2ไอ้ทุยโผล่ตัดหน้า รถตู้เบรกไม่ทันชนจั๋งหนับ ก่อนวิ่งหายเข้ากลีบเมฆ

เมื่อเวลา 02.40 น. วันที่ 22 ส.ค. พ.ต.ท.พศวัต ศิริพรนพคุณ สารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุรถตู้โดยสารชนควาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในรถ บริเวณบ้านโค้งวันเพ็ญ ถนนสาย 332 แยกเกษมพล–แยกเจ ม.11 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุพบรถตู้รับจ้าง ทะเบียน 30-3610 ชลบุรี สภาพด้านหน้าพังยับเยิน บริเวณเบาะหน้าฝั่งผู้โดยสาร พบ นายเหลียง จิง ฮ่อง อายุ 38 ปี สัญชาติจีน บริเวณขาขวาติดอยู่กับซากรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยกันนำออกมา ก่อนนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแทพย์ทหารเรือ โดยมีนายสัมฤทธิ์ อังคณาวิศัลย์ อายุ 30 ปี คนขับ ยืนรอเจ้าหน้าที่ พร้อมนักท่องเที่ยวจีนอีก 8 คน

จากการสอบถามนายสัมฤทธิ์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปรับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา-ระยอง พัทยา เพื่อไปส่งยังเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขณะขับมาตามถนน มืดมากไม่มีแสงสว่างตามไหล่ทาง

นายสัมฤทธิ์ กล่าวต่อว่า จู่ ๆ มีควาย 2 ตัว วิ่งตามกันออกมาตัดหน้ารถตู้อย่างกะทันหันทำให้ชนอย่างแรง เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวจีนที่นั่งเบาะข้างคนขับได้รับบาดเจ็บขาขวาติดอยู่ซากรถที่ยุบเข้ามา ส่วนควายทั้ง 2 ตัว ได้วิ่งหายเข้าไปในป่าข้างถนน

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำบันทึกที่เกิดเหตุ ก่อนจะติดตามหาเจ้าของควายเพื่อมาสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว แห่ขึ้นดอยสัมผัสหนาว “อินทนนท์” ยะเยือก 5 องศา

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ อำนวยการโดย นายรุ่ง หิรัญวงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ รายงานว่า วันนี้ อุณหภูมิที่ยอดดอยอินทนนท์วัดได้ 5 องศาเซลเซียส ที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน อุณหภูมิ 10.3 องศาเซลเซียส อากาศเปิด จุดที่ทำการอุทยานฯ วัดได้ 15 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวยังคงคึกคัก เข้ามาสัมผัสอากาศหนาว ชมพระอาทิตย์ยามเช้า และทะเลหมอก รวมทั้งไปเดินศึกษาธรรมชาติที่กิ่วแม่ปานกัน โดยทางอุทยานฯ จัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำอย่างเต็มที่ สถิตินักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวไทย 2,710 คน ชาวต่างชาติ 400 คน ยานพาหนะ 800 คัน รวมทั้งสิ้น 2,570 คน201611060944428-20021028190510นอกจากนี้ จุดท่องเที่ยวต่างๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติทั้งที่น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร รวมทั้งสมอฟาร์ม นักท่องเที่ยวได้แวะเที่ยวและบันทึกภาพอย่างคึกคักในช่วงวันหยุด ถือว่าเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวแล้วของเชียงใหม่201611060944427-20021028190510ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจุดดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยุสเทพ และเดินทางไปเที่ยวชมพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ และบ้านแม้ว ม้ง ดอยปุย เพื่อซื้อของที่ระลึก ส่วนที่ดอยเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ นักท่องเที่ยวก็ได้แจ้งชื่อกับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำขึ้นเที่ยวชมดอยเชียงดาว เพื่อไปชมดอกนกแก้ว ที่กำลังจะเบ่งบานในช่วงฤดูหนาวนี้ ดอยอ่างขาง อ.ฝาง และดอยผ้าห่มปก อ.ฝางเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวเริ่มคึกคักเช่นกัน รวมทั้งห้วยน้ำดัง อ.แม่แตง เชียงใหม่ ดอยม่อนแจ่ม อ.แม่ริมเชียงใหม่ คนก็เดินทางไปชมพืชพันธุ์เกษตรแบบภูมิปัญญาไทย อย่างไม่ขาดสายในช่วงวันหยุด ส่งผลให้การท่องเที่ยวเชียงใหม่ คึกคักขึ้นมาทันที เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นการทางการ201611060944424-20021028190510นางพรนภา ทองด้วง เวรพยากรณ์อากาศ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ รายงานว่า ภาคเหนือมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา คือบริเวณความกดอากาศสูง กำลังอ่อนจากประเทศจีนยังคงแผ่ปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ภาคเหนือ ตอนบนอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กิโลเมตร/ชั่วโมงอุณหภูมิต่ำสุดวันนี้ วัดได้ 10.3 องศาเซลเซียส ที่กิวแม่ปาน ดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่201611060944425-20021028190510201611060944429-20021028190510

