พ.ต.ท.ตื้บเมียร่ำไห้มอบตัวยอมรับผิดเผยเครียดเรื่องเงิน-ห่วงลูกหนีจากอ้อมอก

จากกรณีนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรีได้พานางอู๊ด อายุ 75 ปี เข้าเยี่ยม นางดาว (นามสมมติ) อายุ 51 ปี ลูกสาว ที่เข้ารับการรักษาตัวในห้องไอซียูของโรงพยาบาลสมุทรสาคร ด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหัก 4 ซี่ ปอดฉีก ม้ามแตก เลือดคั่งในสมอง หลังจากถูกสามีที่เป็นตำรวจยศ พ.ต.ท.ของ สภ.เมืองสมุทรสาครทำร้ายร่างกาย โดยนางอู๊ดกับลูกชายเดินทางจากอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มาที่มูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความช่วยเหลือให้พาเข้าเยี่ยมนางดาว เพราะไม่กล้าไปเยี่ยมลูกสาวโดยลำพัง โดยเมื่อประมาณเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ลูกสาวของนางอู๊ดนั้นเคยมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ หลังจากถูกสามีทำร้ายร่างกาย ซึ่งครั้งนั้นทางมูลนิธิปวีณาฯ ประสานกับพล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม อดีต ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ได้เรียกทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยไกล่เกลี่ย และทำบันทึกข้อตกลงกันไว้แล้วว่าจะแยกทางกัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.ท.บุญเรือง สาระรัมย์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เข้าให้ปากคำกับ พ.ต.ท.วิรัตน์ ผลพัฒนสกุลชัย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดย พ.ต.ท.บุญเรือง ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวก่อนรับทราบข้อหา ด้วยใบหน้าที่เศร้าๆ และมีน้ำตาไหลออกมาว่า เหตุที่ทำลงไปเพราะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับภรรยา และทางฝ่ายหญิงใช้วาจาข่มขู่ว่าจะพาลูก 2 คนหนีไป เนื่องจากตนไม่ทำตามสัญญาที่จะให้ค่าเลี้ยงดูตามที่ตกลงกันไว้เดือนละ 10,000 บาท ซึ่งสาเหตุนั้นมาจากตนประสบกับภาวะปัญหาทางด้านการเงิน จึงทำให้ขาดจ่ายเงินให้แก่ภรรยาในเดือนที่ผ่านมา จนกลายเป็นปัญหาและนำมาซึ่งเหตุการณ์ทำร้ายดังกล่าว พ.ต.ท.บุญเรือง กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตนเป็นคนรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัวทุกบาททุกสตางค์ แต่มาระยะหลังมีปัญหาขัดข้องทางการเงิน และมีปัญหากับภรรยาเรื่องจะพาลูกไปอีก จึงเกิดความเครียดอย่างหนักในช่วงที่ตนก่อเหตุทำร้ายภรรยานั้น เป็นช่วงเช้าที่กำลังแต่งตัวจะออกมาทำงาน แต่ภรรยาซึ่งอยู่ที่บ้านพักของศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 60 จังหวัดสมุทรสาคร โทรมาบอกว่าให้อยู่คุยกันก่อน แล้วก็มาคุยเรื่องเงินกับเรื่องจะพาลูกหนีไปจากตน ซึ่งตนเองเป็นคนที่รักและห่วงลูกมาก ไม่ต้องการให้ลูกทั้ง 2 คน ขาดเรียน โดยเรื่องเงินตนก็บอกว่าจะหามาให้ แต่อย่าเอาลูกหนีไปไหน ซึ่งก็คุยกันอยู่นาน แต่ไม่รู้เรื่อง จนกลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น

“โดยในส่วนตัวนั้นก็พร้อมที่จะรับโทษทุกอย่างตามกฎหมาย และไม่คิดที่จะหนีไปไหน เมื่อผู้บังคับบัญชาสั่งให้มาให้ปากคำตนก็พร้อมเสมอ หลังก่อเหตุก็รู้สึกเครียดมาก จึงได้ไปทำบุญตามวัดต่างๆ และยังคงปกปิดไม่ให้ลูกรู้ความจริงว่า แม่ถูกตนเองทำร้าย ซึ่งก็วอนสื่อช่วยในเรื่องนี้ด้วย เพราะสงสารจิตใจเด็ก หากจะรู้ว่าพ่อเป็นผู้ทำร้ายแม่ ยิ่งช่วงนี้ใกล้วันแม่แล้ว ก็ยิ่งรู้สึกสงสารลูกมากขึ้น” พ.ต.ท.บุญเรือง กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร กล่าวว่า ในด้านของการดำเนินคดีทางวินัยนั้น ก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบวินัยของ พ.ต.ท.บุญเรือง เป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะต้องให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ส่วนการสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีทางอาญานั้น ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ซึ่งเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า “ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส” และ พรบ.ครอบครัวด้วย พร้อมกันนี้ก็ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลคุ้มครองภรรยา ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ตามคำร้องขอของผู้เป็นแม่ของผู้บาดเจ็บ แต่จากการประเมินสถานการณ์เชื่อได้ว่า จะไม่มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้นอีก และในส่วนของ พ.ต.ท.บุญเรือง นั้น ก็มาเข้าให้ปากคำแต่โดยดี ตามที่ผู้บังคับบัญชามีหนังสือสั่งการ

ที่มา>>>ข่าวสด