พ่อแม่ใจสลาย! ลูกชาย8ขวบจมน้ำขณะเรียนว่ายน้ำ ครูพยายามปั๊มหัวใจช่วย แต่ไม่เป็นผล

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 26 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ศรีสะเกษว่า เกิดเหตุเกิดนักเรียกจมน้ำในสระว่ายน้ำของโรงเรียนแห่งหนึ่งในอ.เมืองศรีสะเกษ จึงรุดไปตรวจสอบ พบเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถานและคณะครูกำลังช่วยกันปั้มหัวใจของด.ช.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 8 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งจมน้ำในสระว่ายน้ำภายในร.ร.อนุบาลศรีสะเกษนานประมาณ 8 นาที เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้รีบนำร่างของด.ช.หนึ่งส่งไปยังโรงพยาบาลศรีสะเกษอย่างเร่งด่วน   เมื่อไปถึงโรงพยาบาลศรีสะเกษ แพทย์พยาบาลได้พยายามปั้มหัวใจนานเกือบชั่วโมง โดยให้ยากระตุ้นหัวใจและกระตุ้นความดันอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งใส่ท่อช่วยหายใจ และสามารถปั้มหัวใจจนชีพจรกลับคืนมา แต่ว่าด.ช.หนึ่งก็ยังไม่รู้สึกตัวจนแพทย์พยาบาลได้ตัดสินใจยุติการช่วยฟื้นคืนชีพ โดยเด็กได้เสียชีวิตที่หอผู้ป่วยหนัก 1 ไอซียู 1 เมื่อเวลา 19.30 น. วันเดียวกันนี้  ร.ต.อ.เจมรัก โสสอน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้เดินทางมาสอบสวน ก่อนเปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ช.หนึ่งได้มาเรียนว่ายน้ำในช่วงหลังเลิกเรียน เพื่อรอผู้ปกครองมารับกลับบ้าน ซึ่งทางร.ร.ได้จัดให้มีกิจกรรมฝึกสอนว่ายน้ำให้กับเด็ก โดยช่วงเกิดเหตุด.ช.หนึ่งได้ลงเล่นน้ำพร้อมกับเพื่อนๆ ปรากฏว่าด.ช.หนึ่งได้จมลงไปใต้สระน้ำนานประมาณ 8 นาที เนื่องจากว่าสระว่ายน้ำมีความลึกไม่เท่ากัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่และคณะครูจะได้ช่วยกันไปนำเอาร่างของด.ช.หนึ่งขึ้นมาบนขอบสระน้ำ และได้ช่วยกันปฐมพยาบาลปั้มหัวใจ  ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กล่าวสำหรับด.ช.หนึ่งเป็นบุตรหลานของนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งของอ.เมืองศรีสะเกษ ซึ่งมีกิจการค้าขายวัสดุก่อสร้างและรับเหมาก่อสร้างด้วย การที่ด.ช.หนี่งเสียชีวิตอย่างกระทันหันนี้สร้างความเศร้าโศรกเสียใจแก่พ่อแม่ ญาติพี่น้องทุกคนเป็นอย่างมาก

ที่มา>>>ข่าวสด

ดีเอ็นเอชี้ชัดสัมพันธ์ “บรรยิน” กับ “ป้อนข้าว” ตร.รื้อคดีเมียเก่าประกอบสำนวนฆ่าชูวงษ์

จากกรณีกองปราบปรามจับกุม พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน หลังมีหลักฐานเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตปริศนาของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้านจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่ขับโดย พ.ต.ท.บรรยินไปพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 นอกจากนี้ ขณะจับกุมยังพบ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว โบรกเกอร์สาว 1 ในผู้ต้องหาคดีโอนหุ้นของนายชูวงษ์ อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ต่อมาศาลได้ให้ประกันตัว พ.ต.ท. บรรยิน ในวงเงิน 2 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่กองปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมสืบสืบสวนยังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานทางคดี ทั้งนี้ มีรายงานว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. สั่งการให้ทีมสืบสวนนำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านของน.ส.อุรชา ในหมู่บ้านบางกอกบลูเลอวาร์ด ย่านพระราม 9 พบเครื่องใช้เด็กแรกเกิดและหลักฐานต่างๆ โดยตำรวจยึดไว้พร้อมกับนำส่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ตรวจสอบหาดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างพ.ต.ท.บรรยินและน.ส.อุรชา
โดยมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่พฐ.นำเครื่องใช้ของเด็กที่พบไปตรวจสอบแล้ว ก็ประสานทางวาจากับพ.ต.อ.จิรภพ เพื่อแจ้งผลการตรวจสอบปรากกฎว่า มีดีเอ็นเอตรงกับน.ส.อุรชาและพ.ต.ท.บรรยิน ทั้งนี้สำหรับดีเอ็นเอของพ.ต.ท.บรรยินนั้น เจ้าหน้าที่พฐ.ตรวจเก็บไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ส่วนดีเอ็นเอของน.ส.อุรชานั้น หลังจากน.ส.อุรชาเดินทางมาให้ปากคำพนักงานสอบสวนบก.ป.ตามหมายเรียกนั้น ตำรวจได้ประสานพฐ.เพื่อมาเก็บดีเอ็นเอของน.ส.อุรชาในวันนั้นด้วย
สำหรับผลตรวจที่ออกมาแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง พ.ต.ท.บรรยินและน.ส.อุรชาว่าคบหากันฉันชู้สาว โดยคำนวณจากอายุเด็กที่คลอดมาได้ 3 เดือน ทำให้รู้ว่ามีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ.ต.ท.บรรยินและน.ส.อุรชา ตั้งแต่ช่วงเดือนมิ.ย.2558 ใกล้เคียงกับวันที่นายชูวงษ์เสียชีวิต คือวันที่ 26 มิ.ย.2558 ก่อนที่ญาติของนายชูวงษ์จะร้องต่อกองปราบ เพื่อให้ตรวจสอบการโอนหุ้นโดยมีพิรุธของนายชูวงษ์ โดยครั้งนั้น พ.ต.ท.บรรยินปฏิเสธว่าไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับน.ส.อุรชา แต่หลักฐานที่ปรากฏสามารถยืนยันความสัมพันธ์ลึกซึ้งของทั้งสองคนได้
ขณะเดียวกันทางพ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป. ยังไปตรวจสอบคดีเก่าเมื่อครั้ง พ.ต.ท.บรรยิน ดำรงตำแหน่ง ร.ต.ท. ที่จ.นครสวรรค์ แล้วไปประสบอุบัติเหตุรถชน จนทำให้น.ส.รสรินทร์ ศรีนุกูล ภรรยาเสียชีวิต เพราะหักหลบรถสิบล้อสวนทางมา จนไปพุ่งชนต้นไม้ ซึ่งจากสอบปากคำพยานทุกคนต่างยังสงสัยถึงสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากว่าส่วนตัวน.ส.รสรินทร์ขับรถไม่เป็น แต่ในบันทึกประจำวัน ระบุว่าน.ส.รสรินทร์เป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว สภาพบาดแผลที่ระบุว่า คอหักก็ไม่สอดคล้องกับเหตุการณ์ อีกทั้งหลังเกิดอุบัติเหตุก็ทราบว่าอีกว่า ยังมีการฌาปนกิจศพอย่างเร่งรีบ ซึ่งหลักฐานในส่วนนี้ ทีมสืบสวนกองปราบฯ จะนำมาใช้ประกอบสำนวนในคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ต่อไป เนื่องจากพบว่ามีพฤติกรรมที่คล้ายๆกันอีกด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด