ซูจีถอนตัว 2 กระทรวง จ่อนั่งเก้าอี้ที่ปรึกษาแห่งรัฐ

(ภาพ: AP)

จากโผรายชื่อคณะรัฐมนตรีเมียนมา ที่นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือเอ็นแอลดี มีกำหนดนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีถึง 4 กระทรวงนั้น เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ทางพรรคเอ็นแอลดีได้เปิดเผยว่า นางซูจีจะบริหารแค่ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศและรัฐมนตรีสำนักประธานาธิบดี ส่วนกระทรวงศึกษาธิการและพลังงานจะหาคนอื่นมานั่งตำแหน่งแทน

นอกจากนี้ นางซูจียังมีกำหนดรับตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งรัฐด้วย โดยมีอำนาจในทำนองเดียวกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งกรณีนี้อยู่ระหว่างการรอลงมติจากสภาผู้แทนราษฎร หลังวุฒิสภาลงมติรับรองไปแล้วเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา.

ที่มา>>>Thairath

เบลเยียมชี้ มือบึมบรัสเซลส์จ้องโจมตีนายกฯ

(ภาพ: AP)

ทางการเบลเยียมแถลงเมื่อ 30 มี.ค. ว่า กลุ่มก่อการร้ายที่โจมตีสนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อ 22 มี.ค. มีผู้เสียชีวิต 32 คน บาดเจ็บกว่า 300 คน อาจวางแผนโจมตีสำนักงานนายกรัฐมนตรีและที่พัก ของผู้นำประเทศด้วย โดยเจ้าหน้าที่พบคอมพิวเตอร์ของคนร้ายในถังขยะ มีข้อมูลและภาพถ่ายสำนักงานและบ้านพักนายกรัฐมนตรีชาร์ลส์ มิเชล ทั้งพบข้อความช่วงสุดท้ายของนายอิบราฮิม เอล-บาคราวี 1 ใน 2 มือระเบิดพลีชีพที่สนามบินซาเวนเทม ซึ่งอ้างว่ากำลังถูกตามล่าตัวอย่างหนักและรู้สึก ว่าไม่ปลอดภัยแล้ว ทำให้เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายมุ่งเป้าโจมตีนายกฯเบลเยียมด้วย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลและภาพถ่ายสถานที่ทำงานและบ้านพักของ นายกฯเบลเยียม ยังไม่ทราบชัดว่ากลุ่มคนร้ายสืบหาข้อมูลเองหรือดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ต ด้านตำรวจเบลเยียมยังตามล่าตัวผู้ต้องสงสัยพัวพันการก่อ การร้ายอย่างต่อเนื่อง ส่วนสนามบินซาเวนเทมยังไม่เปิดให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบ และนายกเทศมนตรีกรุงบรัสเซลส์ สั่งห้ามการชุมนุมต่อต้านอิสลามของพวกขวาจัดที่เขตโมเลนบีค ซึ่งเป็นแหล่งซ่องสุมวางแผนของผู้ก่อ การร้ายที่โจมตีกรุงปารีสและบรัสเซลส์ ส่วนฝรั่งเศสตั้งข้อหาก่อการร้ายต่อนายเรดา คริเคต วัย 34 ปี ซึ่งถูกจับเมื่อสัปดาห์ก่อน ในข้อหาเตรียมโจมตีกรุงปารีส.