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดวัดพระแก้ววันแรก นักท่องเที่ยวสวมเสื้อดำ เปิดใจทราบดีคนไทยอยู่ในความโศกเศร้าแค่ไหน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 1 พ.ย. ถือเป็นวันแรกที่ วัดพระแก้ว ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตามปกติ ภายหลังการสวรรคตs__14205201โดยนางซินดี้ แกรนด์นิเจอร์ อายุ 59 ปี นักท่องเที่ยวจากรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ที่เข้ามาท่องเที่ยววัดพระศรีรัตนศาสดารามกับคณะทัวร์ เปิดเผยว่า ทราบดีว่าตอนนี้ประชาชนคนไทยกำลังอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจอย่างมาก กับการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตนรู้จักพระองค์ผ่านทางข่าวต่างๆ ทราบดีว่าพระองค์เป็นกษัติย์ที่ยิ่งใหญ่ ทรงทำทุกอย่างให้กับประชาชนคนไทย และเป็นที่รักของคนไทย อย่างที่เห็นได้จากทรงครองราชย์มาถึง 70 ปีนางซินดี้ แกรนด์นิเจอร์นางซินดี้ แกรนด์นิเจอร์

นางซินดี้ กล่าวถึงการสวมชุดไว้ทุกข์ในการมาวัดพระแก้วในวันนี้ เป็นความเคารพที่อยากแสดงออก ไม่ได้รู้สึกลำบากใจ และดีใจที่ได้มีส่วนร่วมและได้เห็นการที่ประเทศไทยมีพระราชพิธียิ่งใหญ่แบบนี้ ขณะที่สหรัฐอเมริกาก็มีความตื่นตัวกับการสวรรคตของพระองค์เช่นกัน นอกจากนี้ ยังได้เห็นความมีน้ำใจของคนไทยที่มีบริการอาหารและน้ำดื่มฟรีให้กับผู้ที่มาร่วมถวายสักการะพระบรมศพ ซึ่งตนไม่เคยเห็นที่ประเทศไหนมาก่อนs__14205176น.ส.คริสทีน่า บินเดอร์ อายุ 29 ปี ชาวเยอรมัน หัวหน้าเภสัชกรคลีนิคแห่งหนึ่ง ซึ่งแบกเป้เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทยครั้งแรก ได้เปิดเผยว่า เพิ่งมีโอกาสมาเที่ยวเมืองไทยเป็นครั้งแรกและมาถึงเมืองไทยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยวางแผนเที่ยวยาว 12 วัน ทั้งเขาใหญ่ สุโขทัย เกาะลันตา และกรุงเทพฯ เป็นแห่งแรก ก่อนหน้านี้ทราบข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคตแต่ไม่ได้เปลี่ยนแผนการเดินทางแต่อย่างใด แต่ได้เตรียมเสื้อผ้าชุดสีดำมาเพื่อแสดงความเคารพด้วยs__14205158น.ส.คริสทีน่า กล่าวด้วยว่า รู้จักพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุด 70 ปี เป็นพระประมุขที่คนไทยเคารพและเทิดทูน วันนี้ได้เห็นบรรยากาศที่คนมาต่อแถวเพื่อถวายสักการะพระบรมศพ รู้สึกว่าเป็นการแสดงความเคารพที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งคนต่างประเทศเช่นตนไม่เคยสัมผัสมาก่อน หากประมุขหรือผู้นำประเทศเสียชีวิต จะมีการลดธงครึ่งเสาไม่มีรัฐพิธีเช่นนี้

