บิ๊กตู่ แนะดูซีรีส์ Descendants of the Sun กระตุ้นรักชาติ อยากให้ของไทยมีบ้าง

 * บิ๊กตู่ แนะดูซีรีส์ Descendants of the Sun กระตุ้นรักชาติ อยากให้ของไทยมีบ้าง *

Descendants of the Sun

นายกฯ แนะดูซีรีส์เกาหลี Descendants of the Sun ชมสอดแทรกเรื่องความรักชาติ เสียสละ ติงพระเอกหน้าอ่อนเกินไป แนะละครไทยทำแบบนี้บ้าง จะให้ทุนสร้าง

วันที่ 17 มีนาคม 2559 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารกับการสร้างความโปร่งใสในการบริหารงานภาครัฐ” ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยในตอนหนึ่ง นายกฯ ได้กล่าวถึงซีรีส์เกาหลีเรื่องดัง Descendants of the Sun ผลงานเรื่องล่าสุดของพระเอกหน้าใส ซงจุงกิ กับนางเอกสาว ซองเฮเคียว ซึ่งกำลังฮอตฮิตติดลมบนอยู่ขณะนี้ว่า มีเนื้อหาสอดแทรกความรักชาติ พร้อมถาม ทำไมของไทยไม่มีบ้าง ใครจะทำ จะให้ทุนสร้าง

“ใครดูช่อง 232 บ้าง เรื่อง Descendants of the Sun ใครดูยกมือ ไปดูซะ ประมาณสักทุ่ม 50 ถึง 2 ทุ่มกว่า ไม่ใช่ผมเชียร์เขานะ ผมไม่ได้ดูเนื้อหาเท่าไร อันที่ 1 เขาเอามาคือ พระเอกหล่อ นางเอกสวย เบอร์ 1 ของเกาหลี คนดูกันครึ่ก เขาประเมินมาแล้ว เป็นซีรีส์ที่คนดูมากที่สุด เพราะคนที่เป็นแรงดึงดูด เขามาเป็นพระเอกนางเอก พระเอกเป็นทหารยศร้อยเอก ไม่ใช่ว่าผมชอบที่เขาเป็นทหารนะ หน้ามันหล่อ แต่หน้ามันอ่อนเกินไป เด็กมากเลย ร้อยเอก ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ หน้ามันแก่แล้ว ต้องแบกภาระเยอะไง ชีวิตลูกน้องตั้งเท่าไรล่ะ ร้อยกว่าคนน่ะ ตายไม่ได้ ไอ้พวกนี้ร้อยเอกหน้าใสปิ๊งเลย นางเอกเป็นหมอ เจอกันในโรงพยาบาล รักกัน แล้วเสร็จแล้วไปพ่อแง่แม่งอนกันไป

อ่านเพิ่มเติม บิ๊กตู่ แนะดูซีรีส์ Descendants of the Sun กระตุ้นรักชาติ อยากให้ของไทยมีบ้าง

ยัน ออกรางวัลที่ 1 โปร่งใสและถูกต้อง แม้เจอดราม่าฝาตลับเลข 7 เปิดออก

 * ยัน ออกรางวัลที่ 1 โปร่งใสและถูกต้อง แม้เจอดราม่าฝาตลับเลข 7 เปิดออก *

ฝาตลับ รางวัลที่ 1

ยัน ออกรางวัลที่ 1 โปร่งใสและถูกต้อง แม้เจอดราม่าฝาตลับเลข 7 เปิดออก ด้านประธานกรรมการฯ ชี้ ไม่เป็นปัญหาต่อการออกรางวัล จึงอนุมัติให้ดำเนินการต่อ

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2559 นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยถึงกรณีที่มีการแชร์ภาพฝาตลับลูกบอลระหว่างการออกรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 มีนาคม 2559 เปิดออกว่า ผลการออกรางวัลเป็นไปด้วยความโปร่งใสและถูกต้องตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ แม้ว่าจะมีฝาตลับหมายเลข 7 หลักร้อยเปิดออกมาระหว่างออกรางวัลก็ตาม แต่สุดท้ายกรรมการทุกท่านบนเวทีก็ได้ยกคันยกเพื่อเสี่ยงเลือกลูกบอลหมายเลขที่ตกลงมารองรับด้วยสภาพสมบูรณ์

