สาววัยเบญจเพศชะตาขาด! ยืนรอรถอยู่ป้ายรถเมล์หน้ารพ.เปาโล โดนเก๋งพุ่งชนดับอนาถ

เมื่อเวลา 22.45 น. วันที่ 11 ก.ย. พนักงานสอบสวนสน.บางซื่อ รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนเสียหลักพุ่งชนคนยืนรอรถประจำทาง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม แพทย์นิติเวชรพ.ตำรวจ อาสามูลริธิร่วมกตัญญู  ที่เกิดเหตุเป็นป้ายรถประจำทางริมถนนพหลโยธินขาออกตรงข้ามโรงพยาบาลเปาโลสะพานควาย พบศพน.ส.นภาพร ศรีพวาทกุล อายุ 25 ปี นอนคว่ำเสียชีวิตข้างกองขยะริมป้ายรถประจำทาง ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือนายณัฐวัธวัช ล้วนประจักษ์แจ้ง อายุ 35 ปี ส่งรพ.เปาโลสะพานควายเจ็บเล็กน้อย ส่วนนายประยูร ตันตินาคเจริญ อายุ 60 ปี  และอีกรายยังไม่ทราบชื่อ อาการสาหัสนำส่งรพ.ราชวิถี ใกล้กันกับผู้เสียชีวิตพบรถเก๋ง มิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีดำ ป้ายทะเบียน ญพ 1916 กทม. สภาพด้านหน้าพังยับแอร์แบ็คทำงานทเงสองข้าง อีกคันเป็นรถแท็กซี่ โตโยต้า อัลติส สีเหลืองป้ายทะเบียน ทษ6597 กทม. ด้านหน้าพังเช่นกัน

สอบสวนทราบว่านายณัฐธวัช เป็นผู้ขับรถเก๋งมิตซูบิชิแลนเซอร์มาจากอนุสาวรีย์ชัย มุ่งหน้าจตุจักร ถึงจุดเกิดเหตุอยู่ช่องทางขวาสุด จะเปลี่ยนเลนมาช่องทางซ้ายสุด แต่มีรถแท็กซี่ที่มีนายประยูรเป็นคนขับมาช่องทางกลางขวางอยู่ ทำให้เกิดแฉลบขึ้นไปชนป้ายรถประจำทางทำน.ส.นภาพรที่ยืนรอรถประจำทางอยู่เสียชีวิต

เบื้องต้นยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาโดยนำตัวนายณัฐธวัชและพยานแวดล้อมไปสอบปากคำ และตรวจสอบกล้องวจรปิดต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เตือนภัย!! หนุ่มเข้าแจ้งความหลังโดนซุปร้อนๆสาดหน้าเหวอะ คาดแดนเซอร์มือสาด

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Ployplaytray Vanderwoodsen โพสต์รูปภาพพร้อมระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ช่วยด้วย……..ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น น้องขอเตือนภัยจากคนเที่ยว สีลม ช่วยน้องด้วย คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เวลา ตี 4.15 น้องนั่งกินเกาเหลาหน้าซอย 2 ร้านที่ทุกคนน่าจะเคยไปกิน ซึ่งน้องมากับเพื่อน หลังจากเที่ยวGoD เสร็จ เราก็มักจะมากินเกาเหลา ก่อนกลับ ในขณะที่ น้องนั่งทานเกาเหลาสวยๆเม้ากันกับเพื่อนๆ ก็มีกลุ่มโต๊ะข้าง นั่งกันอยู่ 3 คน 1 คนในกลุ่ม ได้สั่งน้ำซุปป่าวมา สาดใส่น้องและเพื่อนอีกคนในกลุ่มน้องโดยไม่รู้ ว่าสาเหตุอะไรเพราะ ไม่เคยเห็นหน้าไม่รู้จักกันมาก่อน แล้ววิ่งหนีขึ้นแท็กซี่กลับ. หายไปอย่างรวดเร็ว ส่วนพี่อีกคนที่นั่งในกลุ่มนั้นเป็นแดนซ์เซอร์โชว์ที่ซอย 2 ที่นั่งในกลุ่มนั้นบอกแค่ว่าเป็นคนไม่สนิทกันรู้จักแค่ ที่เที่ยวเจอกันบ่อยเป็นลูกค้า. ถ้ามีใครที่พอจะเหนเหตุการ์ณในวันนั้นรู้จักหรือพอบอกได้ว่าเป็นใคร ก็โปรดช่วยน้องด้วย น้องได้ทำการแจ้งความไว้แล้วที่ สน.บางรัก ช่วยแชร์ด้วยเพราะคนที่สาดน้ำร้อนใจร้ายมาไร้สาเหตุ (หรือเราสวยเกิน) เตือน ยังไงไปเที่ยวสีลมต้องระวังละเพราะเราไม่รู้ว่าคนไหนชอบไม่ชอบ แต่คนนี้น่าจะเป็นโรคจิตแบบนี้น่ากลัวหมั่นไส้หรือไม่พอใจใครก็สาดน้ำร้อนแบบนี้น่ากลัว ต้องระวังกันด้วยนะครับ  แชร์กันไปด้วยนะคับ เพราะยังตามคนสาดอยู่”

คืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ส.ค. นายปิยพัฒน์ หรือออร์แกน พันธ์สุวรรณ อายุ 28 ปี ประกอบอาชีพแฮร์สไตล์ลิสมืออาชีพชื่อดังย่านรัชดา-ห้วยขวาง ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 28 ส.ค. ตนได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.ชาญณรงค์ กันยิ่ง รอง สว.(สอบสวน) สน.บางรัก ว่าถูกคนร้ายสาดน้ำซุปใส่บริเวณใบหน้าจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 04.15 น. ของวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา

นายปิยพัฒน์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา ตนพร้อมเพื่อนชาย จำนวน 4 ราย ได้นัดรวมตัวกันเดินทางไปเที่ยวภายในซอยสีลม 2 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. ซึ่งขณะสังสรรค์ดื่มกินกันอยู่นั้นก็ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกับผู้ใดเนื่องจากมาเที่ยวอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเวลาเที่ยงคืนถึงระยะเวลากำหนดปิดร้านจึงพากันออกมานั่งร้านเกาเหลาต้มเลือดหมูที่บริเวณหน้าปากซอยดังกล่าว เมื่อมาถึงร้านตนได้สังเกตเห็นชาย 3 คน นั่งกินกันอยู่ก่อนแล้วแต่ก็ไม่ได้สนใจแม้แต่อย่างใดก่อนตัดสินใจนั่งโต๊ะที่อยู่ติดกัน เมื่อพวกตนนั่งรับประทานอาหารกันอยู่ตามปกติ จู่ๆ ตนก็ถูกน้ำร้อนสาดที่บริเวณใบหน้าฝั่งซ้ายมือเข้าอย่างจังก่อนร้องตะโกนขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวดจนมีพลเมืองดีและแม่ค้าช่วยกันนำน้ำเปล่ามาล้างหน้าให้ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เพื่อนตนที่นั่งอยู่ข้างกันก็ถูกลูกหลงอีกด้วยแต่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นตนจึงกลับบ้านพักไปล้างตัวซึ่งพบว่ามีบาดแผลพุพองที่บริเวณหน้าผากจนเป็นแผลฉกรรจ์ ก่อนตัดสินใจเดินทางไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเพชรเวชนายปิยพัฒน์ กล่าวต่อว่า ซึ่งระหว่างเกิดเหตุนั้นตนและเพื่อนต่างไม่มีใครจำรูปพรรณสัญฐานของคนร้ายได้เนื่องจากระยะเวลาเกิดเหตุรวดเร็วมาก ทั้งนี้จากการสอบถามพลเมืองดีที่เข้ามาให้การช่วยเหลือได้บอกเล่าว่า โดยก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียง 1 ใน 3 คน ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆตน บอกกับแม่ค้าขายเกาเหลาเลือดหมูว่า “ขอน้ำซุปร้อนๆสักชามจะเอาไปสาดหน้าคน” ซึ่งขณะนั้นแม่ค้าคิดว่าพูดเล่นกับกลุ่มเพื่อนจึงตักให้ตามปกติ ซึ่งกลุ่มตนก็ไม่ได้ยินเสียงและไม่ได้สนใจแม้แต่อย่างใดเนื่องจากจะรีบรับประทานและกลับบ้านพัก จากนั้นเพื่อนของผู้ลงมือก่อเหตุได้เดินออกจากร้านไปทีละคนซึ่ง 1 ใน 2 ตนมาทราบภายหลังว่าเป็นแดนเซอร์ประจำอยู่ภายในซอยสถานบันเทิงดังกล่าว เมื่อทั้ง 2 เดินออกไปผู้ชายที่เหลือเพียงคนเดียวได้เดินไปเอาน้ำซุปจากแม่ค้าก่อนนำมาสาดใส่หน้าตนคล้ายเล่นสงกรานต์เข้าอย่างจังก่อนผู้ก่อเหตุได้รีบวิ่งหลบหนีขึ้นรถแท็กซี่ไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นตนจึงเข้าแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สน.บางรัก

ต่อมาเวลา 18.00 น. วันที่ 30 ส.ค. พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางรัก เปิดเผยว่า ภายหลังจากเกิดเหตุตนได้ประสานให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียง รวมทั้งเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย อีกทั้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสอบถามข้อมูลจากผู้ประกอบการสถานบันเทิงภายในซอยดังกล่าว และร้านค้าตรงจุดเกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในเร็วนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

รถทัวร์ซิ่งเบียดแท็กซี่ กระโปรงเปิดฟาดกระจกหน้ากระจาย ลงมาฟันกันเลือดอาบ!!

 เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 2 ส.ค. เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้รับแจ้งให้ตรวจสอบผู้ได้รับบาดเจ็บถูกอาวุธมีดฟันบริเวณใบหน้า ภายในปั๊มปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต ด้านขาเข้าก่อนถึงแยกหลักสี่ จึงนำกำลังรุดเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณหัวจ่ายก๊าซเอ็นจีวี ภายในปั๊มน้ำมันดังกล่าว พบรถแท็กซี่สาธารณะสีแดง ทะเบียนป้ายเหลือง มฉ 6822 กรุงเทพมหานคร สภาพกระจกด้านหน้าแตกทั้งบาน ฝากระโปรงเปิดออก กระจกมองข้างหลุดทั้ง 2 ข้าง ภายในรถพบ ส.ต.วีระเดช ตันวิเศษ อายุ 65 ปี อยู่แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ คนขับรถแท็กซี่ มีบาดแผลถูกของมีคมบาดเข้าที่บริเวณใบหน้า ตั้งแต่หลังหูซ้ายยาวลงมาจนถึงคาง ยาวประมาณ 5 นิ้ว เลือดท่วมตัว เจ้าหน้าที่จึงทำการช่วยเหลือทำแผลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งรพ.ภูมิพลฯ เป็นการด่วน เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บเริ่มมีอาการช็อกเพราะเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ส.ต.วีระเดช ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถกลับมาจากการไปทำธุระที่ จ.ชัยภูมิ เมื่อมาถึงช่วง ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เวลาประมาณ 01.00 น. ขณะที่ตนกำลังขับรถอยู่บนถนนในช่องทางที่ 2 จากซ้าย มีรถทัวร์วิ่งนำหน้าอยู่ในช่องทางด้านซ้ายสุด ตนจำไม่ได้ว่าทะเบียนอะไร ซึ่งเป็นของบริษัท ภูกระดึงทัวร์ ซึ่งเป็นรถวีไอพี สีขาว ขับเบียดรถของตนจนกระจกมองข้างด้านซ้ายหลุด ซึ่งขณะเดียวกันประโปรงหน้ารถได้เปิดออก ช่วงรถที่กำลังวิ่งอยู่ ทำให้กระโปรงรถฟาดเข้ากับกระจกหน้ารถแตกกระจาย

จากนั้นตนจึงขับนำหน้าไปแล้วบอกให้คนขับรถทัวร์จอดข้างทางเพื่อลงมาพูดคุยค่าเสียหาย เมื่อรถจอด ตนและคู่กรณีซึ่งเป็นคนขับ และเด็กรถชาย 1 หญิง 1 ลงตามมาด้วย แต่พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง จากนั้นคนขับรถทัวร์ได้หยิบมีดดาบยาวประมาณ 1 ฟุต ลงมาจากรถ ก่อนจะฟันเข้าที่ใบหน้า ตนพยายามจะหลบแต่ไม่ทัน ก่อนทั้งหมดจะรีบขึ้นรถแล้วขับหลบหนีมาตามเส้นทางมุ่งหน้ากรุงเทพฯ ซึ่งตนก็ได้ติดตามมาตลอดทาง แต่เมื่อถึงถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงหลักสี่รถของตนก๊าซใกล้หมด ตนจึงแวะเพื่อที่จะเติมก๊าซ ก่อนจะออกติดตามต่อ แต่เกิดหน้ามืด เด็กปั๊มจึงช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยนำส่งรพ. ด้าน ร.ต.อ.รักเกียรติ์ ปทุมวัลย์ (รอง สว.สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้สอบสวนผู้บาดเจ็บ เนื่องจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยจำเป็นต้องนำผู้ได้รับบาดเจ็บไปส่งรพ.ก่อน เพราะคนเจ็บเสียเลือดมาก เบื้องต้นทราบว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นนอกพื้นที่ซึ่งอยู่ใน ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งก็ต้องไปดูว่าที่เกิดเหตุอยู่ตรงจุดใด และเป็นพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจใด หากผู้เสียหายมาแจ้งความในส่วนของ สน.ทุ่งสองห้อง จะดำเนินการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น แต่ในเรื่องของคดีความก็ต้องให้พื้นที่ที่รับผิดชอบดูแลติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวญี่ปุ่นปลื้ม โชเฟอร์แท็กซี่โร่คืนทรัพย์สิน หลังลืมไว้บนรถ

วันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายชาตรี จิตจูน อายุ 36 ปี โชว์เฟอร์แท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีส้ม หมายเลขทะเบียน ทย 5753 กรุงเทพมหานคร เดินทางเข้าพบพ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางรัก ร.ต.อ.ประเสริฐ บัวแก้ว รอง สว.สส. เพื่อนำทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่มมาส่งคืน หลังเก็บได้ภายในรถแท็กซี่ของตน เพื่อนำส่งคืนเจ้าของพ.ต.อ.นคร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ตำรวจ สน.บางรักได้รับแจ้งจาก น.ส.ยูริ อายุ 19 ปี นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ว่าได้ขึ้นรถแท็กซี่คันดังกล่าว จากย่านสี่พระยา มาลงซอยพัฒพงษ์ แล้วลืมทรัพย์สินเป็นเงินสด 4,000 บาท โทรศัพท์ไอโฟน 6 จำนวน 1 เครื่อง บัตรเครดิต 2 ใบ และพาสปอร์ต 1 เล่ม ไว้บนรถแท็กซี่ จึงมาแจ้งความ สน.บางรัก เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา“จากนั้น ร.ต.อ.ประเสริฐ ได้ประสานไปยังอู่สหกรณ์บวรแท็กซี่ ต้นสังกัดแท็กซี่ดังกล่าว กระทั่งสามารถติดต่อโชว์เฟอร์คนดังกล่าวได้ พร้อมกับให้นำทรัพย์สินมาคืนเจ้าของได้ภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง ตามนโยบายของ ผบช.น. “ทำดี ทำได้ ทำทันที รุกรบ จบเร็ว” พ.ต.อ.นคร กล่าวขณะที่ ร.ต.อ.ประเสริฐ กล่าวว่า หลังจากนักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุ่นลืมของไว้ นายชาตรี ได้พยายามขับรถวนกลับมายังจุดที่ส่งผู้โดยสาร แต่ไม่พบจึงตั้งใจจะนำมามอบคืน กระทั่งมีทางตำรวจประสานมาดังกล่าว ด้านน.ส.ยูริ รู้สึกประทับใจ และขอบคุณการทำงานของตำรวจไทยที่สามารถติดตามทรัพย์สินมาคืนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมนำขนมมามอบเพื่อเป็นขวัญกำลังใจอีกด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด