนร้องตะโกนขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวดจนมีพลเมืองดีและแม่ค้าช่วยกันนำน้ำเปล่ามาล้างหน้าให้ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เพื่อนตนที่นั่งอยู่ข้างกันก็ถูกลูกหลงอีกด้วยแต่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นตนจึงกลับบ้านพักไปล้างตัวซึ่งพบว่ามีบาดแผลพุพองที่บริเวณหน้าผากจนเป็นแผลฉกรรจ์ ก่อนตัดสินใจเดินทางไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเพชรเวชนายปิยพัฒน์ กล่าวต่อว่า ซึ่งระหว่างเกิดเหตุนั้นตนและเพื่อนต่างไม่มีใครจำรูปพรรณสัญฐานของคนร้ายได้เนื่องจากระยะเวลาเกิดเหตุรวดเร็วมาก ทั้งนี้จากการสอบถามพลเมืองดีที่เข้ามาให้การช่วยเหลือได้บอกเล่าว่า โดยก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียง 1 ใน 3 คน ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆตน บอกกับแม่ค้าขายเกาเหลาเลือดหมูว่า “ขอน้ำซุปร้อนๆสักชามจะเอาไปสาดหน้าคน” ซึ่งขณะนั้นแม่ค้าคิดว่าพูดเล่นกับกลุ่มเพื่อนจึงตักให้ตามปกติ ซึ่งกลุ่มตนก็ไม่ได้ยินเสียงและไม่ได้สนใจแม้แต่อย่างใดเนื่องจากจะรีบรับประทานและกลับบ้านพัก จากนั้นเพื่อนของผู้ลงมือก่อเหตุได้เดินออกจากร้านไปทีละคนซึ่ง 1 ใน 2 ตนมาทราบภายหลังว่าเป็นแดนเซอร์ประจำอยู่ภายในซอยสถานบันเทิงดังกล่าว เมื่อทั้ง 2 เดินออกไปผู้ชายที่เหลือเพียงคนเดียวได้เดินไปเอาน้ำซุปจากแม่ค้าก่อนนำมาสาดใส่หน้าตนคล้ายเล่นสงกรานต์เข้าอย่างจังก่อนผู้ก่อเหตุได้รีบวิ่งหลบหนีขึ้นรถแท็กซี่ไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นตนจึงเข้าแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สน.บางรัก

ต่อมาเวลา 18.00 น. วันที่ 30 ส.ค. พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางรัก เปิดเผยว่า ภายหลังจากเกิดเหตุตนได้ประสานให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียง รวมทั้งเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย อีกทั้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสอบถามข้อมูลจากผู้ประกอบการสถานบันเทิงภายในซอยดังกล่าว และร้านค้าตรงจุดเกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในเร็วนี้

ที่มา>>>ข่าวสด