ด้านนายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการออกรางวัลสลากฯ ได้ตรวจสอบอุปกรณ์อย่างใกล้ชิด พบว่าเหตุการณ์นี้ไม่มีปัญหาต่อการออกรางวัล จึงวินิจฉัยว่า การเสี่ยงลูกบอลถูกต้อง การออกรางวัลจึงดำเนินการต่อ และการดำเนินการนี้ก็เป็นไปตามมาตรฐานไอเอสโอ 9001 : 2008 ของกระบวนการ ส่นสาเหตุที่ฝาตลับลูกบอลเปิดนั้น น่าจะเป็นเพราะพนักงานหมุนปิดฝาตลับลูกบอลออกรางวัลไม่สนิทหรือมีการหมุนที่ มีแรงกระแทกมาก

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Chuaepan Jadsadaporn‎

เครื่องบินแอร์อินเดีย โดนขู่วางระเบิดบนเครื่อง เร่งลงจอดฉุกเฉินที่สุวรรณภูมิ

 * เครื่องบินแอร์อินเดีย โดนขู่วางระเบิดบนเครื่อง เร่งลงจอดฉุกเฉินที่สุวรรณภูมิ *

เครื่องบินแอร์อินเดีย โดนขู่วางระเบิดบนเครื่อง

เครื่องบินแอร์อินเดีย โดนขู่วางระเบิดบนเครื่อง เร่งลงจอดฉุกเฉินที่สุวรรณภูมิ โดยสายการบินดังกล่าว เป็นเที่ยวบิน AI 332 เดลี-สุวรรณภูมิ

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2559 เวลาประมาณ 21.00 น. นางฉฎาณิศา ชำนาญเวช รองผู้อำนวยการท่าอากาศสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ 2) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งผ่านศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศจากสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบิน AI 332 จากกรุงเดลี-สุวรรณภูมิ เพื่อขอลงจอดฉุกเฉิน เนื่องจากมีการขู่วางระเบิด ทำให้เวลา 19.10 น. เครื่องบินได้ลงจอด ทั้งที่เวลาจริงต้องลงจอดเวลา 19.20 น.

เครื่องบินแอร์อินเดีย โดนขู่วางระเบิดบนเครื่อง

ต่อมาทางสนามบินได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่เคยซักซ้อมเอาไว้ จัดเตรียมพื้นที่ให้เครื่องบินลงจอด และลำเลียงผู้โดยสาร 230 คน และเด็กอีก 1 คน ออกจากเครื่องอย่างปลอดภัย จากนั้นก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนตรวจสอบ และเก็บกู้วัตถุระเบิดโดยมีเจ้าหน้าที่อีโอดี มาตรวจสอบกระเป๋าทุกชิ้นใต้ท้องเครื่องและบนเครื่องอย่างละเอียด

ด้านนายทินกร ชูวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นการขู่วางระเบิดขณะที่บินอยู่บนเหนือน่านฟ้า เพราะถ้าขู่วางระเบิดครั้งแรก จะไม่มีการนำเครื่องขึ้นจากสนามบินอย่างแน่นอน ทั้งนี้ เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในไทยมานานหลายปีแล้ว เจอแต่กรณีที่เครื่องบินไทยขัดข้อง

ภาพจาก ฝ่ายกิจการพิเศษและมวลชนสัมพันธ์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

เผยภาพฝูงวัว 200 ตัว วิ่งลืมตายเข้าหาแหล่งน้ำ หลังเจอภัยแล้งหนัก ที่สุพรรณบุรี

 * เผยภาพฝูงวัว 200 ตัว วิ่งลืมตายเข้าหาแหล่งน้ำ หลังเจอภัยแล้งหนัก ที่สุพรรณบุรี *

วัววิ่งหาน้ำ

เผยภาพ วัว 200 ตัวต้องรอด สะท้อนปัญหาภัยแล้งหนัก ฝูงวัววิ่งเข้าหาแหล่งน้ำ ที่ขังในคลอง จ.สุพรรณบุรี ด้วยความกระหาย

ช่วงนี้ประเทศไทยเรากำลังประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก หลายพื้นที่ขาดน้ำในการทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และอุปโภคบริโภค หลายเขื่อนเหลือน้ำน้อยในระดับวิกฤต ต้องปรับแผนการใช้น้ำ ในขณะที่บางพื้นที่ต้องลดการเล่นสงกรานต์ เพื่อประหยัดน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง เช่นเดียวกับที่ จ.สุพรรณบุรี ที่ตอนนี้น้ำในคลองมะขามเฒ่าอู่ทองแห้งขอด เหลือแอ่งน้ำขังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

โดยเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559 คุณจิราพร คำภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ได้โพสต์ภาพฝูงวัวนับร้อยตัว กำลังวิ่งมายังแอ่งน้ำขังในคลอง ที่ จ.สุพรรณบุรี ผ่านเฟซบุ๊ก แป๋ว แว๋ว พร้อมคำบรรยายว่า “วัว 200 ตัวต้องรอด เมื่อวัวเห็นน้ำที่ขังอยู่ในคลองมะขามเฒ่าอู่ทอง ต่างรีบวิ่งเข้าหาแหล่งน้ำด้วยความกระหาย ‪#‎ภัยแล้ง‬” ซึ่งภาพดังกล่าว สะท้อนถึงปัญหาภัยแล้งอย่างหนักในพื้นที่ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า น้ำในคลองดังกล่าว ไม่เหลือที่คนสามารถใช้ได้เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร วัวของชาวบ้านต้องลงไปพึ่งน้ำก้นคลองที่เหลืออยู่เป็นหย่อม ๆ เพื่อแก้กระหายและประทังชีวิต ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ ขณะที่คนเลี้ยงเองก็ไม่มีแหล่งน้ำอื่นให้วัวกิน อาหารก็น้อยลง เนื่องจากปัญหาภัยแล้งในครั้งนี้นั่นเอง

ข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก แป๋ว แว๋ว

ไทยแชมป์! ร้อนสุดในอาเซียน 17-19 มี.ค. กรุงเทพอุณหภูมิสูง เหตุต้นไม้น้อย-ตึกเยอะ

ร้อนสุด

(15 มี.ค.) นาย จิรพล สินธุนาวา อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าปีนี้จะยิ่งร้อนกว่าปีก่อน เพราะมีมวลอากาศร้อนจากมหาสมุทรแปซิฟิกมีอุณหภูมิสูงขึ้นจากปกติในรอบ 50 ปี พัดเข้ามาปกคลุม โดยในแผนที่มวลอากาศพบว่า ประเทศไทยจะร้อนที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนในช่วงวันที่ 17-19 มีนาคม นี้

และสิ่งที่น่ากังวลคือ คือมวลอากาศดังกล่าวมีโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็นคลื่นความร้อน หรือ“ฮีตเวฟ” (Heat wave) ได้ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิยิ่งสูงขึ้นและร้อนในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเลยทีเดียว ทั้งนี้ คลื่นความร้อนจะเกิดได้เมื่อมีองค์ประกอบ คือ อากาศมีอุณหภูมิร้อนเกิน 42 องศาเซลเซียสติดต่อกันเกิน 24 ชั่วโมง มีความชื้นสัมพัทธ์ หรือหน่วยวัดระดับความชื้นในอากาศที่ใช้คำนวณมวลของไอน้ำใน มีค่าเกิน 70%

นายจิรพล กล่าวว่า คลื่นความร้อนจะรุนแรงเพียงใดขึ้นอยู่กับอากาศในพื้นที่ นั้นหรือบริเวณนั้นนิ่งหรือมีการถ่ายเทหรือไม่ โดยกลุ่มที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อน คือ เด็กที่ต่ำกว่า 5 ขวบซึ่งระบบระบายความร้อนในร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ ผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 70 ปี และผู้ที่มีโรคประจำตัวและโรคบางชนิดที่ระบบระบายความร้อนในร่างกายทำงานบกพร่อง