ที่มา>>>Thairath

ป้าอังกฤษว่ายน้ำตามเรือที่ออกจากท่าไปแล้วพร้อมสามี

EyWwB5WU57MYnKOuYLapoA466QPo6axiZYw4P1i3nIkZxhWOn1qFY3

(ภาพ: REUTERS)
หญิงสูงวัยชาวอังกฤษ กระโดดลงทะเลว่ายน้ำตามเรือสำราญไกลหลายร้อยเมตร เนื่องจากคิดว่ามีขึ้นเรือไปแล้ว ก่อนเธอต้องลอยคอกลางทะเลและได้รับความช่วยเหลือจากชาวประมง…
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ของประเทศโปรตุเกสว่า เกิดเหตุนาง ซูซาน บราวน์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษวัย 65 ปี ว่ายน้ำตามเรือที่ออกจากท่าเรือฟุงชาล เกาะมาเดร์รา ประเทศโปรตุเกส ก่อนที่ชาวประมงจะให้ความช่วยเหลือขึ้นจากน้ำ
“เธอต้องหนาวสั่นจากน้ำที่เย็นโดยมีกระเป๋าสะพายใบเดียวติดตัว เธอลอยอยู่ห่างจากฝั่ง 500 เมตรตอนเวลา 2 นาฬิกา และมีชาวประมงท่ีได้ยินเสียงร้องของเธอเข้าให้ความช่วยเหลือ” นายเฟลิกซ์ มาร์ค ผู้อำนวยการท่าเรือฟุงชาลกล่าว
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจาก นางบราวน์ และ ไมเคิล สามี ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านที่อังกฤษก่อนกำหนด โดยลงจากเรือสำราญ ‘มาร์โค โปโล’ ของบริษัท Cruise & Maritime Voyages ที่มาจอดเทียบท่าเรือฟุงชาล อย่างไรก็ตาม เธอพลัดหลงกับสามีที่สนามบินฟุงชาลหลังจากมีปากเสียงกัน
เธอเขาใจผิดคิดว่าสามีกลับขึ้นเรือ พอดีกับที่เธอเห็นเรือมาร์โค โปโล กำลังเคลื่อนตัวออกจากท่าเรือ เธอจึงรีบวิ่งไปที่ชายหาดและกระโดดลงไปในทะเลที่อยู่ติดกับสนามบินและว่ายน้ำไปหาเรือตอนเวลา 22.00 น. (เวลา 04.00 น. เวลาประเทศไทย) ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือในอีก 4 ชั่วโมงต่อมาและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลฟุงชาล จากภาวะอุณหภูมิร่างกายลดต่ำ แต่การไม่สาหัส
ส่วนสามีของเธอนั้นไม่ได้อยู่บนเรือดังกล่าวแต่อย่างใด โดยตำรวจยืนยันแล้วว่า เขานั่งเครื่องบินกลับถึงเมืองบริสตอล ในอังกฤษไปแล้ว และกำลังเตรียมเดินทางกลับมาหาภรรยาที่เมืองฟุงชาลอีกครั้ง
ที่มา>>>Thairath

โลกร้อนสุดปีนี้-อินเดียขาดน้ำสะอาดมากสุด

อินเดียขาดน้ำ

(ภาพ: AFP)

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เผยแพร่รายงานประจำปีเมื่อ 21 มี.ค.ว่า เดือน ม.ค.และ ก.พ.ปี 2559 อุณหภูมิโลกพุ่งสูงที่สุด ทำลายสถิติเดิมทั้งหมด พร้อมทั้งเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกที่เป็นผลพวงจากภาวะโลกร้อนทวีขึ้นในอัตราที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยอุณหภูมิโลกเดือน ก.พ. ปีนี้สูงที่สุดตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกในยุคใหม่ คือสูงขึ้นเฉลี่ย 1.21 องศาเซลเซียส เหนืออุณหภูมิเฉลี่ยในศตวรรษที่ 20

รายงาน WMO มีขึ้นหลังเคยระบุว่าอุณหภูมิโลกปี 2558 สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และว่าอุณหภูมิโลกจะสูงขึ้นต่อไปเป็น “ภาวะปกติใหม่” ชาวโลกไม่ควรนิ่งนอนใจแม้จะมีข้อตกลงด้านสภาพอากาศโลกที่กรุงปารีสปีที่แล้ว ด้านผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ตีพิมพ์ในวารสาร “ภูมิศาสตร์ธรรมชาติ” ระบุว่า อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนยุคนี้สูงถึง 10,000 ล้านตันต่อปี สูงที่สุดในรอบ 66 ล้านปีตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ ทำลายสถิติเก่าเมื่อ 56 ล้านปีก่อน ซึ่งมีอัตรา 1,100 ล้านตันต่อปี

