ตลาดแตก! ลมกรรโชกต้นไม้ใหญ่อายุกว่า 30 ปี โค่นทับรถพังยับ เด็ก5ขวบหวิดดับคากระบะ

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุลมกรรโชกแรงทำให้ต้นไม้หักโค่นล้มทับรถยนต์ของชาวบ้านพ่อค้าแม่ค้า บริเวณตลาดนัดวังไทรติ่ง ม.8 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครชมรมกู้ชีพและกู้ภัย ปภ.ประจวบฯ ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุรุดตรวจสอบ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบพบจุดเกิดเหตุเป็นด้านหน้าตลาดนัดมีรถยนต์ของพ่อค้าแม่ค้าที่มาจำหน่ายสินค้าภายในตลาดจอดไว้บริเวณโคนต้นไม้เพื่อหลบแดดแล้วให้ลูกวัย 5 ขวบนอนหลับอยู่ภายในรถ แต่เนื่องจากมีลมพัดแรง 3 ระลอก ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งมีอายุกว่า 30 ปี ไม่สามารถต้านทานแรงลมไหวจึงหักโค่นลงมาทับรถยนต์เสียหาย 2 คัน คือรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีดำ ทะเบียน บพ2995 ประจวบคีรีขันธ์ และรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีบรอนทอง ทะเบียน บพ1459 ประจวบคีรีขันธ์ สภาพรถทั้งสองคันได้รับความเสียหายบริเวณฝากระโปรงรถ หลังคา และด้านข้าง จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้พ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดต่างหนีตายกันจ้าละหวั่น แต่ยังโชคดีที่เด็กซึ่งนอนหลับอยู่ภายในรถปลอดภัยแต่ยังมีอาการหวาดผวาตกใจเล็กน้อย

นายสันติ อักษรพันธุ์ อายุ 39 ปี เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุมีลมฝนแบบพายุหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าต่างร้องตกใจกันทั้งตลาด ต่อมาจึงได้ยินเสียง ต้นไม้ลั่นและก็ล้มลงมาแบบรวดเร็วทับรถยนต์ที่จอดจนเสียหาย ทุกคนทั้งตลาดนัดต่างร้องเอะอะโวยวาย และวิ่งหลบกันจ้าละหวั่น พอสิ้นกระแสลมพ่อค้าและแม่ค้าต่างก็กลับเข้ามาสำรวจทรัพย์สินของตนเองว่ามีอะไรเสียหายบ้าง ขณะเดียวกันเจ้าของรถทั้ง 2 คันที่ถูกต้นไม้ล้มทับ ลูกวัย 5 ขวบที่นอนหลับอยู่ในรถกำลังส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ จึงประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่นำเครื่องเลื่อยยนต์และมีดพร้ามาช่วยกันตัดต้นไม้เคลียร์พื้นที่ พร้อมกับประเมินค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

22ชีวิตระทึกอีกแล้ว!! บัสนักท่องเที่ยวชนสนั่นกระบะ คนเจ็บเลือดอาบหน้า-ร้องเจ็บปวดให้ช่วย

เมื่อเวลา 04.26 น. วันที่ 27 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้รับเเจ้งรถบัสนักท่องเที่ยวชาวจีนชนกับรถกระบะบริเวณตรงข้ามร้านโชคโยธาวัสดุก่อสร้างใกล้สามเเยกปากทางเข้าวัดหลวงปู่สุภาฯ ม.6 ต.ฉลอง อ.เมือง จึงประสานหน่วยภูเก็ตร่วมใจกู้ภัยเข้าร่วมตรวจสอบ หลังจากนั้น ร.ต.อ.สมเกียรติ สารสิทธิ์ ร้อยเวร สภ.ฉลอง เข้าตรวจสอบพบรถบัส หมายเลขทะเบียน 31-0344 กทม. ข้างรถเขียนชื่อ บริษัทไทเมอร์นิ่งซั่นทัวร์ ในสภาพพังเสียหาย คนขับ คือ นายณัฐพล โปซิว อายุ 36 ปี นอนเจ็บอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงเริ่มทำการช่วยเหลือก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ใกล้กันยังพบรถกระบะโตโยต้าสีขาว หมายเลขทะเบียน กว6371 ภูเก็ต ภายในมีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ในสภาพเลือดนองใบหน้า ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทราบชื่อ คือ นายพัทธนันทร์ เกษมโชค อยู่ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย ช่วยกันนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากรถ อย่างทุลักทุเล เพราะส่วนขาติดอยู่บริเวณด้านในรถ นอกจากนี้ภายในรถคันดังกล่าวยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีกรายทราบชื่อภายหลังว่า นายอนิพัฒน์ นาครินทร์ อายุ 39 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาขวา เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสิริโรจน์ ภูเก็ต ส่วนคนขับรถกระบะส่งตัวไปที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