“ปีที่แล้วเคยเกิดคลื่นความร้อนขึ้นที่อินเดียประชาชนเสียชีวิตจากคลื่นความร้อนทั่วประเทศกว่า 2,500 คน จนต้องมีการประกาศมาตรการรับมือด้วยการพยากรณ์อากาศล่วงหน้า 7 วัน จัดเตรียมน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคเพิ่มเติม จัดเตรียมที่ พักติดเครื่องปรับอากาศตามสถานที่ต่าง ๆ อนุญาตให้คนงานหยุดพักในช่วงเวลาบ่าย ให้ความรู้แก่เด็กเกี่ยวกับอันตรายของคลื่นความร้อน จัดเตรียมถุงน้ำแข็งและน้ำสำหรับโรงพยาบาล รวมถึงฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญแม่นยำในการสังเกตและวินิจฉัยผู้ที่มีอาการภาวะเครียด จากความร้อน ภาวะร่างกายขาดน้ำ ประเทศไทยเองก็ควรมีการประกาศข้อพึงปฏิบัติที่เป็นการทำงานเชิงรุกและวางแผนล่วงหน้าเพื่อป้องกันการสูญเสียและควรดำเนินการทันที” นายจิรพลกล่าว

ด้านนายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา อนุกรรมการวิชาการ ในกรรมการการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบเมืองหลวงของทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียนแล้ว พบว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแทบทุกปี กรุงเทพมหานคร ครองแชมป์อากาศร้อนที่สุดมาตลอด เพราะสภาพโดยรวม แม้ว่าจะเป็นเมืองกลางทุ่ง ไม่มีภูเขา และอยู่ติดทะเลก็จริง แต่มีปัจจัยอื่นที่ที่ทำให้มีอากาศร้อนกว่าประเทศอื่นๆ เช่นเรื่องของจำนวนสิ่งก่อสร้าง และปริมาณต้นไม้ เช่นเปรียบเทียบกับประเทศสิงคโปร์ ที่ตั้งอยู่ในละติจูดที่ใกล้เคียงกัน แต่ฤดูร้อนของทุกปี เมืองหลวงของสิงคโปร์ จะมีอุณหภูมิต่ำกว่า กรุงเทพมหานครประมาณ 2-3 องศาเซลเซียสเสมอ ประเด็นนี้มีปัจจัยที่สำคัญคือ ประเทศสิงคโปร์ เป็นเกาะเปิด มีลมจากรอบทิศ และมีต้นไม้มากกว่ากรุงเทพมหานครมาก

เมื่อถามว่า ปีนี้ กรุงเทพจะมีอากาศร้อนที่สุด และร้อนกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมาหรือไม่ นายอานนท์ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่ากรุงเทพฯจะมีอากาศร้อนกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะไม่มีสัญญาณอะไรบอกมากมายนัก อุณหภูมิน้ำทะเลก็ร้อนประมาณนี้ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

“38-39 องศาเซลเซียส สำหรับกรุงเทพ ผมถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่น่าจะถึง 40 องศาเซลเซียส เพราะปัจจัยแวดล้อม ไม่ได้บ่งบอกว่าจะร้อนถึงขั้นนั้น อีกอย่างกรุงเทพฯอยู่ติดทะเล ยังได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม และมีเมฆ ที่จะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้อากาศไม่ร้อนมากเกินไป โดยสถิติอากาศในกรุงเทพนั้นสูงสุดอยู่ที่ 43.3 องศาเซลเซียสเท่านั้น ไม่ถึง 44 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม พื้นที่อื่นๆ เช่น จ.กำแพงเพชร ตาก หรือ กาญจนบุรี อากาศน่าจะร้อนถึง 44 องศา” นายอานนท์ กล่าว

ที่มา>>>sanook

เอาแล้วไง !!! กฏออกมาแล้ว ลดวันเล่นน้ำสงการนต์ เหลือแค่เท่านี้ !?