วอเตอร์ เอด” องค์กรการกุศลระหว่างประเทศ เผยแพร่รายงานเมื่อ 21 มี.ค.ว่า อินเดียมีประชากรที่ยังไม่เข้าถึงน้ำสะอาดมากที่สุดในโลกถึง 75.8 ล้านคน หรือราว 5% ของประชากรทั้งประเทศ 1,250 ล้านคน ซึ่งต้องซื้อน้ำในราคาแพง หรือใช้น้ำผ่านท่อประปาปนเปื้อนสิ่งสกปรกหรือสารเคมี โดยชาว อินเดียจำนวนนี้มีสัดส่วนกว่า 10% จากทั้งหมด 650 ล้านคนทั่วโลกที่ไม่มีน้ำสะอาดใช้ และมีมากกว่าประเทศใดๆในแอฟริกาหรือในจีนที่มี 63 ล้านคน.

ที่มา>>>Thairath

สาวฟ้องค่าเสียหายเจอส้วมระเบิดคาก้น อ้างจิตใจบอบช้ำหนักหนัก ปีกว่าแล้วก็ยังไม่หาย

 * สาวฟ้องค่าเสียหายเจอส้วมระเบิดคาก้น อ้างจิตใจบอบช้ำหนักหนัก ปีกว่าแล้วก็ยังไม่หาย *

ส้วมระเบิด

หญิงอเมริกันยื่นฟ้องนายกเทศมนตรีและหน่วยงานของเมืองฐานละเลยการดูแลระสาธารณูปโภคพื้นฐาน จนทำให้เธอได้รับความบอบช้ำทางจิตใจอย่างหนัก หลังชักโครกที่บ้านของเธอระเบิดตูมคาก้น ขณะที่กำลังนั่งปลดทุกข์

วันที่ 17 มีนาคม 2559 เว็บไซต์นิวยอร์กเดลี่นิวส์ เปิดเผยว่า แองเจลา ไรท์ หญิงชาวเมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา ยื่นฟ้องศาลโดยมีจำเลยเป็นนายกเทศมนตรี สภาเทศบาลเมือง และเอกชนอีก 2 ราย หลังจากเกิดเหตุสุดสะพรึงในบ้านของตัวเองเมื่อช่วงปีกลาย จนทำให้เธอได้รับความบอบช้ำทางใจอย่างหนัก รักษามาเป็นเวลาปีกว่าแล้วยังไม่หาย

เหตุสะพรึงที่ว่านั้นคือ ชักโครกในห้องน้ำทำงานขัดข้อง ระเบิดน้ำตูมใหญ่ใส่ก้นของเธอทั้ง ๆ ที่กำลังนั่งใช้งานมันอยู่ ส่งกลิ่นเหม็นและน้ำเสียตลบอบอวล อีกทั้งแรงดันน้ำมหาศาลยังทำให้ร่างของเธอลอยขึ้นและตกลงมากระแทกกับพื้น ห้องน้ำ ซ้ำร้ายยังมีอุจจาระจำนวนมหาศาลปกคลุมทั่วใบหน้าและร่างกาย

แอ งเจลากล่าวว่า เธอต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลถึง 3,300 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (ราว 115,000 บาท) และอีก 14,000 เหรียญ (ประมาณ 480,000 บาท) เป็นค่าซ่อมบำรุงห้องน้ำที่เละเทะเพราะส้วมระเบิด เธอจึงขอฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 225,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (7 ล้านบาท) ทั้งนี้ยังไม่มีคำตอบจากหน่วยงานที่ถูกฟ้องร้องแต่อย่างใด

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @ShelleyOFox45

เผยภาพ เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัวแสนอบอุ่น ในวันพักผ่อน

 * เผยภาพ เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัวแสนอบอุ่น ในวันพักผ่อน *

เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัว

เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัว

วังเคนซิงตัน เผยภาพครอบครัวอบอุ่น เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท เจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ในวันพักผ่อน

วันที่ 7 มีนาคม 2559 วังเคนซิงตัน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้เผยแพร่ภาพครอบครัวของ เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พร้อมโอรสและธิดา เจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ขณะพักผ่อน ณ French Alps

จากภาพถ่ายท่ามกลางหิมะ เผยให้เห็นทุกพระองค์พระพักตร์ยิ้มแย้มเบิกบาน นอกจากนี้ยังมีภาพดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ขณะทรงเล่นหิมะด้วยกัน เป็นภาพครอบครัวที่สดใสและอบอุ่นเป็นอย่างมาก

ภาพจาก John Stillwell / POOL / AFP

แชร์สนั่น หนุ่มเกาหลีโหด กระทืบกะเทยไทย คิดว่าเป็นหญิงแท้แต่จีบไม่ติด

แชร์สนั่น หนุ่มเกาหลีโหด กระทืบกะเทยไทย คิดว่าเป็นหญิงแท้แต่จีบไม่ติด

หนุ่มเกาหลีกระทืบกระเทย

ผู้ชายเกาหลีดี ๆ อาจจะมีแค่ในซีรีส์ ! กะเทยไทยเผยคลิปสุดโหด โดนหนุ่มเกาหลีรัวบาทาไม่ยั้ง จิกหัวโขกพื้น เตะน่วม เหตุเพราะคิดว่าเป็นหญิงแท้แต่ไม่ยอมเล่นด้วย เผยขนาดนึกว่าเป็นผู้หญิงยังทำได้ลงคอ

ดูคลิปแล้วถึงกับต้องอุทานว่าโหดร้ายสุด ๆ สำหรับคลิปเหตุการณ์ผู้ชายเกาหลีทำร้ายกะเทยไทย เนื่องจากคิดว่าเป็นหญิงแท้แต่เข้าไปจีบแล้วอีกฝ่ายไม่เล่นด้วย ด้วยฤทธิ์สุราหรือด้วยนิสัยส่วนตัว จู่ ๆ ก็ลงมือทำร้ายร่างกาย จนกะเทยไทยนั้นบาดเจ็บหน้าเยิน !!

โดยเหตุการณ์นี้ คุณ Kittikhun Sangtubtim ได้โพสต์เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 เธอเล่าว่า อยากจะฝากเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับหญิงสาวที่ไปเที่ยวเกาหลี ว่าชีวิตจริง ๆ แล้วผู้ชายเกาหลีไม่ได้อ่อนโยนดุจดั่งในซีรีส์ที่เราชมกัน โดยวันที่เกิดเหตุนั้นเธอไปนั่งกินข้าวกับเพื่อน จู่ ๆ ผู้ชายเกาหลีก็เข้ามาคุยด้วย ออกแนวจีบ แต่เธอไม่เล่นด้วย แถมบอกว่ามีแฟนแล้วแต่ก็ยังกวนไม่เลิก เอามือสะกิดหลังบอกว่า “เลิฟยู” ไม่หยุด ซึ่งตอนนั้นชายเกาหลีคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงแท้..

อ่านเพิ่มเติม แชร์สนั่น หนุ่มเกาหลีโหด กระทืบกะเทยไทย คิดว่าเป็นหญิงแท้แต่จีบไม่ติด

มนุษย์จิตป่วย จับสุนัขขึงพืด ปาข้าวของเขวี้ยงใส่สนุกสนาน

 * มนุษย์จิตป่วย จับสุนัขขึงพืด ปาข้าวของเขวี้ยงใส่สนุกสนาน *

จับสุนัขขึง

สุนัขสุดน่าเวทนา ถูกมนุษย์ใจบาปจับมัดตรึงขึงพืด ก่อนปาข้าวข้องเขวี้ยงใส่อย่างโหดร้ายป่าเถื่อน ชาวโลกออนไลน์กระหน่ำด่ายับ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวที่สุดในโลกจริง ๆ