 ทั้งนี้จากการสอบสวนนายณัฐพลคนขับรถบัส เบื้องต้นทราบว่า รถบัสคันดังกล่าวได้วิ่งมาจากฝั่งตัวเมืองภูเก็ต เพื่อนำนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 22 คน ซึ่งมาจากสนามบินไปส่งยังโรงแรมกะรนฮิลล์ ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ขณะที่รถยนต์กระบะวิ่งมาจากฝั่งวัดฉลองเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต เมื่อมาถึงจุดดังกล่าว รถกระบะที่วิ่งสวนมาได้เกิดวิ่งข้ามเลนมากะทันหัน จึงหักหลบไม่ทัน และเกิดการชนกันอย่างรุนแรง แต่โชคดีที่นักท่องเที่ยว 22 คนไม่ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่คนขับรถยนต์กระบะก็ได้พยายามบอกว่าตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายผิดแต่เป็นฝ่ายรถบัสที่วิ่งกินเลนเข้ามา จนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวเพื่อพิจารณาว่าฝ่ายใดผิด ฝ่ายใดถูก เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มหวิดโดนไฟคลอก รถไฟลุกไม่รู้ตัว เคราะห์ดีรถสวนเลนส่งสัญญาณเตือน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 ม.ค. 60 ร.ต.อ.มนัส สุรจิต ร้อยเวร สภ.วังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะไฟไหม้ บนทางหลวงหมายเลข 11 หรือถนนสายเอเชีย ม.3 ต.หาดกรวด อ.เมือง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ออกตรวจจุดเกิดเหตุพบรถกระบะ มาสด้า สีแดง ทะเบียน บฉ 4520 เกิดไฟลุกไหม้ทั้งคัน จึงแจ้งเทศบาลหาดกรวด นำรถดับเพลิง 1 คัน เข้าดับไฟ โดย พ.ต.อ.ธเนศ กาญจนพังคะ ผบก.สภ.วังกะพี้ เข้าบัญชาการเหตุการณ์ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพลิงจึงสงบลง

จากการสอบสวน นายอุนุวัติ พิสัตย์ อายุ 32 ปี ทราบว่า เป็นพนักงานขับรถร้านเจ๊วุ้น เพิ่งทำงานได้ 3 เดือน ขับรถจากกรุงเทพฯ เวลา 24.00 น. เมื่อคืนนี้ เพื่อบรรทุกแผ่นตัดเหล็ก จำนวน 5 แผ่น ไปส่งที่ร้านโฮมชัวร์ จ.น่าน จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ มีผู้ขับรถในเลนสวนส่งสัญญาณเตือน จึงได้ทราบว่ารถเกิดไฟไหม้ที่ท้ายรถ บริเวณล้อหลังด้านซ้ายคนขับ จึงรีบลงจากรถ ไม่กี่นาทีไฟก็ลุกโหมทั้งคัน ทำให้รถและแผ่นตัดเหล็กที่บรรทุกมา มูลค่ารวมกว่า 150,000 บาท ได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยยืนยันว่า ไม่ได้ขับรถเร็ว ใช้ความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมงเท่านั้น และรถไม่ได้ติดแก๊ส คาดว่าน่าจะเกิดจากระบบไฟ เพราะเป็นรถเก่า อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานวิทยาการพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดอุตรดิตถ์ จะได้ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดคลิปโศกนาฏกรรมสลด รถตู้ชนปิกอัพ ไฟลุกท่วมย่าง 23 ศพสยองบ้านบึง

โศกนาฏกรรมสยองขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 2 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุตายหมู่สยองส่งท้ายปีใหม่ที่ชลบุรี รถตู้สาย กทม.-จันทบุรี คาดคนขับหลับในข้ามเลนพุ่งชนประสานงารถกระบะ ย่างสดเสียชีวิต 23 ศพ ที่เกิดเหตุบนถนนสาย 344 ม.1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้าระยอง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบ้านบึงพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง รุดไปที่เกิดเหตุ พบไฟกำลังรุกโหมรถตู้โดยสาร สายกทม.-จันทบุรี หมายเลขทะเบียน 15-1352 กทม. ที่ชนอัดก็อปปี้กับรถกระบะ หมายเลขทะเบียน 1ฒ 2483 กทม. สภาพรถทั้งสองคันพังยับเยิน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งดับไฟและนำผู้บาดเจ็บที่มากับรถกระบะ 2 คนส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นพบผู้โดยสารพร้อมคนขับรถตู้ถูกไฟไหม้เสียชีวิตทั้งหมด 13 ศพ ส่วนผู้โดยสารในรถกระบะเสียขีวิต 10 ศพ รวมมีผู้เสียชีวิตที่เกิดเหตุ 23 ศพนายบรรชา ปานนัม ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นรถตู้ขับมาจากแยกแกลง มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพพุ่งข้ามเลนไปชนประสานงากับรถกระบะที่บรรทุกผู้โดยสารมาเต็มคัน ก่อนควันไฟจะพุ่งโหมไหม้ทั้งคันเบื้องต้นจากการตรวจสอบ พบว่า รถตู้โดยสารรับผู้สารจากจันทบุรีรวมคนขับจำนวน 13 คนมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ และคาดว่าคนขับคงหลับในก่อนจะพุ่งข้ามเลนไปชนรถกระบะจนเกิดเรื่องสยองขึ้น

ขอบคุณคลิปจาก ไก่เรารักกู้ภัยสว่างทีม กู้ภัยสี่ห้าสามสว่างประทีป

ภาพโดย เกรียงไกร บุญมาฉาย

ที่มา>>>ข่าวสด

พังเละคาถนน กระบะลื่นไถลพุ่งชนจยย.ยับทั้งคัน สาวกำลังไปทำงานดับสยอง

เวลา 07.30 น. วันที่ 9 ธ.ค. พ.ต.ท.สุคนธ์ รัสเอี่ยม รอง.ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนบายพาสเลี่ยงเมือง หมู่ 1 ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ แพทย์เวรโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบรถยนต์อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน บร 877 กาญจนบุรี สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ข-080 กาญจนบุรี สภาพพังยับเยิน

ที่เกิดเหตุ พบศพ นางสาวมัชชฎา สิงคิวิรัตน์ อายุ 32 ปี อยู่ หมู่ 1 ต.ม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี สภาพนอนคว่ำ ใส่เสื้อแขนยาวสีดำ กระโปรงสีดำ ขาซ้ายหัก ศีรษะแตก เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ นำส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา201612090821594-20041021114617จากการสอบสวน นายกนกพล แสงขำ อายุ 19 ปี คนขับรถ อยู่หมู่ 6 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ทราบว่า ตนได้ขับรถยนต์กระบะไปขายปลาที่ตลาดลาดหญ้าเมื่อตอนเช้าและตนเองได้ลืมของไว้ที่บ้านจึงขับรถยนต์กลับมาเอาของ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งฝั่งตรงข้ามมีการก่อสร้างถนน รถยนต์ได้เกิดเสียหลักลื่นไถลพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่ขับสวนมาทำให้เสียชีวิต201612090821591-20041021114617สำหรับนางสาวมัชชฎา สิงคิวิรัตน์ ผู้ตายทราบว่า ขณะเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์เพื่อไปทำงานที่ เมืองมัลลิกา ซึ่งเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อำเภอไทรโยค แต่ยังไม่ถึงที่ทำงาน มาถูกรถชนเสียชีวิตดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินคดีตามกฎหมายคนขับรถกระบะ พร้อมให้ญาตินำศพผู้เสียชีวิตเพื่อไปบำเพ็ญกุศลต่อไป201612090821592-20041021114617

ที่มา>>>ข่าวสด

ลอบวางบึ้มรถครูที่โคกโพธิ์กลางดึก รถพังยับรอดตายหวุดหวิด

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ร.ต.ท.สุข์วัฒน์ ไชยมณี รอง สว.สอบสวน สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุ มีคนร้ายลอบวางระเบิดถูกรถกระบะเสียหาย เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา บริเวณบ้านโพธิ์ ม.2 ต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ201609170717541-20160216143312ที่เกิดเหตุเป็นถนนชนบทห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 1 กิโลเมตร พบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนด์เงิน หมายเลขทะเบียน บต2761 สงขลา สภาพพังเสียหาย กระจกหน้าแตก เบื้องต้นพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อคือนายสุขเกษม มูหะ ครูโรงเรียนบ้านนาค้อเหนือ โชคดีที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย201609170717543-20160216143312นายสุขเกษม กล่าวว่า ขณะที่กำลังจะขับรถเสร็จจากธุระได้ขับรถเดินทางกลับบ้านเดินทางคนเดียว เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้ระเบิดเข้าอย่างจังเสียงดังสนั่น แรงระเบิดทำให้รถด้านหน้าเสียหายอย่างหนักโชคดีที่รอดหวุดหวิด ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว แต่ตนยังคงหวาดผวาอยู่

