สุดสลด! สาวท้องอ่อนทะเลาะสามีน้อยใจหนักใช้สายไฟผูกคอดับ

กลางดึกที่ผ่านมา (5ธ.ค.59) พ.ต.ท.ณธพัฒ ภัคนนท์ปกรณ์ สารวัตรเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง ได้รับแจ้งมีผู้ผูกคอตัวเองเสียชีวิต เหตุเกิดภายในห้องเช่าไม่มีชื่อ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานอาสาสมัครหน่วยกู้ภัย ฮุก 31 และรถพยาบาลโรงพยาบาลโคราชเมโมเรียล รุดไปให้ความช่วยเหลือ ในที่เกิดเหตุ เป็นห้องแถวเช่า ห้องที่ 5 ภายในห้องพัก ด้านหลัง อยู่หน้าห้องน้ำ พบร่าง น.ส.ลัดดาวรรณ ชื่นชม อายุ 23 ปี ชาว ต.บึงเกลือ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด สภาพใช้สายไฟฟ้าผูกคอตัวเองกับขื่อห้องน้ำ ไม่มีชีพจร เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันปั๊มหัวใจก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

จากการสอบถาม นายนิพันธ์ เงินกลม อายุ 28 ปี แฟนหนุ่ม ทราบว่า ตนและ น.ส.ลัดดา ได้อยู่กินฉันสามีภรรยามานานหลายปี โดยก่อนหน้านี้ แฟนสาวได้ตั้งครรภ์ประมาณ 2 เดือน แต่ตนและ น.ส.ลัดดา ก็ยังมีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำเกือบทุกวัน และช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ตนก็ได้มีปากเสียงทะเลาะกับแฟนสาวอีก โดยหลังจากทะเลาะกันตนได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไปข้างนอก นานเกือบ 20 นาที ปล่อยให้แฟนสาวอยู่ในห้องเพียงลำพัง จากนั้นได้กลับมาและเปิดประตูห้องเข้าไป ก่อนจะตกใจเมื่อพบว่าแฟนสาว ใช้สายไฟฟ้าเก่าที่ขาด ผูกคอตัวเองแล้ว จึงรีบร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่พักอาศัยอยู่ใกล้กันให้มาช่วยปลดเชือกออกจากคอ ก่อนจะรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ แต่เบื้องต้นพบว่า น.ส.ลัดดา ขาดอากาศหายใจเป็นเวลา ทำให้เสียชีวิตทั้งลูกในครรภ์ด้วย เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มช็อก!! กลับห้องเจอแฟนสาวนศ.ปี1สถาบันดังเป็นศพ สลดข้อความสุดท้ายก่อนตาย

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.ท.ประสิทธิ์ แก้วกิ้ม สว. (สอบสวน) สภ.ขุนทะเล รับแจ้งเหตุ พบผู้เสียชีวิตภายในห้องเช่า ซอยสายตรี หมู่ 9 ต.ขุนทะเล อ.เมือง สุราษฎร์ธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยพิสูจน์หลักฐาน 8 และกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี 201609201710225-20050615140928-horzที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวแบ่งเช่า จำนวน 3 ห้อง เหตุเกิดห้องที่ 3 พบศพผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.วรรฑณ ศรีน้อย อายุ 19 ปี ชาว จ.นราธิวาส นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะมนุษยศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้ใช้ผ้าขาวม้าผูกกับเหล็กดัดหน้าต่าง โดยมีเลือดไหลหยดตรงบริเวณฝาผนัง

 จากการสอบถาม นายณรงค์ฤทธิ์ อายุ 20 ปี เพื่อนชายผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อช่วงเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา ตนเองและเพื่อนเจ้าของห้องดังกล่าว เดินทางออกจากห้องเช่าเพื่อไปเที่ยว อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช โดยผู้ตายซึ่งเป็นแฟนสาว พักอยู่ที่ห้องตามลำพัง จากนั้นตนได้ติดต่อกลับมาหาผู้ตาย ในช่วงเย็นวันเดียวกัน แต่ไม่มีคนรับสาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เมื่อเกิดการทะเลาะผิดใจกันจากนั้นตนและเพื่อนเจ้าของห้อง ได้เดินทางกลับมา ก็ต้องตกใจเมื่อพบศพผู้ตาย เมื่อเวลา 14.40 น. วันนี้ ทั้งนี้จากการสอบสวนเจ้าของห้องเช่าไม่ได้ยินเสียงใดๆ และภายในห้องไม่มีการรื้อค้นข้าวของใดๆอีกทั้งการชันสูตรเบื้องต้นไม่พบบาดแผลตามร่างกาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเฟซบุ๊ก นักศึกษาสาวผู้ตาย ได้เข้าไปอัพเดตประวัติของตัวเองเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา ก่อนเสียชีวิตด้วยว่า “ถ้ากุเป็นคนอื่นก็คงจะดีไปหมด อะไรที่เป็นกุ ไม่ชอบสักอย่าง” แถมยังมีข้อความตัดพ้อถึงชีวิตครอบครัวที่มีปัญหา พูดกับใครไม่ได้อีกด้วย201609201710224-20050615140928%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%95

ที่มา>>>ข่าวสด

อุกอาจ! หนุ่มบุกเดี่ยวใช้มีดจี้ร้านสะดวกซื้อ 3 แห่งในภูเก็ต

หนุ่มวัย 26 ปี อุกอาจ บุกเดี่ยวใช้มีดจี้ชิงเงินร้านสะดวกซื้อ 3 แห่งใน 3 พื้นที่ภูเก็ต สุดท้ายหนีไม่รอดถูกรวบคาห้องเช่า

เมื่อช่วงเย็น วันที่ 1 มิ.ย. ชุดสืบสวน สภ.ถลาง สนธิกำลังชุดสืบสวน สภ.ป่าตอง และ สภ.กะรน จ.ภูเก็ต ร่วมกันจับกุม นายวีระชัย สิงห์เหนียว อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/90 ม.5 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมของกลางเงินสด 3,560 บาท อาวุธมีดยาว 28 ซม. รถจยย.ฮอนด้าคลิก สีส้มดำ ทะเบียน ขคว 744 ภูเก็ต เสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวสีชมพู ได้ที่ท๊อปอินท์ ม.8 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต หลังก่อเหตุใช้มีดบุกเดี่ยวเข้าจี้ชิงเงินภายในร้านแฟมิลี่มาร์ท บ้านลิพอน หมู่ 5 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จากนั้นได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 1 มิ.ย. โดยพฤติกรรมดังกล่าว มีลักษณะคล้ายกับคนร้ายที่ก่อเหตุร้านสะดวกซื้อในพื้นที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ เมื่อวันที่ 28 พ.ค. และในพื้นที่ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งศาล จ.ภูเก็ต ได้อนุมัติออกหมายจับไว้แล้วจากนั้น ชุดสืบสวน สภ.ถลาง ได้ออกตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี พร้อมกับสอบปากคำพนักงานร้านสะดวกซื้อ จนกระทั่งทราบว่า คนร้ายสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีชมพู ใส่กางเกงสามส่วน สีดำ ขี่รถ จยย.ฮอนด้าคลิก สีส้มดำ ทะเบียนจำได้ 744 ไม่ทราบหมวดอักษรและจังหวัด หลังก่อเหตุได้ขี่รถหลบหนีไปตาม ถ.เทพกระษัตรี มุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร อ.ถลาง แล้วเลี้ยวซ้ายไปในพื้นที่ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง และหายไป

เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายคือ นายวีระชัย สิงห์เหนียว และเป็นคนเดียวกันกับคนร้ายที่ก่อเหตุในพื้นที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ และพื้นที่ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต จึงได้ออกติดตาม และตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตามถนนใกล้เคียง จนกระทั่งพบว่าคนร้ายหรือนายวีระชัย อาจซ่อนตัวอยู่ที่ห้องเช่าในพื้นที่หมู่ 8 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง และได้นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นและจับกุมตัวได้ในที่สุด จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ถลาง ในข้อหาชิงทรัพย์ของผู้อื่น โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรตามสมควรแก่พฤติการณ์ ต่อไป

ที่มา>>>Thairath

ทั้งลากทั้งดัน! หมูบ้านยักษ์ หนักเกือบ 100 กก. ตกคลองขึ้นไม่ได้

จนท.เร่งช่วยหมูบ้านยักษ์เพศเมีย หนักประมาณ 100 กก. ตกคลองที่สมุทรสาคร แล้วหาทางขึ้นเองไม่ได้ เพราะตามองไม่ค่อยเห็น-ประกอบกับน้ำหนักมาก คาด ออกมาตามหาเจ้าของที่ออกไปทำธุระนอกบ้าน

เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 30 พฤษภาคม 2559 ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งชาวบ้านขอความช่วยเหลือให้ช่วยลูกหมู ตกลงไปในคลอง ซอยหลังหมู่บ้านมาสุข ซอย 1 หมู่ที่ 7 ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ท่าไม้ ให้เข้าช่วยเหลือ ซึ่งก็ได้มีการจัดส่งกำลังประมาณ 5 นาย ไปที่เกิดเหตุพบเจ้า “งามแท้” หมูบ้านเพศเมีย สีดำ ขนาดใหญ่ น้ำหนักราวๆ 100 กิโลกรัม ลอยคออยู่ริมฝั่งคลองด้านหลังห้องเช่า ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเรียกให้ว่ายน้ำข้ามมาอีกฝั่งหนึ่ง แต่ไม่เป็นผลในที่สุดต้องมีการนำเรือมาพายไปหาเจ้างามแท้ แล้วให้เจ้าหน้าที่ผูกเชือกเข้ากับลำตัวของงามแท้เพื่อที่จะได้ดึงข้ามฝั่งมา แต่ก็ไม่เป็นผลอยู่ดี เนื่องจากเจ้างามแท้ไม่คุ้นกลิ่น จึงพยายามดิ้นหนีและเข้าไปติดกับซอกไม้

ต่อมา ลุงแหยม เจ้าของที่เลี้ยงเจ้างามแท้ไว้ได้รีบมาที่เกิดเหตุ พร้อมกับตะโกนเรียกเจ้างามแท้ ซึ่งเจ้าหมูบ้าน(ยักษ์)ตัวนี้ ก็พยายามที่หันมาตามเสียงที่เรียก แต่เนื่องจากลำตัวเข้าไปติดกับซอกไม้จึงหันมาไม่ได้ สุดท้าย ลุงแหยม ก็ต้องลุยน้ำไปผูกเชือกที่ตัวของงามแท้ด้วยตัวเอง ซึ่งเจ้างามแท้ก็อยู่นิ่งให้ผูกแต่โดยดี เพราะคุ้นกับกลิ่นของลุงแหยม เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ อปพร.ท่าไม้ ก็ช่วยกันลากเจ้างามแท้ข้ามฝั่งมาได้เป็นผลสำเร็จ แต่กว่าจะขึ้นฝั่งได้ก็ต้องทั้งลากทั้งดันกันอย่างเต็มกำลัง เพราะเจ้างามแท้ ไม่ใช่หมูธรรมดาเลย แต่มันเป็นหมูยักษ์ที่ตัวใหญ่มากลุงแหยม บอกว่า เจ้างามแท้ตัวนี้ลุงกับลูกสาวได้ซื้อมาเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนกลับไปเยี่ยมบ้านที่อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เพราะกำลังจะถูกนำไปฆ่า จึงขอซื้อมาในราคาตัวละ 2,000 บาท ซึ่งตอนนั้นยังเป็นเพียงแค่ลูกหมู ตัวไม่ใหญ่มากนัก แต่เมื่อนำมาเลี้ยงที่บ้านที่กระทุ่มแบน เจ้างามแท้ กลายเป็นหมูที่กินเก่งมาก จนตัวโตใหญ่ผิดปกติหมูทั่วไป เวลาเดินท้องห้อยแทบจะติดดิน ตาก็มองไม่ค่อยเห็นเพราะกินมากจนตัวอ้วนหน้าใหญ่ แก้มห้อย เปลือกตาลงมาปิดดวงตาแทบจะมิดเลย โดยปกติทุกวันลุงแหยม จะอยู่กับบ้านจึงทำให้เจ้างามแท้ไม่ออกไปไหนจะเดินอยู่แต่ในบริเวณบ้านเท่านั้น แต่วันนี้ลุงแหยมออกไปทำธุระนอกบ้าน ซึ่งเชื่อว่า เจ้างามแท้ น่าจะเดินตามกลิ่นของลุงแหยมออกมานอกบ้านจึงตกลงคลองก็เป็นไปได้ เพราะตอนเล็กๆ เจ้างามแท้ ก็เคยตกคลองมาแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากเดินตามลุงแหยมที่ออกไปทำธุระนอกบ้านแบบนี้ แต่คราวนี้ตกลงคลองแล้วหาทางขึ้นมาเองไม่ได้ ก็น่าจะเป็นเพราะตาที่มองไม่ค่อยเห็น และตัวที่อ้วนใหญ่มากนั่นเอง

ที่มา>>>Thairath