สงกรานต์
3 จุดใหญ่ ที่จัดเทศกาลสงกรานต์ในกรุงเทพฯ ได้แก่ ถนนข้าวสาร สีลม และลานเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร สั่งลดวันเล่นน้ำสงกรานต์ จาก 4 วัน เหลือ 3 วัน
ปีนี้ คณะกรรมการจัดงานสงกรานต์ ปี 2559 ของกทม.มีมติให้จัดเทศกาลสงกรานต์ 3 วัน ในวันที่ 12, 13 และ 14 เมษายน และให้ยุติกิจกรรมไม่เกิน 3 ทุ่มในทุกพื้นที่ สำหรับวันที่ 15 เมษายน ให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวกลับไปอยู่กับครอบครัว
ทั้งนี้ ได้หารือกับกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา กองบัญชาการตำรวจนครบาล และผู้ประกอบการแล้ว ย้ำความจำเป็นต้องลดการใช้น้ำ ซึ่งการหยุดเล่นน้ำสงกรานต์ 1 วัน จะประหยัดน้ำไปได้กว่า 5 ล้านลูกบาศก์เมตรพร้อมยกเลิกอุโมงค์น้ำ และจุดบริการเติมน้ำ 24 จุดที่เซ็นทรัลเวิลด์ด้วย
นายปิยะบุตร จิวระโมไนย์กุล นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร บอกว่า สงกรานต์ถนนข้าวสารปีนี้ เปิดเล่นน้ำ 2 วัน ในวันที่ 13 และ 14 เมษายน เพราะวันที่ 12 เมษายน จะมีพิธีเปิดในช่วงเย็น
ที่มา>>>siamupdate

ปะทะเดือด ! แจ้งจับ “พระหนูที” ทารุณสัตว์-ใช้หมาลากรถบิณฑบาตจนซูบผอม

 * ปะทะเดือด ! แจ้งจับ “พระหนูที” ทารุณสัตว์-ใช้หมาลากรถบิณฑบาตจนซูบผอม *

พระหนูที

แชร์สนั่น คลิปปะทะคารมเดือด คนรักสุนัขทนดูไม่ได้ แจ้งตำรวจรวบ “พระหนูที” หลวงตาคนดัง หลังใช้สุนัขลากจูงรถเข็นเดินตามบิณฑบาต จนร่างซูบผอม

วันที่ 14 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก คนข่าวบางปะกง ได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอ เหตุการณ์ปะทะคารมระหว่างหญิงสาวรายหนึ่งกับพระหนูที สุตธัมโม หรือ หลวงตาหนูที อายุ 67 ปี พระลูกวัดจันทราทิพย์ จ.อุดรธานี หลังจากหญิงรายนี้พบเห็นพระหนูที กระทำการทารุณกรรมสัตว์โดยการใช้งานให้สุนัขลากจูงรถเข็นเดินตามบิณฑบาต จนร่างกายซูบผอม ก่อนเข้าแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกับพระหนูที เพื่อให้เอาผิดในข้อหากระทำผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์

พระหนูที

ทั้งนี้เมื่อคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปยังสื่อสังคมออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เข้ามาแสดงความชื่นชมหญิงรายนี้ที่กล้าเอาเรื่อง พร้อมตำหนิพฤติกรรมของพระรูปดังกล่าวจำนวนมาก

ด้าน เพจเฟซบุ๊ก WATCHDOG THAILAND รายงานว่า พ.ต.อ. ฐานุพงศ์ ศรีสิริศักดิ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า จะดูแลคดีนี้ให้ดีที่สุด และให้ความเป็นธรรมต่อความเห็นของประชาชนผู้แห่แหนร้องเรียนเรื่องราวทารุณกรรมสัตว์ครั้งนี้ของ พระหนูที เพราะพบว่าทำอย่างนี้มาหลายทีแล้ว ตั้งแต่ สมหวัง ลิง และหมู จนกระทั่งปัจจุบัน คือ หมาสองตัว คือ เจ้าสอง และเจ้าสาม

ภาพจาก เฟซบุ๊ก WATCHDOG THAILAND, คนข่าวบางปะกง

วัดไร่ขิง ยันไม่ได้ทอดทิ้งลุงเอี่ยม เผยหน่วยงานมอบเงิน-จะสร้างบ้านให้ แต่ไม่รับ

 * วัดไร่ขิง ยันไม่ได้ทอดทิ้งลุงเอี่ยม เผยหน่วยงานมอบเงิน-จะสร้างบ้านให้ แต่ไม่รับ *