ด้าน นางเวนเนสซ่า เพซบัวชูร์ นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส เดินทางมากับสามีเพื่อนสัมผัสประเทศไทยให้ลึกซึ้งด้วยตัวเอง กล่าวว่า แม้ได้ยินข่าวการสูญเสียของคนไทย แต่เราไม่ได้เปลี่ยนความตั้งใจที่จะมาเที่ยวเมืองไทย ทราบว่าวันนี้พระบรมมหาราชวัง เปิดเป็นวันแรกจึงชวนกันมาชมความวิจิตรงดงาม ก่อนเปลี่ยนจุดหมายปลายทางเที่ยวเกาะยาวน้อยต่อไป เราไม่คุ้นกับอะไรแบบนี้ หากผู้นำเราเสียชีวิตก็ไม่ได้มีใครแต่งตัวไว้ทุกข์ อาจมีการยืนไว้อาลัย แล้วพวกเราก็ใช้ชีวิตกันตามปกติ แต่เราเข้าใจและเคารพสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของคนไทย เราจึงไม่รู้สึกว่าการเปิดพระบรมมหาราชวังบางส่วนจะเป็นอุปสรรคหรือทำให้หมดสนุกในการท่องเที่ยวตลอด 10 วัน

ที่มา>>>ข่าวสด

โรงแรมอิสติน ตัน ยื่นอุทธรณ์ หลังถูกสั่งปิด พบยังมีนักท่องเที่ยวเข้าพักปกติระหว่างร้องเรียน

จากกรณีเจ้าหน้าที่สั่งปิดโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล จ.เชียงใหม่ ของ ตัน ภาสกรนที นักธุรกิจชื่อดัง โดยยืนยันว่าผิดกฎหมายผังเมือง และ กฎหมายควบคุมอาคาร โดยนายศรัญญู มีทองคำ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล ถ.ห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (7ต.ค.) พบว่า เปิดเป็นโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม และเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร

นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงกรณีทางจังหวัดได้มอบหมายให้ทางอำเภอเมืองเชียงใหม่เข้าทำการตรวจสอบโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล เชียงใหม่ ของนายตัน ภาสกรนที นักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนห้วยแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่นั้น เนื่องจากอาคารดังกล่าวได้ขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารชุดที่พักอาศัย หรือ คอนโดมิเนียม แต่ทางผู้ประกอบการได้นำอาคารดังกล่าวมาเปิดให้บริการเป็นโรงแรมที่พัก ซึ่งผิดต่อ พ.ร.บ.ผังเมือง ทางอำเภอเมืองเชียงใหม่ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว จึงไม่สามารถอนุญาตให้ดำเนินกิจการประเภทโรงแรมได้

ทางโรงแรมอิสติน ตันฯ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อฝ่ายปกครองของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางคณะกรรมการจังหวัดประชุมร่วมกัน พร้อมทำเรื่องขอความเห็นไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งได้พิจารณาแล้วเห็นว่าขัดต่อ พ.ร.บ.ผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร จึงไม่อนุญาตให้ดำเนินการจัดตั้งเป็นโรงแรมที่พัก จากกรณีการขออนุญาตอาคารดังกล่าวนี้ เป็นเรื่องเกิดขึ้นมาก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แต่เมื่ออาคารดังกล่าวนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการโรงแรมที่พักตามกฎหมาย จึงไม่สามารถที่จะเปิดให้บริการได้เป็นหลักที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนเรื่องที่โรงแรมออกมาชี้แจงว่ากำลังยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการส่งเสริม และกำกับธุรกิจโรงแรม เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 นั้น ยังไม่ได้รับรายงาน