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปสะเทือนใจแฉพฤติกรรมของมนุษย์ใจบาป จับสุนัขมัดขาหน้าตรึงขึงพืดกางออก 2 ข้างในท่ายืน ก่อนจะใช้มวนบุหรี่และรองเท้าขว้างปาใส่มัน พร้อมกับหัวเราะชอบอกชอบใจ ทั้ง ๆ ที่มันไม่มีทางสู้และไม่สามารถหลบหนีใด ๆ ได้เลย

ลักษมี อการร์เวล หญิงจากนครมุมไม ประเทศอินเดีย ได้โพสต์คลิปดังกล่าวลงเฟซบุ๊กชื่อ Laxmi Agarwal พร้อมกับเขียนอธิบายว่า เธอได้รับคลิปดังกล่าวนี้มาจากโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งขอให้ช่วยแชร์ต่อกันเพื่อหาเบาะแสของผู้ถ่ายคลิป

หลังจากคลิปวิดีโอนี้ที่คาดว่าถูกถ่ายขึ้นในอินเดียถูกแชร์ต่อกันทั่วโลกออนไลน์ ผู้ที่เข้ามาชมจำนวนกว่าหลายพันต่างพากันกระหน่ำวิจารณ์พฤติกรรมน่ารังเกียจเช่นนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาช่วยสืบสวน หาตัวคนใจบาปในคลิปมารับโทษให้จงได้

ญี่ปุ่นไขคดีช็อก คนแก่ตกตึกบ้านพักคนชราดับ 3 คนติด ที่แท้ฝีมือพนักงาน

 * ญี่ปุ่นไขคดีช็อก คนแก่ตกตึกบ้านพักคนชราดับ 3 คนติด ที่แท้ฝีมือพนักงาน *

คนแก่ญี่ปุ่นตกตึก

เผยโฉมหน้าฆาตกรเหี้ยม เบื้องหลังปริศนาคนแก่ตกระเบียงบ้านพักคนชราในญี่ปุ่นดับ 3 รายติดในช่วงเวลาไม่กี่เดือน พบเป็นอดีตพนักงานหนุ่มวัย 23 เจ้าตัวรับ ผมเป็นคนผลักตกเอง

เว็บไซต์เจแปนทูเดย์ มีรายงานในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถไขปริศนาคนชราตกตึกดับ 3 รายติด ที่บ้านพักคนชรา S Amille Kawasaki Saiwaicho ในเมืองคาวาซากิ จังหวัดคานากาว่า ของญี่ปุ่น ได้แล้ว โดยคนร้าย คือ นายยามาโตะ อิมาอิ อดีตพนักงานวัย 23 ปี ซึ่งยอมรับต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกสอบปากคำกรณีคุณตาวัย 87 ปี ทามิโอะ อุชิซาวะ เหยื่อรายล่าสุดที่ตกลงมาจากระเบียงชั้น 4 เสียชีวิต ว่า “ผมเป็นคนผลักตกเอง”

นายอิมาอิ ยังยอมรับเป็นผู้ผลักหญิงชราอีก 2 ราย ตกลงมาจากระเบียงจุดเดียวจนกันเสียชีวิตในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันก่อนหน้าด้วย

เหตุการณ์ฆาตกรรมทั้ง 3 เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2557 โดยเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน หญิงชราวัย 83 ปี ตกจากระเบียงชั้น 4 เสียชีวิต, วันที่ 9 ธันวาคม หญิงชราวัย 96 ปีอีกรายก็ตกลงมาเสียชีวิตจากจุดเดียวกัน ส่วนกรณีของคุณตาทามิโอะ อุชิซาวะ ถูกผลักตกลงมาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม

อ่านเพิ่มเติม ญี่ปุ่นไขคดีช็อก คนแก่ตกตึกบ้านพักคนชราดับ 3 คนติด ที่แท้ฝีมือพนักงาน