ฆ่าตัวพิสดาร! เสี่ยบริษัทส่งออกใช้เชือกฟางมัดมือ-เทปพันหัวดับปริศนา เรียกสอบญาติหาปมตาย

เมื่อเวลา 23.45 น. วันที่ 16 มิ.ย. พ.ต.ต.ฉัตรชัย คู่สันเทียะ สว.(สอบสวน) สน.สายไหม รับแจ้งเหตุฆ่าตัวตายภายในบ้านเลขที่ 555/96 หมู่บ้านบี-อเวนิว วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช ร.พ.ภูมิพลอดุลยเดช  และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์ 4 ชั้น ปลูกติดเรียงกัน 6 คูหา เปิดเป็นบริษัทชื่อ รวยดีมีสุข จำกัด ประกอบกิจการออกแบบผลิตและจำหน่าย ส่งออก-นำเข้าเครื่องหนัง และบริษัท ทม เลิฟ อ้อ จำกัด ประกอบธุรกิจนำเข้า-ส่งออก เครื่องสำอาง อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการประหยัดน้ำมันรถยนต์ และของใช้ส่วนตัว บริเวณชั้นที่ 4 แบ่งเป็นห้องพัก 2 ห้อง บนเตียงนอนของห้องพักห้องใหญ่ พบศพนายทองมา มหามาศภูมิ อายุ 44 ปี ประธานกรรมการชมรมรวยดีมีสุข สภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืดแขนยาว สีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ใส่ถุงเท้า สีขาว บริเวณมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยเชือกฟางติดอยู่กับโครงเหล็กหัวเตียง ที่บริเวณศรีษะจนถึงลำคอมีเทปกาวแบบใสขนาด 2 นิ้ว พันบริเวณโดยรอบเต็มทั่วใบหน้า จากการตรวจสอบภายในห้องพัก ไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้นนายทองมา มหามาศภูมิ  ขณะมีชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจเกิดความเครียดเรื่องปัญหาธุรกิจก่อนลงมือก่อเหตุสลดดังกล่าว หลังจากนี้จะเชิญญาติคนสนิทของผู้เสียชีวิตมาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนนำศพส่งมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มใหญ่แจ้ง ตร. พบเถ้ากระดูกถูกเผา หลังวัดแก้วพิทักษ์ฯ คาดเป็นพี่ชาย

เครดิตภาพ : ห้องข่าว ปภ.

หนุ่มใหญ่แจ้งตำรวจ สน.ประเวศ หลังพบเถ้ากระดูก ถูกเผาหลังวัดแก้วพิทักษ์เจริญธรรม คาดเป็นพี่ชาย หลังหายตัวไปติดต่อไม่ได้ ดูวงจรปิดภายในคอนโดฯ ที่พัก พบเด็กวัดต้องสงสัยลากกระเป๋า ออกจากห้องไป ตร.คุมสอบ …

วันที่ 5 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ เข้าตรวจสอบเหตุพบศพถูกเผา บริเวณหลังวัดแก้วพิทักษ์เจริญธรรม ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 55 หลังพระลูกวัด แจ้งว่า มีคนนำศพมาเผาบริเวณหลังวัด เบื้องต้น พบเป็นศพชายถูกเผาจนไหม้เกรียมเจ้าหน้าที่กั้นพื้นที่ รอตรวจสอบ

ขณะที่ นายกิตติวัฒน์ ศรินิธิโรจน์ อายุ 53 ปี ผู้ที่เข้ามาพบกองเถ้ากระดูกเป็นคนแรกและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากสงสัยว่า ศพดังกล่าวอาจจะเป็น นายสมพงษ์ บุญยืน อายุ 58 ปี พี่ชายของตนเอง พร้อมกับเปิดเผยว่า พี่ชายของตน รู้จักและมีความสนิทกับเด็กวัด ที่วัดแก้วพิทักษ์เจริญธรรม ซึ่งตนเจอพี่ชายล่าสุด เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา และตนได้มาส่งพี่ชาย กับเด็กวัดคนหนึ่งที่วัดแห่งนี้ จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้ ด้วยความสงสัย จึงได้ไปตามหาพี่ชายที่คอนโดฯ ย่านสุทธิสาร แต่ไม่เจอ จึงได้ขอดูกล้องวงจรปิด ก็พบว่า เด็กวัดได้ลากกระเป๋าออกจากห้องพักของพี่ชาย ตนจึงได้เดินทางมาดูที่วัด เมื่อเดินตามหา ก็มาเจอเถ้ากระดูกจึงไปตามสัปเหร่อมาดู ก็พบว่าเป็นกระดูกมนุษย์ จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ให้เข้ามาตรวจสอบ