ด้านนายสมหวัง บุญระยอง โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ของอาคารแห่งนี้ เป็นอีไอเอสำหรับอาคารอยู่อาศัย โดยไม่ได้ทำอีไอเอสำหรับโรงแรม จึงทำให้การนำอาคารชุดมาปรับเป็นโรงแรมถือว่าผิดกฎหมาย201610092012222-20021028190509ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ นายตัน ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก “ตัน ภาสกรนที”ว่า ตามที่มีข่าวว่าโรงแรม อิสติน ตัน โฮเทล เชียงใหม่ ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เนื่องจากโรงแรมได้รับการปฏิเสธการขออนุญาตทำธุรกิจโรงแรม เพราะมีการเปลี่ยนผังเมืองใหม่ และขณะนี้ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการการส่งเสริมและกำกับธุรกิจโรงแรมแล้ว จึงขอเรียนว่า เหตุการณ์นี้เกิดจากปัญหารอยต่อระหว่างประกาศผังเมืองฉบับเก่า และฉบับใหม่ บริษัทฯ ไม่มีเจตนาทำผิดกฎหมาย” ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ข่าวคืบหน้าเมื่อเวลา 19.50 น.วันที่ 9 ตค59 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปโรงแรม อิอิตัน ซึ่งตั้งอยู๋บนถนนห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ พบว่าทางโรงแรมยังคงเปิดให้บริการอยู่ตามปกติโดยมีนักท่องเที่ยวยังคงเข้าออกโรงแรมดังกล่าวและไฟในห้องพักบางห้องก็ยังคงเปิดแสดงว่ามีผู้เข้าไปพักอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วรวมทั้งผู้ที่มาพักใหม่ และมีรถตู้ของทางโรงแรมรับส่งแขกของโรงแรมเข้าออกเป็นระยะ ซึ่งส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศยุโรปและชาวจีน ที่มาติดต่อขอเช่าพัก ส่วนคนไทยนั้นก็จะมาเพียงถ่ายภาพรูปปั้นนายตัน ที่ตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์การค้า “ติงปร์าค”หน้าโรงแรมของเสี่ยตัน

ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามพนักงานโรงแรมอิชิตันซึ่งกำลังให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่โดยพนักงานได้เปิดเผยว่า ทางโรงแรมยังคงเปิดให้บริการตามปกติอยู่โดยทางผู้บริหารของโรงแรมได้แจ้งให้กับพนักงานทราบว่าให้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เพราะเรื่องยังอยู่การร้องขอความเป็นธรรมอยู่ เมื่อมีแขกเดินทางมาติดต่อขอพักทางพนักงานก็จะให้ขึ้นไปติดต่อกับเคาร์เตอร์ชั้น 2 ของโรงแรมทันที ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักตลอดในช่วงนี้ ส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ

ที่มา>>>ข่าวสด

อึ้ง!! นักท่องเที่ยวจีน โดนเก็บค่าแท็กซี่ พญาไท-สามเสน 2,540 บาท แฉกลโกง

กรณีแท็กซี่โดยสาร คิดค่าบริการไม่เป็นไปตามจริง เห็นได้บ่อยครั้ง ซึ่งครั้งนี้ จ.ส.100 ได้นำเรื่องการร้องเรียนครั้งนี้มาเปิดเผย โดยระบุว่า “เจ้าหน้าที่โรงแรมร้องเรียนแทนนักท่องเที่ยว ชาวจีน 4 คน ขึ้น TAXI สีเขียวเหลือง จาก แอร์พอร์ตลิ้งค์พญาไท ไปลงที่ โรงแรมธาราเพลส ถ.สามเสน ถูกเรียกเก็บค่าโดยสารจำนวน 2,540 บาท ขณะนี้ได้จดหมายเลขทะเบียนแจ้งเอาผิดที่กรมการขนส่งทางบกแล้ว และหากผู้โดยสารถูกหลอกลวงกรณีแบบนี้ให้จดจำหมายเลขทะเบียนและแจ้งที่กรมการขนส่งทางบกได้ที่โทร 1584 ตลอด 24 ชม.”โดยผู้ขับแท็กซี่อีกคันที่ได้ฟังการร้องเรียนผ่านจส.100 ได้เปิดเผยว่าตัวเลข 2540 นี้คือรหัสของรถแท็กซี่ ที่กรมการขนส่งฯ  ตั้งไว้ประจำรถแท็กซี่ทุกคันเพื่อใช้ตรวจสอบมิเตอร์รถ  คนขับสามารถกดปุ่มบนจอเพื่อเปิดตัวเลขนี้ขึ้นมาหลอกลวงผู้โดยสารต่างชาติแทนค่าโดยสารจริงได้

ที่มา>>>ข่าวสด

เครียดชีวิต!นักท่องเที่ยวสวีเดนผูกคอดับคาห้องพักโรงแรมหรูภูเก็ต

เมื่อเวลา 15.40 น.วันที่ 26 ก.ย. ร.ต.อ.ชาญณรงค์ ประคองเอื้อ รอง สว.(สอบสวน) สภ.กมลา จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ตว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติผูกคอตายภายในห้องพักโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงพร้อมด้วยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ประจำพื้นที่หาดป่าตองและหน่วยกู้ภัย อบต.กมลา รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมหรู 4 ชั้น บริเวณห้องพักชั้นล่าง หน้าห้องน้ำพบศพชายชาวต่างชาติสวมชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ใช้เชือกไนล่อนผูกกับขอบสแตนเลสประตูแล้วคล้องกับคอ แต่เท้าทั้ง 2 ขาตั้งแต่หัวเข่าสัมผัสกับพื้นห้องน้ำ ตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือร่องรอยการต่อสู้ ทราบชื่อคือ นายแฮมเรน ลาร์สสัน แอนเดอร์ เฟรดดิ้ง อายุ 47 ปี สัญชาติสวีเดน สภาพศพเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมง จึงนำศพส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.ป่าตอง

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายแฮมเรนพักอาศัยอยู่ที่ห้องดังกล่าวมาราว 1 สัปดาห์แล้ว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าผู้ตายอาจเครียดปัญหาชีวิตส่วนตัว จึงตัดสินใจผูกคอตายในที่สุด อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

นักท่องเที่ยวสาวญี่ปุ่นเข้าแจ้งความถูกหนุ่มเจ็ทสกีเกาะล้านข่มขืน – เจ้าตัวปฏิเสธ

201609251956243-20041019161308
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 25 ก.ย. พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท. ได้นำกำลังจับกุมตัว นายนะ อายุ 34 ปี อาชีพประกอบการเจ็ทสกีบนเกาะล้าน หลังมีผู้เสียหายเป็นนักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุ่นมาแจ้งความไว้กับตำรวจว่าถูกชายคนดังกล่าวข่มขืนกระทำชำเรา

สืบเนื่องจากวันที่ 24 กันยายน 2559 ผู้เสียหายซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นได้เดินทางไปพักผ่อนและใช้บริการเช่าเรือเจ็ทสกีของนายนะ ก่อนมีการพูดคุยกันและได้เช่ารถ จยย.ขับขี่ท่องเที่ยวรอบเกาะ โดยทั้งสองได้ดื่มกินกันก่อนจะมีเพศสัมพันธ์กัน ต่อมานักท่องเที่ยวสาวคนดังกล่าวเข้าแจ้งความว่าถูกข่มขืน

สอบสวนความนายนะ ให้การอ้างว่า ยอมรับว่ามีเซ็กส์กับนักท่องเที่ยวแต่ไม่ได้ลงมือข่มขืนนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด ทั้งหมดเป็นความยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย เนื่องจากดื่มกินกันตั้งแต่กลางวันจนเมาได้ที่แล้วเกิดอารมณ์ จึงแวะข้างทางในที่ลับตาคนก่อนมีเพศสัมพันธ์จนเสร็จกิจไปหนึ่งครั้ง ซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องราวใหญ่โต จนเจ้าหน้าที่เดินทางมาจับกุมที่บ้านพักดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ประกอบสำนวน ก่อนควบคุมตัวนายนะ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เบื้องต้นได้กล่าวหาว่าข่มขืนและกระทำชำเราหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตน ก่อนนายรัตนะจะยื่นต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมตามลำดับต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

จับแล้ว”ไกด์หนุ่ม”สารภาพลวนลาม”แหม่ม”จนพลัดตกเขาอ่าวไร่เลย์

จากกรณีที่ตำรวจท่องเที่ยว และศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว จ.กระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้เข้าช่วยน.ส.ฮันนาห์ มิเชล กาวิออส อายุ 23 ปี นักท่องเที่ยวสาวชาวอเมริกาที่พลัดตกจากเขาที่อ่าวไร่เลย์ นำส่งร.พ.กระบี่ โดยน.ส.ฮันนาห์ได้ให้การเบื้องต้นว่า ก่อนเกิดเหตุได้ว่าจ้างไกด์ท้องถิ่นคนหนึ่งนำเดินทางลัดเลาะไปตามเขาอ่าวไร่เลย์ แต่ระหว่างทางกลับโดนไกด์รายดังกล่าวพยายามลวนลาม ปลุกปล้ำ จนตกใจวิ่งหนีจนกระทั่งพลัดตกเขาได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อเย็นวันที่ 2 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้รับแจ้งจาก สภ.อ่าวนาง ว่า คุมตัวผู้ต้องสงสัย 1 ราย ได้นำมาสอบสวนทราบชื่อนายอภัย เรืองวรชาย อายุ 28 ปี ชาวตำบลวังมะปรางเหนือ อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ต่อมานายอภัยได้รับสารภาพว่า ตนได้ทำการลวนลามผู้ประสบเหตุรายนี้ และผู้ประสบเหตุได้วิ่งหนี จึงเป็นเหตุให้พลัดตกเขา  นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้สั่งการให้ หัวหน้าศูนย์รับแจ้งเหตุและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ เป็นผู้แทนมอบแจกันดอกไม้ให้แก่ผู้ประสบเหตุรายนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดตัว”รปภ.กำธร”ฮีโรหยิบระเบิดในร้านผ้าป่าตอง ลั่นขอตายแค่คนเดียว!

เปิดตัว “รปภ.กำธร” ฮีโร่หยิบระเบิดในร้านผ้าไช่น่าทาวน์ป่าตองออกไปกลางลานจอดรถ เหตุเพราะกลัวนทท.โดนลูกหลง เบื้องต้น ภาครัฐเอกชนรุดมอบเงินรางวัลร่วม 8 หมื่นบาทแล้ว ด้านผวจ.กระบี่เตรียมยกย่องเป็นคนดีศรีกระบี่เป็นที่เรียบร้อย  จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Dhammatuch Jumpa ได้เผยแพร่เรื่องราวในลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับ รปภ.ประจำศูนย์การค้าแห่งหนึ่งที่เป็นผู้เสียสละนำวัตถุต้องสงสัยออกไปยังลานจอดรถเพื่อไม่ให้คนอื่นต้องมารับเคราะห์ โดยเรื่องราวดังกล่าวมีประชาชนเข้ามาแสดงความเห็นและชื่นชม ก่อนจะมีการแชร์ต่อๆออกไปจำนวนมาก

โดยในเนื้อหาระบุว่า

“ฮีโร่ที่ตำรวจไทยแกล้งลืม” นี้คือลุงกำธร เกตุแก้ว ชาวอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ มีอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำศูนย์การค้าไชน่าทาวน์ หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เรื่องราวมีอยู่ประมาณว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2559 เวลาประมาณ 18:40 น. มีชายต้องสงสัยสองคนทำทีมาซื้อเสื้อผ้าในร้านผ้าของไชน่าทาวน์ แต่ไม่ได้ซื้อสิ่งใดไป และได้ทิ้งถุงที่ใส่โทรศัพท์มือถือที่มีผ้าห่ออะไรบางอย่างพันกับมือถือและสายไฟหลายสายต่อกับมือถือ ทางพนักงานขายชายซึ่งเป็นชาวเนปาล (ถ้าจำไม่ผิด) ได้แจ้งให้ลุงกำธรมาดูถุงดังกล่าว เพราะสงสัยว่าอาจจะเป็นสิ่งที่เป็นอันตราย ลุงกำธรเห็นถุงใส่โทรศัพท์ดังกล่าวตามลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น ลุงกำธรคิดว่าน่าจะเป็นระเบิดของผู้ไม่ประสงค์ดี ลุงกำธรจึงนำถังน้ำมาแล้วจับโทรศัพท์มือถือพร้อมสิ่งพันธนาคารเครื่องนั่นใส่ลงในถังน้ำ แล้วพาวิ่งไปที่ลานจอดรถของศูนย์การค้าที่อยู่ห่างไปประมาณ 50-60 เมตร ซึ่งเป็นที่โล่ง

   ด้วยลุงกำธรคิดว่าถ้าเป็นระเบิดจริงจะทำให้มีคนตายมากมายซึ่งรวมไปถึงพ่อค้าแม่ค้า คนไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อยู่ในบริเวณนั้นด้วย ลุงกำธรคิดอย่างเดียวว่า ให้ตัวเองตายคนเดียวดีกว่าให้คนอื่นตาย คิดได้ดังนั้นลุงกำธรจึงตัดสินใจนำถังน้ำที่ใส่โทรศัพท์มือถือที่คิดว่าติดระเบิดนำวิ่งไปตั้งไว้ที่ลานจอดรถให้ห่างฝูงชน แล้วลุงกำธรก็ได้แจ้งหัวหน้าให้ทราบเป็นการเร่งด่วน ทางหัวหน้าลุงกำธรได้โทรแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ไม่นานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ แล้วหลังจากนั้นเรื่อราวก็เงียบหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความดีและความเป็นฮีโร่ของลุงกำธรก็พลอยเงียบหายไปด้วย เรื่องราวของฮีโร่คุณลุงท่านนี้ก็มีเพียงเท่านี้ นี่ไงคือเรื่องราวของฮีโร่ที่ตำรวจไทยแกล้งลืม .. ขอคาราวะลุงกำธรจากใจจริงครับ .. DMT ^^ (ขออภัยต้องขอแก้ไขอำเภอและจังหวัดของคุณลุงครับ คุณลุงเป็นคนอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ต้องขออภัยพี่น้องชาวตรังมา ณ ที่นี้ด้วยครับ) #กระทรวงยุติธรรม #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ฝ่ายความมั่นคง

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้ 14 ส.ค.59 นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์นายก เทศมนตรีเทศบาลเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ลงพื้นที่ร้านจำหน่ายผ้าตลาดไชน่าทาวน์ป่าตอง เพื่อมอบเงินส่วนตัวจำนวน 30,000 บาท เป็นขวัญและกำลังใจ ให้แก่นายกำธร เกตุแก้ว พนักงานรักษาความปลอดภัย เนื่องจากถือว่าเป็น ฮีโรที่พบเห็นและหยิบวัตถุต้องสงสัยในร้านผ้าไชน่าทาวน์ป่าตองออกไปกลางลานจอดรถ เพราะกลัวว่านักท่องเที่ยวจะโดนลูกหลง  ด้านนายกำธร เกตุแก้ว พนักงานรักษาความปลอดภัย ตลาดไชน่าทาวน์ป่าตองเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า วันนั้นตนกำลังจะเลิกงานได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีระเบิด ตนจึงมาตรวจสบอพบว่าเป็นระเบิดจริง คิดว่าถ้าเกิดระเบิดขึ้นมาตรงนั้นจะทำให้มีคนตายมากมายซึ่งรวมไปถึงพ่อค้าแม่ค้า คนไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อยู่ในบริเวณนั้นด้วย ตนจึงคิดอย่างเดียวว่า ให้ตัวเองตายคนเดียวดีกว่าให้คนอื่นตาย จากนั้นจึงตัดสินใจนำถังน้ำที่ใส่โทรศัพท์มือถือที่คิดว่าติดระเบิดนำวิ่งไปตั้งไว้ที่ลานจอดรถให้ห่างฝูงชน แล้วรีบเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเก็บกู้ทันที  ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ล่าสุดทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรมและธุรกิจบันเทิง ในพื้นที่ป่าตองร่วมใจกันมอบเงินเป็นขวัญและกำลังใจให้ กับ “รปภ.กำธร” ฮีโร่หยิบระเบิด ยอดรวมตอนนี้เป็นจำนวนเงิน 80,000 บาท นอกจากนี้ นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ มอบหมายให้เลขานุการ ติดต่อประสานงาน ผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต  ให้ติดต่อ นาย กำธร เกตุแก้ว พนักงานรักษาความปลอดภัย ตลาดไชน่าทาวน์ป่าตอง  เพื่อชื่นชมและเตรียมยกย่องเป็นคนดีศรีกระบี่เป็นที่เรียบร้อย  เนื่องจากเป็นบุคคลสำคัญ หรือฮีโร่ของจังหวัดกระบี่ แม้ว่าจะไปทำหน้าที่ พนักงานรักษาความปลอดภัย ที่จ.ภูเก็ตก็ตาม และนับว่า เป็นฮีโร่คนที่ 2 รองจากนายชัช อุบลจินดา ที่เคยช่วย นักท่องเที่ยวสองสามีภรรยา ชาวต่างประเทศที่ติดหล่มโคลนบริเวณคลองกระบี่

ที่มา>>>ข่าวสด