นาทีชีวิต! ระดมทีมแพทย์นับ 10 คนทำคลอดคุณแม่หนัก 130 กิโล ปลอดภัยทั้งแม่ลูก

เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ ของจีนรายงานว่า สาวตั้งครรภ์น้ำหนักตัวกว่า 127 กิโลกรัม ถูกนำส่งแผนกสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลที่นครฉางชา มณฑลหูหนาน ทางตอนใต้ของจีนทีมแพทย์ถึงกับต้องกุมขมับที่เจองานใหญ่ในมือ เนื่องจากไม่เคยเจอสาวตั้งครรภ์รูปร่างใหญ่ขนาดนี้มาก่อน และไม่แน่ใจในรายละเอียดข้อมูลต่างๆ เช่น ปริมาณยาสลบที่จะใช้สุดท้ายจึงเรียกประชุมด่วน แล้วโทร.ไปตามแผนกต่างๆของโรงพยาบาล ในที่สุดสามารถรวบรวมทีมแพทย์ได้ 16 คนมาช่วยกันผ่าตัดทำคลอดจนประสบความสำเร็จ โดยทารกและแม่ปลอดภัยดีทั้งคู่

ที่มา>>>ข่าวสด

ล้อมจับระทึก!หมีควายหลุด ยิงยาสลบจนสิ้นฤทธิ์ก่อนจับใส่กรง เร่งล่าอีก 1 ตัว

กรณีหมีควาย 2 ตัว จากทั้งหมด 21 ตัวในศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง บ้านปางหมู ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน แหกกรงตาข่ายเหล็กหลุดเข้าไปในป่า บริเวณพื้นที่ตำบลปางหมู สาเหตุเพราะเกิดฝนตกหนัก และระบบไฟฟ้าป้องกันหมีรอบกรงเหล็กขัดข้อง เมื่อคืนวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยขณะนี้หมีทั้ง 2 ตัว อาจจะหนีเตลิดเข้าไปในป่า บริเวณหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏแม่ฮ่องสอน ไปจนถึงด้านหลังศูนย์บำบัดยาเสพติดโดยเจ้าหน้าที่ปูพรมค้นหา ล่าสุดหมีย่องเข้าไปหาอาหารที่บ้านพักครูและทำลายบานเกร็ดหน้าต่างเสียหาย จนครูสาวตื่นมาพบ พร้อมเตือนนักเรียนอย่าเข้าใกล้ชายป่า ตามที่เสนอข่าวไปนั้น ความคืบเมื่อเวลา 1100 น. วันที่ 14 มิ.ย. พ.ต.ต.พัฒนศักดิ์ เพียรงาม สารวัตรป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองแม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบหมีควายที่หลุดออกจากกรุงศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตองกำลังเข้ามาทำลายข้าวของ และจะทำร้ายชาวบ้านด้านหลังโรงไฟฟ้าแม่ฮ่องสอน บ้านชานเมือง ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

หลังรับแจ้งจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและแจ้งไปยัง นายปรีชา ทะจะกัน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุริทร์ นายสุวิทย์ แก้วปิยะรัตน์ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง  ระดมกำลัง เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง, เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ สนธิกำลังกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมือง, ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย, เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า, เจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ปางตอง, เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าปางตอง, เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.1 (ม่วงต๊อบ และ มส.2 ม่อนตะแลง) และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ ระดมกำลังจำนวน 100 นาย เข้าไปยังพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับแจ้ง
 เมื่อไปถึงพบหมีความกำลังอาละวาด เข้าทำลายข้าวของชาวบ้านเพื่อหาอาหารกิน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่หมีควายก็วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าปีนขึ้นภูเขา มุ่งหน้าไปทางบ้านพักภารโรง โรงเรียนห้องเจ้าหน้าที่ต้องกระจายกำลังเข้าปิดล้อมป่าภูเขาด้านหลังโรงเรียน ห้องสอนศึกษา และโรงไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมกับแจ้งไปยังโรงเรียนห้องสอนศึกษา ห้ามนักเรียนเข้ามาในบริเวณด้านหลังโรงเรียน เนื่องจากหมีกำลังมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเกรงเด็กนักเรียนจะประสบกับอันตราย
ต่อมาหมีความเห็นคนจำนวนมากตื่นตกใจ วิ่งเข้าใส่เจ้าหน้าที่ที่ปิดล้อมแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง จากนั้น ก็เข้าปิดล้อมใหม่ โดยให้สัตวแพทย์ประจำศูนย์เพาะเลี้ยงสัตวป่าปางตองให้เข้ามาดำเนินการ ส่วนหมีก็วิ่งวนเวียนไปมาอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเจ้าหน้าที่บนภูเขา จนพบว่าหมีหลบมานั่งพักอยู่ในกอไผ่ เจ้าหน้าที่จึงสั่งปิดล้อม จนกระทั่งเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง จึงใช้ปืนติดลูกดอกยาสลบยิงเข้าที่บริเวณตัวหมี 1 นัด ใช้เวลาถึง 10 นาที จึงทำให้หมีสลบและเจ้าหน้าที่ 20 นายช่วยกันหามออกจากป่า นำกลับไปใส่กรงข้างไว้ที่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง บ้านปางหมู ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ตามเดิม
 นายสุวิทย์ แก้วปิยะรัตน์ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่สามารถจับหมีที่แหกกรงหลบหนีออกมาได้ 1 ตัว เป็นหมีเพศผู้ น้ำหนัก 150 กิโลกรัม อายุเพียง 3 ปี ตัวใหญ่มาก และยังเหลืออีก 1 ตัว ยังไม่สามารถจับได้ ขณะนี้ได้ระดมเจ้าหน้าที่ทำฝ่ายเข้าออกติดตามหาตัวแต่ก็ยังไม่พบ  กรงจะไปทำอันตรายชาวบ้าน จึงขอแจ้งเตือนประชาชนที่ออกไปหาของป่าให้ระมัดระวังด้วย เนื่องจากหมีอีก 1 ตัว ยังจับไม่ได้

ล่าสุดชุดไล่ล่าหมีได้รับแจ้งเหตุจากราษฎรบ้านปางหมู ว่าพบหมีควายอีกตัวแล้ว อยู่บริเวณสวนของชาวบ้าน ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 1.5 กม.จึงพากันเดินทางออกไปจับกุมหมีอีกตัวที่เหลือ คาดว่าจะสามารถจับกุมและนำมาขังในกรงได้ตามเดิม หลังจากที่หลุดออกจากกรงไปถึง 7 วัน

ที่มา>>>ข่าวสด