ทั้งนี้ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวเด็กวัดที่ต้องสงสัยไว้ เพื่อนำไปสอบสวนเพิ่มเติมแล้ว ส่วนเถ้ากระดูกที่พบนั้น จะได้นำไปชันสูตรว่า เป็น นายสมพงษ์ บุญยืน หรือไม่.

ที่มา>>>Thairath

นศ.สาวอุดรฯ เซ็งสุดขีด โจรย่ามใจลักมือถือ-กระเป๋าเงินตอนอาบน้ำ

เจอหน้าฟ้าผ่าหัวแน่! นศ.สาวอุดรฯ เจอตีนแมวย่องขโมยมือถือ-กระเป๋าเงิน คาห้องพักขณะอาบน้ำเนื่องจากไม่ได้ล็อกประตูบ้าน และไม่คิดว่าโจรจะกล้าเข้ามา วอน ตร.ช่วยจับโจรย่องลักทรัพย์…

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ต.ต.นันทพล เชื้อพรมมา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทองว่า มีเหตุคนร้ายย่องเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งใน ซ.สมิตโยธิน 2 ถ.ทหาร ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงออกไปตรวจสอบพร้อมด้วยตำรวจสืบสวน พบ นางสาวพัทธนันท์ พุ่มอิ่ม อายุ 20 ปี นศ.ปี 2 คณะวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ชาวบ้าน ม.8 บ้านหนองผือน้อย ต.สุมเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ผู้เสียหายนำตำรวจเข้าตรวจสอบภายในห้องพัก

หลังถูกคนร้ายเปิดประตูบ้าน เข้ามาในห้องพักขโมยโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อวีโว่ สีขาว ราคา 13,000 บาท ที่กำลังเสียบปลั๊กชาร์จแบตเตอรี่อยู่ใต้เตียงนอน และกระเป๋าเงินสีชมพูวางไว้บนเตียงนอน ข้างในมีเงินสด 300 บาท บัตรเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ 1 ใบ และบัตรประชาชน ขณะผู้เสียหายอาบน้ำอยู่ภายในห้องน้ำหลังบ้าน ราว 30 นาที กลับออกมาพบว่าประตูหน้าบ้านเปิดอ้าออก รวมทั้งประตูห้องนอนด้วย ตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินดังกล่าวหายไป จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบน้องนศ. ปี2 เจอโจรบุกห้องขโมยของ กลางวันแสกๆ บอกไม่ได้ล็อกประตู

สอบสวน ผู้เสียหายรายนี้ กล่าวว่า วันนี้เข้าเรียนภาคบ่ายโมง หลังจากเช่าบ้านพักอยู่กับเพื่อนผู้หญิงซึ่งเรียนอยู่คณะเดียวกันสองคน ราว 1 ปี ไม่เคยมีเหตุการณ์ถูกคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์เลย ก่อนเกิดเหตุเพื่อนอยู่ในห้องนอน ที่อยู่คนละห้อง ส่วนตนอาบน้ำเตรียมตัวไปเรียน โดยปิดประตูหน้าบ้านไว้แต่ไม่ได้ล็อกประตู เนื่องจากเป็นช่วงกลางวัน ไม่คิดว่าโจรจะใจกล้าเข้ามาขโมยทรัพย์สินถึงในห้องนอน ถึงแม้ว่าจะมีคนอยู่ภายในบ้านก็ตาม อย่างไรก็ตาม ตนขอวอนให้ตำรวจช่วยติดตามจับกุมคนร้ายและทรัพย์สินคืนมาให้ด้วย โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่เก็บข้อมูลการเรียนการสอนของตนไว้ และขอฝากไปถึงโจร “ถ้าหากเจอหน้า ฟ้าผ่าหัวแน่”.ไม่คิดว่าโจรจะกล้า หากเจอหน้า ขอให้ฟ้าผ่าหัว

ที่มา>>>Thairath