ที่มา>>>ข่าวสด

เก๋งชนปิกอัพสยองคลองวาฬ สลด! ศพพยาบาลกอดศพลูก 7 ขวบไว้คาอก เจ็บอีก 6

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 6 ก.ย. ร.ต.อ.อามร เพชรด้วง พงส.สภ.คลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านพลเมืองดีว่า เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถกระบะมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณถนนสายรองเพชรเกษม-บ้านทางหวาย หมู่ที่ 3 ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ ห่างจากถนนเพชรเกษมสายหลักประมาณ 4 กิโลเมตร จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบ หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลประจวบ รุดไปตรวจสอบเข้าให้ความช่วยเหลือ   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าซิตี้สีบรอนซ์-ทอง ทะเบียน กค 2774 ประจวบชนประสานงากับรถกระบะมิตซูบิชิ ไททัน สีเทา ทะเบียน บฉ 3442 นราธิวาส สภาพหน้ารถได้รับความเสียหายพังยับเยินทั้ง 2 คัน ตกไปอยู่ข้างถนน พบผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นางสำราญ โพธิ์เสือ อายุ 45 ปี พยาบาลวิชาชีพห้องฉุกเฉิน (ER)โรงพยาบาลประจวบฯ เสียชีวิตฝั่งคนนั่งซ้าย ในสภาพนอนกอดลูกสาววัย 7 ขวบที่เสียชีวิตด้วย    และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 8 ราย  คือ นายธรรมจักร โพธิ์เสือ อายุ 48 ปี คนขับรถเก๋ง   นางภาวินี แขมดำ อายุ 34 ปี   นางศรีไพ ทัพพะรังศรี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ  ดญ.น้ำ อายุ 7 ขวบ   และพยาบาลวิชาชีพห้องประจำห้องฉุกเฉิน 2 ราย  เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ช่วยกันปฐมพยาบาลนำส่งโรงพยาบาลประจวบเป็นการด่วน เพื่อให้แพทย์รีบดำเนินการรักษาเนื่องจากอาการบาดเจ็บของแต่ละรายอาการสาหัสขา-แขนหักและมีแผลฉีกขาดที่ศีรษะ

ส่วนสาเหตุเบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า รถเก๋งของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกำลังขับรถเดินทางกลับจากไปร่วมงานศพเพื่อนกู้ชีพในเขต ต.ห้วยทราย เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้มีรถกระบะคู่กรณีวิ่งกลับมาจากนำผ้านวมไปซักที่บริเวณร้านค้าหน้าวัดด่านสิงขร มุ่งหน้าที่จะกลับบ้าน เสียหลักชนประสานงากับรถเก๋งอย่างแรง ทำให้ตกข้างถนน เป็นเหตุทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ดีจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุถึงสาเหตุต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดสลด สาวจอดรถกระบะบนเนินหน้าบ้านลืมดึงเบรกมือไหลพุ่งชนทับตัวเองดับ