ลุงเอี่ยม วัดไร่ขิง

วัดไร่ขิง ยันไม่ได้ทอดทิ้งลุงเอี่ยม เผยหน่วยงานมอบเงิน-จะสร้างบ้านให้ แต่ไม่รับ บอกให้มอบกับคนอื่นที่ลำบากกว่า ทางวัดยันช่วยเหลือตลอด

หลังจากมีข่าวว่า ลุงเอี่ยม ขอทานใจบุญ ที่เคยบริจาคเงินล้านให้กับวัดไร่ขิง เพื่อซ่อมแซมวัดที่ทรุดโทรม โดยก่อนหน้านี้ลุงเอี่ยมนั่งขอทานและอาศัยอยู่ที่วัด ซึ่งขณะนี้ถูกนำตัวออกมาจากวัดไร่ขิงและพักอยู่บริเวณห้องเช่าเพียงลำพัง ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ หนำซ้ำคนที่ลุงเอี่ยมเคยช่วยเหลือ ยังหนีหายไปหมด ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้ว

อย่างไรก็ดี ล่าสุดวันที่ 14 มีนาคม 2559 อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ได้เตรียมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด้วยตัวเอง พร้อมกับระบุว่า ที่ผ่านมาทางพัฒนาสังคมจังหวัดนครปฐม ได้ให้การช่วยเหลือลุงเอี่ยม ด้วยการจัดที่พักอาศัยให้บริเวณวัดไร่ขิง แต่เนื่องจากไม่มีใครดูแลทำให้ลุงเอี่ยมต้องประสบกับภาวะความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะลุงเอี่ยมพิการไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เต็มที่

นอกจากนี้ ทางพัฒนาสังคมระบุว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 11 มีนาคม ก็เพิ่งจะเข้าไปเยี่ยมลุงเอี่ยมและมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้ให้ และไม่ได้ทิ้งขว้างลุงเอี่ยมตามที่เป็นข่าว แต่ก็ไม่สามารถติดต่อสอบถามจากการวัดไร่ขิงได้ถึงเรื่องที่ให้ลุงเอี่ยมออกจากวัด แต่คาดว่าน่าจะเป็นเพราะมีพฤติการณ์ที่สอดคล้องกับอาชีพขอทานซึ่งรัฐบาลได้จัดระเบียนไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้สังเกตว่า ลุงเอี่ยมใช้ชีวิตในวัดไร่ขิงมาหาย จึงมีความเคยชินที่จะอยู่ในที่แบบเดิม ๆ และเมื่อย้ายไปที่ใหม่ทำให้เกิดความไม่ชินและไม่คล่องตัว

อ่านเพิ่มเติม วัดไร่ขิง ยันไม่ได้ทอดทิ้งลุงเอี่ยม เผยหน่วยงานมอบเงิน-จะสร้างบ้านให้ แต่ไม่รับ

‘ถาวร’ ขอ ‘มีชัย’ อย่าหมกเม็ดร่าง รธน.เพื่อฝากชื่อกับคนรุ่นหลัง

ถาวร

ถาวร เสนเนียม ระบุ ฝากถึง ‘มีชัย‘ ฝากชื่อไว้ในแผ่นดินให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ เปิดเผยข้อเสนอแนะผู้อำนาจที่ต้องการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยหากเกรงกลัวยอมใส่จะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย ขออย่าหมกเม็ด ซ้ำรอยไม่จริงใจปฏิรูป…

เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2559 นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. ระบุว่าไม่สามารถเปิดเผยความเห็นของ คสช.ที่เสนอแนะถึง กรธ.ในการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญได้ว่า ตนขอกราบเรียนต่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ว่าในชีวิตนักวิชาการด้านกฎหมายที่เข้ามารับผิดชอบในการร่างรัฐธรรมนูญ ยศตำแหน่งเป็นแค่ของชั่วคราว แต่ชื่อและสกุลจะอยู่ติดตัวคนเราไปตลอดกาลจึงควรฝากชื่อไว้ในแผ่นดินให้คน รุ่นหลังได้รับรู้ สมกับที่รับงานร่างรัฐธรรมนูญของชาติ หากเสียสละจริง ควรเปิดเผยข้อเสนอแนะผู้อำนาจที่ต้องการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ให้ ประชาชนไทยรับทราบ แต่ถ้ากังวล หรือเกรงกลัวยอมบัญญัติใส่ในรัฐธรรมนูญโดยไม่เกิดประโยชน์ต่อชาติและประชาชน ท่านจะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยขออย่าหมกเม็ด ซ้ำรอยไม่จริงใจปฏิรูป

“ฉะนั้น ถ้าทุกฝ่ายมีความจริงใจ คสช. และ กรธ.ต้องเปิดเผยข้อเสนอแนะนี้ต่อประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริงรู้ทั้งหมด เพื่อจะช่วยพิจารณาว่าสิ่งใดมีประโยชน์ สิ่งใดไร้ประโยชน์ วันนี้ผู้มีอำนาจถูกมองว่าขาดความจริงใจในการปฏิรูปประเทศแล้ว ควรใช้โอกาสนี้เรียกคืนศรัทธา และหวังว่านายมีชัยและ กรธ. จะกล้าไม่บัญญัติหมกเม็ดเรื่องอื่นใดที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง และส่วนรวมในรัฐธรรมนูญนี้อีก” อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าว.

ที่มา>>>Thairath

ตบไฟสูงขับรถปาดหน้า หนุ่มสุพรรณเลือดร้อน เปิดกระจกยิงคู่กรณีเจ็บ

กระสุน

อารมณ์ร้อนเป็นเหตุ! สามีพาเมียและลูกสาววัย 12 ขวบ ขับเก๋งมิตซูบิชิกลับบ้านบนถนนสามนาค-ดอนโพธิ์ทอง สุพรรณบุรี พบเก่งวีออสสีดำคู่กรณี ผลัดกันตีไฟสูงขับรถเร่งแซงกัน วีออสเลือดร้อนชักปืนยิงใส่รถมิตซูบิชิ ทำคนขับได้รับบาดเจ็บ…

เมื่อกลางดึกวันที่ 14 มี.ค. ร.ต.อ.สายฝน หลักเพชร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวรถนนเลียบคลองชลประทาน สามนาค-ดอนโพธิ์ทอง หมู่ 5 ต.ดอนกำยาน อ.เมือง ไปตรวจสอบ และกู้ภัยเณรแก้ว

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งมิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีน้ำเงิน ทะเบียน 7ฮ-8596 กรุงเทพมหานคร มีรอยถูกยิงที่ประตูหลัง 1 จุด และด้านท้าย 1 จุด ส่วนคนเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.เจ้าพระยายมราช ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ นายสมเกียรติ มูลสองแคว อายุ 31 ปี ชาวบ้าน หมู่ 2 ต.ดอนโพธิ์ทอง ถูกยิงเข้าที่ก้น ด้วยปืนไม่ทราบขนาด

สอบสวน น.ส.ศิริเพ็ญ เกตุพลอย อายุ 29 ปี ภรรยาผู้บาดเจ็บ ให้การว่า ตนกับสามี และลูกสาววัย 12 ปี เพิ่งกลับจากทานเลี้ยงงานบวช โดยตนเป็นคนขับสามีนั่งอยู่เบาะหลัง ส่วนลูกสาวนั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับ กระทั่งถึงที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ขับอยู่ด้านหน้าอย่างช้าๆ จึงเปิดไฟใส่แล้วเร่งเครื่องแซง

“ระหว่างนั้นเอง รถคันดังกล่าวเปิดไฟสูงและเร่งเครื่องแซงหน้ามา คนในรถเปิดกระจกชักปืนยิงใส่มา 2 นัด สามีบอกว่าถูกยิง จึงรีบพาส่งโรงพยาบาลแล้วโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ” น.ส.ศิริเพ็ญ กล่าว

สาเหตุเบื้องต้นคาดว่า ขับรถปาดหน้าทำให้ไม่พอใจ ชักปืนยิงใส่ก่อนหลบหนีไป ตร.จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อนำตัวรถคันที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath