“ทร.”สั่งสอบคลิปเมียผู้การด่าทหารเกณฑ์ สอบให้ชัดนำกำลังพลไปใช้แบบนี้..ถูกระเบียบหรือไม่

จากคลิปที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อเพจ Social Hunter ได้เผยแพร่คลิปแอบถ่ายจากร้านอาหารแห่งหนึ่งในจ.ระยอง เป็นเหตุการณ์พลทหารถูกเกณฑ์มาเป็นคนงานในร้านอาหารดังกล่าว กำลังถูกต่อว่า จากผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเป็นภรรยาของนาวาเอก ได้เรียกคนงานมาต่อว่าเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องค่าไฟ การดูแลร้าน ซึ่งทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างรุนแรงถึงการกระทำดังกล่าว

แอดมินช่วยตีแผ่เรื่องนี้ด้วยนะ เมียนาวาเอก ฮะ แห่งกองทัพเรือ กดขี่ข่มเหงพลทหาร!!!น่าสงสารชีวิตพลทหารตั้งใจมารับใช้ชาติ กลับถูกเกณฑ์มาเป็นทาสให้เมียนายโขกสับ!!! กว่า 20 ชีวิต!!!เค้าเอาพลทหารไปใช้งาน ตัดค่าไฟด้วยคนละ 300 บาท ทั้งๆที่เอาไปใช้งาน ก่อนหน้ามีพลทหารออกมาได้ 3 คน เค้าสั่งให้ลูกน้องเค้าส่งไปอยู่ใต้ เงินเดือนก็เป็นเบี้ยเลี้ยงทหารนะครับ มันไม่ได้สุขสบายอย่างที่คนพูดกันว่ามาอยู่บ้านนาย ฟังเอาเองครับ#ผู้มีอำนาจโปรดช่วยเหลือพลทหาร @ร้านอาหาร จ.ระยอง ด้วยเจ้าครับ!!! ความจริงอีกด้านหนึ่งที่หลายคนยังไม่รู้ ในคราบนักบุญของคนบาป#ปรายฟ้า

Publicerat av Social Hunter den 26 juli 2017

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบยังร้านอาหารดังกล่าว ทราบว่าชื่อร้านต้นทางรัก ซึ่งมี ‘เจ๊นก’ ภรรยาของนาวาเอกพิเศษ นิวัธ ฮะเจริญ รองผอ.การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นเจ้าของร้าน

ขณะที่ นาวาเอกพิเศษ นิวัธ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่อยากรับรู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร และคาดว่าคงจะเป็นเรื่องของการกลั่นแกล้งกัน เพราะตนทราบดีและจากการกล่าวถึงชื่อร้านของตน ยอมรับว่าเป็นเจ้าของร้านจริง แต่ไม่ขอตอบว่าคลิปดังกล่าวจริงหรือไม่จริง และจะไม่ขอฟ้องร้องใดๆ ปล่อยให้เป็นไปตามกระแสโลกโซเชียล และไม่ขอรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะถือเป็นการกลั่นแกล้งกันมากกว่า จึงขอให้ผ่านไป

ล่าสุดเวลา 14.00 น. พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีที่การเผยแพร่คลิปภรรยาของ น.อ.นิวัธ ฮะเจริญ รองผู้อำนวยการท่าเรือสัตหีบ นำกำลังพลไปใช้งานที่ร้านอาหารจนกลายเป็นคลิปในโลกออนไลน์ ว่า จะให้การท่าเรือสัตหีบตั้งคณะกรรมการสอบสวน ถ้าเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูง ต้องให้ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ

ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่ามีการนำกำลังพลไปใช้เป็นไปตามระเบียบทางราชการหรือไม่ รวมถึงกำลังพลที่ถูกนำไปใช้งานจะร้องทุกกล่าวโทษหรือไม่ หากทำโดยพลการผู้บังคับบัญชาสามารถสั่งลงโทษเนื่องจากผิดวินัย


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ตร.โคราชจับ”ร้อยโท”เก๊ เจ้าตัวสารภาพแต่งเครื่องแบบเท่ๆไว้ตระเวนจีบสาวๆ

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. พ.ต.ท.วรการ ป้องกัน รองผกก.ป.สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งจากทาง รพ.กรุงเทพ-ราชสีมา ว่ามีคนแต่งตัวคล้ายทหารยศร้อยโท เข้ามาในโรงพยาบาลหลายครั้งโดยไม่ทราบเหตุผล ขอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ15578428_1040755296054059_1635310587932223580_nพ.ต.ท.วรการจึงพร้อมกำลังตำรวจลงพื้นที่ กระทั่งต่อมาเวลาประมาณ 12.30 น.ได้พบกับนายสุนทร ฉัตรดอน อายุ 30 ปี ขี่จยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีครีม ทะเบียน 1กง 1819 บุรีรัมย์ ผ่านมาโดยสวมกางเกงทหาร ใส่เสื้อลายพรางคอกลมของกองทัพบก จึงขอตรวจค้นขอดูบัตร

ตอนแรก นายสุนทร ยืนยันเป็นทหารยศ ร.ท.สังกัด ช.พัน 3 ค่ายสรุนารี แต่อ้างทำบัตรทหารหาย มีเพียงบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งภาพในบัตรใส่ชุดทหารยศ ร.ต. ตำรวจจึงไปตรวจที่หน่วยทหาร ช.พัน 3 ได้รับการยืนยันว่าไม่มีกำลังพลยศ ร.ท.ชื่อสุนทร ตามที่แอบอ้าง

จากนั้นนายสุนทรจึงยอมรับสารภาพว่าไม่ได้เป็นทหาร แต่ได้รับเลือกเข้าเป็นทหารเกณฑ์ เมื่อปี2550 และได้รับแต่งตั้งเป็นสิบตรีกองประจำการ ซึ่งก่อนปลดประจำการได้พยายามสอบเข้าเป็นนายทหารสัญญาบัตรหลายครั้ง แต่ไม่สามารถสอบได้ และด้วยความที่ตนอยากเป็นทหารเพราะเห็นว่าเท่ดีและสาวๆชอบ จึงซื้อเครื่องแบบทหารมาใส่แต่ก็ถูกจับได้ อีกทั้งยังทราบว่านายสุนทรแต่งชุดทหารเต็มยศโชว์บนเฟซบุ๊กหลอกสาวๆด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณภาพจาก ข่าวคนโคราช

ศพปริศนาลอยติดก่อสวะ โดนมัดมือมัดเท้าคลุมศรีษะ ยังมีแหวนที่นิ้ว

14681601591468160326lเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 ก.ค. นายอนันต์ อาจโนนเปลือย อายุ 43 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ มาทำงานก่อสร้างในสระบุรี ว่าง วันหยุด ออกไปหาที่ตกปลา ที่ ริมคลองระพีพัฒน์ ถนน สายหนองแค-ปากท่อ หมู่ 4 ต.หนองหมู อ.วิหารแดง จ.สระบุรี ฝั่งตรงข้ามก็เป็นเขต หมู่ 1   ต.นพรัตน์ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี พบมีศพชายคนตายลอยน้ำติดอยู่กับกองสวะนอนหวายมีกองสวะปกปิด ถ้าไม่สังเกตจะมองไม่เห็น จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพ.ต.อ.จักรกฤช วีระเดช ผกก.สภ.วิหารแดง จ.สระบุรี พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ โมงขุนทด พนักงานสอบสวน พร้อมกู้ภัย ร่วมกตัญญู สระบุรี รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ นำศพขึ้นมา พบเป็นชาย ไม่สวมกางเกง สวมเสื้อแขนยาวทหารลายพราง มือถูกมัดด้วยสายเข็มขัดสีดำไขว้หลัง ที่ศีรษะมีบาดแผลที่ศีรษะ และถูกคลุมศีรษะด้วยผ้าขนหนูสีม่วง มีเสื้อแขนยาวสีน้ำเงินมัดกับมือที่ถูกมัดไขว้หลังโยงไปมัดที่ผ้าขนหนูที่ศีรษะอีก ที่ข้อเท้าถูกมัดด้วยผ้าขนหนูสีม่วง แบบผืนเดียวกับที่ใช้คลุมศีรษะ มีผ้าปูที่นอนสีขาวเปื้อนเลือด ลักษณะเหมือนใช้ห่อศพ สูงประมาณ 165 ซ.ม. มีรองเท้าผ้าใบ สีดำลายแดง ข้างขวา 1 ข้าง ศพ มีแหวนโลหะ ที่นิ้วก้อยมือขวา และที่นิ้วนางมือซ้าย กำลังขึ้นอืด เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน

คาดว่า ถูกฆ่ามัดมือมัดเท้าแล้วคนร้ายนำมาโยงถ่วงน้ำ จนลอยมาติดริมตลิ่งดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ทหาร เรียก ‘2 อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด’ เข้าค่าย เซ็นบันทึก ห้ามแจกขันแดง

ภาพจาก มทบ.27

ทหาร เรียก “นิรมิต-นิรันดร์อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เข้ารายงานตัวค่าย มทบ.27หลังยึดขันแดงจากชาวบ้านร้อยเอ็ด จำนวน 400 ใบ ให้เซ็นบันทึกข้อตกลงไม่ให้ขัดคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 13/59…

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 เม.ย.59 พล.ต.สถาภรณ์ ใบพลูทอง ผบ.มทบ.27 ในฐานะ ผบ.กกล.รส.จ.ร้อยเอ็ด ได้เชิญ นายนิรมิต สุจารี อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 3 พรรคเพื่อไทย และ นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 4 พรรคเพื่อไทย เข้ารายงานตัวที่ มทบ.27 ค่ายประเสริฐสงคราม ต.เหนือเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด เพื่อบันทึกเงื่อนไข กรณีเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.โคกสว่าง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วยทหาร ชพท.มทบ.27 และปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.โพนทอง ได้อาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 13/59 เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภัยอันตรายต่อความสงบเรียบร้อย หรือ บ่อนทำลายเศรษฐกิจสังคมของประเทศฯ เข้ายึดขันพลาสติกสีแดง มีข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง พร้อมอวยพรวันสงกรานต์ จากชาวบ้านใน อ.โพนทอง จำนวน 2 คน จำนวน 400 ใบ

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ผบ.มทบ.27 จึงขอให้อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทั้ง 2 คน ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดในพื้นที่ อ.โพนทอง อ.เสลภูมิ และ อ.หนองพอก ไม่ให้ยุยงปลุกปั่นชาวบ้านทางด้านการเมือง หากฝ่าฝืนกระทำการโดยเปิดเผย หรืออยู่เบื้องหลัง อาจเข้าข่ายผิดตามกฎหมายอาญา ม.116 โดยปรากฏว่าอดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ทั้ง 2 คน ยินดีให้ความร่วมมือตามเงื่อนไขทุกประการ หลังจากพากันลงนามบันทึกข้อตกลงในเงื่อนไขแล้ว จึงเดินทางกลับบ้าน.

ที่มา>>>Thairath