เมื่อเวลา 23.30 น. กลางดึกของคืนวันที่ 3 ส.ค. 59 ที่ผ่านมา ร.ต.ท.อำนาจ ภุชงค์ ร้อยเวร สภ.เมือง จันทบุรี พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.พระปกเกล้า และกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี ร่วมเดินทางตรวจสอบ บ้านเลขที่ 49/26 ภายในหมู่บ้านคลองน้ำใส ซ.วิมล  ม.12 ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี หลังรับแจ้งได้มีคนเคราะห์ร้าย ถูกรถยนต์ไหลลงเนินทับร่างเสียชีวิต จากการตรวจสอบ พบที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวเฮ้าท์ชั้นเดียว บริเวณหน้าบ้าน พบรถยนต์กระบะมาสด้า  BT 50  PRO สีขาว หมายเลขทะเบียน บม-8400 ลพบุรี อยู่ในลักษณะจอดขวางทางถนน สภาพด้านหน้า มีร่องรอยถูกเฉี่ยวชนพังเสียหาย ที่บริเวณใต้ท้องรถ พบศพของ น.ส.แสงเดือน มาชัยวงค์ อายุ 42 ปี เซลขายสินค้าทางการเกษตร อยู่ในสภาพนอนหงาย ขาและลำตัว พับกลับขึ้นมาอยู่เหนือศีรษะ  ส่วนบริเวณหน้าบ้าน พบมีสภาพประตูรั้วเหล็ก  2 บาน ถูกแรงรถกระบะไหลพุ่งชนขาดกระเด็น หลุดออกมาจากผนังคอนกรีต  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานจากการสอบสวนของ ร.ต.ท.อำนาจ ภุชงค์ ร้อยเวรเจ้าของคดี เบื้องต้น น.ส.รุจิวรรณ จันทรเทศ อายุ 52 ปี เพื่อนบ้านที่อยู่หลังติดกัน เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงรถยนต์ น.ส.แสงเดือน ได้ขับเข้ามาจอดหน้าบ้านตามปกติ หลังจากเสียงเครื่องยนต์ดับไม่นาน จู่ๆก็มีเสียงประตูเหล็กล้มกระแทกกับพื้น ดังมาจากทางหน้าบ้าน เมื่อวิ่งออกมาดูก็พบว่ารถกระบะของ น.ส.แสงเดือน ได้ไหลลงไปชนกับต้นไม้ซึ่งอยู่อีกฟากของถนนแล้ว แต่ไม่พบตัว น.ส.แสงเดือน แต่เมื่อก้มลงไปดู ที่ใต้ท้องรถ จึงพบ น.ส.แสงเดือน ถูกรถทับร่างอยู่  จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ มาช่วยเหลือ แต่ไม่ทัน น.ส.แสงเดือน ได้เสียชีวิตไปก่อนแล้ว

ขณะที่ทางตำรวจ ได้ทำการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ และภายในรถกระบะ พบว่าเจ้าของรถได้ทำการดึงกุญแจออกไปแล้ว และปลดเกียร์ว่างไว้ แต่ไม่ได้มีการดึงเบรกมือส่วนที่จอดรถหน้าบ้าน พบว่ามีลักษณะเป็นเนินสูงชัน ทำให้เป็นไปได้ว่าในขณะที่ น.ส.แสงเดือน ได้ขับรถขึ้นไปจอดแล้วรีบดับเครื่อง โดยไม่ทันดึงเบรคมือไว้ ก่อนที่จะลงไปปิดประตูรั้วเหล็กหน้าบ้าน ทำให้รถไหลลงเนินชนประตูเหล็กจนหลุดกระเด็น ไปทั้ง 2 บาน และพุ่งชนทับร่างของ น.ส.แสงเดือน ที่ยืนอยู่หน้าประตูซ้ำ จนทำให้ร่างติดคาใต้ท้องรถเสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

สยองนิคมฯบางปู! กระบะซิ่งแซงย้อนศรชนจยย.3คันรวด ตร.จับคนขับตรวจฉี่

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 28 ก.ค. พ.ต.ต.สุทธิชล ธงชัยภูมิ สารวัตรเวร สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุรถกระบะชนประสานงานรถจักรยานยนต์หลายคันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส บริเวณถนนนิคมอุตสาหกรรมบางปู เยื้องปากซอย 9 เอ ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ จึงพร้อมด้วยมูลนิธิร่วมกตัญญู และมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ มูลนิธิกู้ภัยบางปู 811 เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฒย 8603 กรุงเทพมหานคร จอดขวางถนนในลักษณะย้อนศร ด้านหน้าพังยับเยิน ชนประสานงานกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีขาว-ดำ ทะเบียน ขยฉ 202 บุรีรัมย์ และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า แอลเอส สีดำ-เทา ทะเบียน กกท 881 ศรีสะเกษ ล้มอยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ที่ล้อหน้าข้างขวาพบศพชายไม่ทราบชื่อ อายุ 35-40 ปี ทำงานที่บริษัทไตโย ฟาสเทอเนอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ถูกล้อหน้าข้างขวาของรถกระบะทับบริเวณลำตัว เสียชีวิตคาที่ ห่างออกไป 50 เมตรพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ 125 ไอ สีดำ-น้ำตาล ทะเบียน 1 กฆ 2992 กรุงเทพมหานคร ล้มคว่ำอยู่กลางถนน สภาพข้างขาวถูกชนจนยับ ส่วนท้ายขาดกระเด็นหายไป ในที่เกิดเหตุยังมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย มูลนิธิช่วยนำส่งโรงพยาบาลรัทรินทร์บางปูไปก่อนแล้ว ทราบชื่อคือนายจำนง เสริมวิเศษ อายุ 26 ปี บาดเจ็บที่ขาทั้งสองข้าง และนายเฉลิมชัย วาดวงปราง อายุ 27 ปี ทั้งสองทำงานที่เดียวกับผู้ตาย แต่นายเฉลิมชัย ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้ขับขี่รถยนต์กระบะคันดังกล่าวนั่งรอเจ้าหน้าที่อยู่ข้างรถ คือนายจีรภัทร์ แก้วสุวรรณ อายุ 38 ปี อยู่ในสภาพคล้ายคนมึนเมาและให้การวกวน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงคุมตัวเอาไว้

