สาวโพสต์ซึ้งสุดประทับใจ น้องชาย ม.3 เล่นดนตรีเปิดหมวก หาเงินให้พี่สานฝันเข้ามหาลัย

เรื่องราวสุดประทับใจของผู้ใช้ทวิตเตอร์ @☆จิฬฬาภัทณ์☆ เล่าถึงความมีน้ำใจของน้องชายเธอ หลังหาเงินเพื่อสานฝันให้ได้เข้าเรียนมหาลัย ซึ่งหลังเธอสอบติดแม่ฟ้าหลวง แต่ทางบ้านกลับไม่ให้ไป เธอจึงไม่มีเงินที่จะไปยืนยันสิทธิ์ และก็บ่นให้น้องชายซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม.3 ฟังเป็นประจำ ซึ่งน้องก็ถามว่าต้องใช้เงินเท่าไร เธอจึงตอบกลับไปว่า 2-3 พันบาท จากนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร แต่หลังจากนั้นก็พบว่าน้องชายกลับบ้านมืดเป็นประจำ เธอจึงดุด่าน้องชายว่าทำไมกลับบ้านมืดค่ำแบบนี้ ซึ่งน้องชายก็ไม่ได้บอกอะไรcxncjszukaeifktแต่จู่ๆ ก็มีกระดาษ 1 แผ่นวางอยู่ในห้องนอนของเธอ เมื่อเปิดออกดูก็พบว่ามีเงินอยู่ 2,600 บาท และมีข้อความเขียนบนกระดาษที่ทำให้เธอถึงกับน้ำตาไหล “เจ๊เปาเอาเงินให้เจ๊นะ ค่าแรกเข้าที่แม่ฟ้า เปาช่วยเจ๊ได้แค่นี้ล่ะ ถึงมันจะเป็นเงินที่ไม่เยอะ แต่เปาช่วยได้แค่นี้เด้อ ไม่ต้องเอาเงินคืนเปานะ เงินของนอกกายหาใหม่ได้ เปาจะหาเงินหรือเก็บใหม่เอง รับไปด้วยนะ”
74ซึ่งเธอรู้ทีหลังว่าน้องชายของเธอไปเปิดหมวกเล่นดนตรีเพื่อหาเงินมาให้พี่สาว และเธอก็อดพูดถึงน้องชายไม่ได่ว่าคนที่ดูด่าทุกวัน ว่าไม่เอาไหนกลับหาเงินมาให้เธอสานฝันได้ถึงขนาดนี้ และรู้สึกว่าตัวเองเป็นพี่ที่ไม่ค่อยจะดี และตอนนี้รู้แล้วว่าคนที่ดีที่สุดของครอบครัวคือน้องชายที่ทะเลาะกันบ่อยๆ

ที่มา>>>ข่าวสด

บีทีเอส แจงเหตุรถไฟฟ้าขัดข้อง เหตุมีคนดึงอุปกรณ์หยุดฉุกเฉินโดยไม่มีเหตุอันควร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.31 น. บีทีเอส ได้รายงานผ่านทวิตเตอร์ว่า รถไฟฟ้าขัดข้องระหว่างสถานีกรุงธนบุรีกับสถานีสะพานตากสินกำลังทำการแก้ไข ขบวนรถจะล่าช้า 10 นาที ผู้โดยสารโปรดเผื่อเวลาการเดินทาง

ต่อมา ได้รายงานผ่านทวิตเตอร์อีกครั้งเมื่อเวลา 18.30 น.ว่า สาเหตุการขัดข้องเกิดจากการดึงอุปกรณ์หยุดฉุกเฉินจากโดยไม่มีเหตุอันควร ในกรณีต้องการความช่วยเหลือสามารถกดปุ่มติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ในขบวนรถครับ

ที่มา>>>ข่าวสด

ดราม่าไม่จบ! ก๋วยเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์ฯ โวยซ้ำเติมผู้ประกอบการ ด้านหนุ่มเจ้าของรูปโผล่แจง

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจากกรณี “แชร์ภาพก๋วยเตี๋ยวเรือย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ให้ปริมาณน้อย ไม่สมกับราคา เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมาบนโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังจากผู้ใช้ทวิตเตอร์ P U T H ? @Puthiput ได้โพสต์ภาพและข้อความตำหนิร้านก๋วยเตี๋ยวเรือย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิร้านหนึ่ง ที่ให้ปริมาณน้อยไม่สมกับราคาที่ต้องจ่ายไป” img_2362-horzนายอำนาจ โนนปภักดี หรือ ที่รู้จักกันในนาม ป๋ายักษ์ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือร้าน ‘ป๋ายักษ์’ กล่าวกับทีมงาน “ข่าวสด” ว่า ในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไม่ทราบว่าร้านใดที่มีการขายราคาเกินจริง เพราะเบื้องต้นไม่มีการระบุชื่อของร้านไว้ ส่วนร้านของ ‘ป๋ายักษ์’ ไม่มีการขายราคาเกินจริงอย่างแน่นอน เพราะเนื่องด้วยมีลูกค้าที่ทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องมานานมากมาย และในยุคที่เศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะไม่ทานอาหารที่มีราคาแพง และไม่ทราบว่าการที่เผยแพร่ข่าวบนโลกออนไลน์แบบนั้นผู้เผยแพร่ต้องการอะไรจากการกระทำดังกล่าว เศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้ถือเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการให้เสียหาย จากกรณีดังกล่าวทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก

ด้านร้อยตรีไพโรจน์ คนึงทรัพย์ เลขานุการกรม สำนักงานเลขานุการกรมคุ้มครองผู้บริโภค ลงตรวจสอบพื้นที่และทดลองรับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ร้าน‘ป๋ายักษ์’ สืบเนื่องจากที่มาการร้องเรียน พบว่า มีการติดราคาที่ชัดเจนและปริมาณเหมาะสมกับราคา พร้อมกับสอบถามประชาชนที่มาทานก๋วยเตี๋ยวร้าน ‘ป๋ายักษ์’ พบว่าราคาเหมาะสมและปริมาณไม่น้อยจนเกินไป ซึ่งราคาก๋วยเตี๋ยวเรือร้าน ‘ป๋ายักษ์’ อยู่ที่ 12 บาท น้ำเปล่าราคาขวดละ 8 บาท

ร้อยตรีไพโรจน์ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากร้าน ‘ป๋ายักษ์’ ยังตรวจสอบร้านก๋วยเตี๋ยวเรือร้านอื่นๆ ในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เบื้องต้น ไม่พบราคาที่เกินจริง ราคาขายส่วนใหญ่อยู่ที่ 12-14 บาท ไม่มีราคา 15 บาทดังที่เป็นข่าว การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อเป็นการป้องปรามการการปริมาณสินค้า และราคาเหมาะสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้ทวิตเตอร์ P U T H ซึ่งเป็นผู้โพสต์ภาพดังกล่าวได้ทวิตอีกครั้ง เพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า “ภาพที่เห็นและปรากฏเป็นข่าวนั้น เป็นเกาเหลา และในวันนั้น ได้สั่ง เกาเหลา 5 ชามเป็นเส้นเล็ก 4 ชาม รวม 9 ชามทาน 2 คน ทั้งนี้ ยังได้ระบว่า ไม่ได้บอกว่าชามละ 15 บาท แต่มีคนเอาราคา 216 บาท ไปหาร และไม่ได้ระบุชื่อร้าน สาเหตุที่ถ่ายรูปเพราะปริมาณอาหารที่ได้มีเท่านั้นพร้อมส่งให้เพื่อนดูว่า ได้เท่านี้จริงหรือ พร้อมกับได้ทวิตลงไป โดยไม่มีมีเจตนาร้องเรียน”n0bg9mbg91a2fxznu5zi5qcgc-horzscreenshot-2602

ที่มา>>>ข่าวสด

คนกินเจถึงกับสะอึก ป้ายโชว์หรากลางร้านสะดวกซื้อ “ใจไม่สะอาด อย่าริอาจมากินเจ”

จากกรณี ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @jamsri100 ได้ทวิตเตอร์ภาพจากร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ซึ่งพบว่ามีป้าย ติดอยู่บนตู้ขายอาหารเจแช่แข็ง ว่า “ใจไม่สะอาด อย่าริอาจมากินเจ” จนทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วนั้นctffv4cueaavm4hเพจ CPALL ได้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า “จากกรณีพนักงานติดแผ่นป้ายในร้าน บริษัทต้องขออภัยเป็นอย่างสูงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะคะ จากการตรวจสอบพบว่าข้อความและแผ่นป้ายดังกล่าวไม่ได้เป็นข้อความมาตรฐานที่บริษัทจัดทำขึ้น แต่เป็นข้อความที่พนักงานร้านสาขาได้จัดทำขึ้นเองโดยพลการ เจตนาเพื่อเรียกร้องความสนใจเชิญชวนให้ลูกค้าหันมารับประทานอาหารเจเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น
แต่ด้วยความที่เป็นพนักงานใหม่ยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่เข้าใจในความหมายของภาษาดีพอ จึงใช้ข้อความที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว ซึ่งหลังจากทราบเรื่อง บริษัทได้สั่งให้นำป้ายดังกล่าวออกทันที (29 ก.ย. 2559) และได้ว่ากล่าวตักเตือนพนักงานผู้นั้นไม่ให้ดำเนินการในลักษณะเช่นนั้นอีกต่อไป รวมถึงกำชับให้ผู้จัดการร้านเพิ่มความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น
บริษัทต้องขออภัยมาในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ขอน้อมรับคำตำหนิและขอขอบคุณทุกเสียงจากลูกค้าที่กรุณาสะท้อนมาให้บริษัทได้ทราบ และหากลูกค้าท่านใดพบเห็นเรื่องราวใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้ ขอความกรุณาแจ้งมาที่บริษัท จักเป็นพระคุณยิ่งค่ะ ขอบพระคุณค่ะ บมจ.ซีพี ออลล์”

สลด! โจมตีหลายจุดในแบกแดด ดับ 90 ศพ-‘ไอซิส’ อ้างอยู่เบื้องหลัง

ซากความเสียหายจากเหตุระเบิดโจมตี ในเขตซาดร์ ซิตี (ภาพ: AP)

เกิดเหตุระเบิดหลายระลอกในกรุงแบกแดดของอิรัก เมื่อวันพุธ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 90 คน และมีผู้บาดเจ็บนับร้อยคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงแบกแดด เมืองหลวงของประเทศอิรัก เมื่อวันพุธที่ 11 พ.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 90 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเหล่านี้

ตามการเปิดเผยของตำรวจอิรัก ในช่วงเช้าวันพุธเกิดเหตุระเบิดรถยนต์โจมตีตลาดแห่งหนึ่งที่เขตซาดร์ ซิตี ในกรุงแบกแดด ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมชีอะห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 64 ราย และบาดเจ็บอีก 87 คน ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะเกิดระเบิดฆ่าตัวตายที่จัตุรัสซึ่งมีผู้คนพลุกพล่านในเขตอัล-คาดีมิยา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 ราย และบาดเจ็บอีก 43 คนความเสียหายจากระเบิดคาร์บอมบ์ ในเขตซาดร์ ซิตี (ภาพ: AFP)

นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ ที่เขตอัล-จาเมีย ทางตะวันตกของกรุงแบกแดด ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมนิกายสุหนี่ จนมีผู้เสียชีวิต 12 ราย และบาดเจ็บอีก 31 คนด้วย

หลังเกิดเหตุ สำนักข่าว ‘อามัก’ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มไอซิส ทวีตข้อความลงบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ อ้างว่า กลุ่มไอซิสอยู่เบื้องหลังการโจมตีเหล่านี้

ที่มา>>>Thairath

คาดสารรั่วทำโรงงานเม็กซิโกระเบิด-ยอดตายพุ่ง 13 ศพ

(ภาพ: AFP)

เหตุระเบิดที่โรงงานปิโตรเคมีภายในโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท พีเม็กซ์ ในเมืองทางใต้ของเม็กซิโกเมื่อวันพุธ ล่าสุดทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 13 ราย โดยสาเหตุระเบิดคาดว่าเกิดจากการรั่วไหลของสารติดไฟได้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่โรงงานปิโตรเคมีภายในโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท พีเม็กซ์ (Pemex) ในเมืองท่า โกอัตซาโกอัลกอส ในรัฐเวรากรูซ ทางใต้ของประเทศเม็กซิโก ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันพุธ ล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 13 รายแล้ว ในวันพฤหัสบดี ขณะที่ยังมีผู้ที่ต้องรับการรักษาในโรงพยาบาลอีกหลายสิบคน

นายลูอิส เฟลิเป ปูเอนเต หัวหน้าศูนย์บริการฉุกเฉิน (emergency services) ของเม็กซิโก เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ในวันพฤหัสบดีว่า พวกเขาได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระเบิดแล้ว และน่าเสียดายที่จำนวนผู้เสียชีวิตจนถึงตอนนี้อยู่ที่ 13 คนแล้ว เพิ่มจากรายงานเมื่อวันพุธที่ระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 3 คน

ด้านนายโฮเซ กอนซาเลส อานายา ผู้อำนวยการของบริษัท พีเม็กซ์ เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์ทางวิทยุว่า เหตุระเบิดครั้งนี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 136 คน ในจำนวนนี้มีผู้มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ 13 คน และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว 48 คน

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดการระเบิดครั้งนี้ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวน แต่นายกอนซาเลสเผยว่า หลักฐานเบื้องต้นบ่งชี้ว่ามีการรั่วไหลของสารประกอบที่สามารถติดไฟได้ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าการรั่วไหลเกิดขึ้นได้อย่างไรสามารถมองเห็นควันไฟได้ในระยะไกล (ภาพ: AFP)

ทั้งนี้ เหตุระเบิดที่โรงงานปิโตรเคมี เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.15 น. วันพุธตามเวลาท้องถิ่น โดยแรงระเบิดสามารถรู้สึกได้แม้ห่างออกไปถึง 10 กม. ทำให้เกิดไฟลุกไหม้รุนแรง ส่งควันดำหนาทึบลอยปกคลุมท้องฟ้า ก่อนเจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมเพลิงได้ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ขณะที่ทางการสั่งให้ผู้ที่อาศัยใกล้กับโรงงานนับพันคนอพยพออกจากพื้นที่ และประกาศเตือนให้ประชาชนอยู่แต่ในที่ร่มเพื่อหลบควันไฟซึ่งอาจมีพิษ

อย่างไรก็ตาม ควันไฟสลายตัวอย่างรวดเร็ว และบริษัท พีเม็กซ์ ประกาศในวันพฤหัสบดีว่า ไม่พบว่ามีอันตรายจากควันไฟอีกแล้ว.

ที่มา>>>Thairath