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงที่พนักงานบริษัทต่างๆ เปลี่ยนกะเข้าทำงาน จึงมีรถรับส่งพนักงานจำนวนมากที่วิ่งเข้าออกรับส่งคนงานตามบริษัท ทำให้การจราจรฝั่งขาเข้าภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปูติดขัด ระหว่างที่รถทุกคันจอดรอกันอยู่กับเลนของตัวเอง แต่รถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้ขับแซงขวาย้อนศรมาด้วยความเร็ว เป็นจังหวะเดียวกันที่ผู้ตายและผู้บาดเจ็บขับขี่รถจักรยานยนต์สวนทางขึ้นมา จึงถูกรถกระบะเฉี่ยวชนและชนประสานงานรถจักรยานยนต์ทั้ง 3 คัน เสียงดังสนั่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายจีรภัทร์ คนขับรถยนต์กระบะไปตรวจแอลกอฮอล์ในร่างกาย เนื่องจากให้การไม่รู้เรื่อง วกไปวนมา ก่อนนำตัวไปควบคุมเพื่อรอการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ขอติดรถไปนวดคลายเส้น!! จยย.ชนสนั่นกระบะ สองหนุ่มใหญ่กระเด็นดับคาถนน

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 ก.ค. ร.ต.อ.แทนไทย บุดดาวงศ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.นาแก จ.นครพนม รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิตในพื้นที่หน้าปากทางเข้าตลาดสดเทศบาล ต.นาแก รุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.นาแก กู้ชีพ 1669 กู้ภัยศรีคุณ

ที่เกิดเหตุถนนทางหลวงหมายเลข 2033 ฝั่งขาออกตัวอำเภอ เยื้องกับร้านรุ่งจิตรไฟแนนซ์ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีแดงคาดขาว ทะเบียน กษก 967 นครพนม ล้มคว่ำซุกอยู่หน้าท้องรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า 4 ประตู สีขาว ทะเบียน กษ 3850 นครพนม ที่กระโปงหน้ารถบุบงอเสียหาย พบนายสถาพร วัดโสภา อายุ 25 ปี ชาว จ.หนองคาย คนขับรถกระบะยืนรอให้การด้วยอาการตื่นตระหนก ใกล้กันพบศพนายนิน บุตรดี วัย 66 ปี คนขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว สภาพนอนคว่ำหน้า ขาซ้ายหัก เลือดออกปากเสียชีวิตคาที่ ใกล้กันยังพบศพนายเฉลิมพล เพชรเจริญรัตน์ อายุ 68 ปี สภาพศพนอนหงายหน้า ขาซ้ายหัก ท้ายทอยมีเลือดไหลนองพื้น เสียชีวิตคาที่รวม 2 ศพ

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถกระบะของนายสถาพร ขับออกจากตัวอำเภอจะไป ต.พระซอง เพื่อมุ่งหน้าเข้า อ.เรณูนคร ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ที่มีนายนิน เป็นคนขับจะไปซ่อมนาฬิกาที่ตลาด มีนายเฉลิมพล ขอซ้อนท้ายจะไปนวดแผนโบราณ โดยทั้งคู่ขับจาก ต.พระซอง เพื่อจะเลี้ยวเข้าปากทางตลาดสดซึ่งเป็นจุดกลับรถ กระทั่งชนประสานงาเข้าอย่างจัง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดให้แน่ชัดอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด