อึ้ง! หมู่บ้านอาชเชียโรลี ในอิตาลี มีคนอายุเกินร้อยกว่า 300 คน

(ภาพ: © thinkstock)

นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากกำลังให้ความสนใจหมู่บ้าน อาชเชียโรลี ทางใต้ของประเทศอิตาลี เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้ มีประชากรกว่า 30% เป็นคนชราที่มีอายุเกิน 100 ปี ที่ส่วนใหญ่ยังสุขภาพแข็งแรง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากกำลังให้ความสนใจกับประชากรของหมู่บ้านอาชเชียโรลี (Acciaroli) ในจังหวัดซาแลร์โน ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เนื่องจากในจำนวนประชากรประมาณ 1,000 คน มีจำนวนถึง 300 คนเป็นผู้มืออายุเกินร้อยปี (ศตวรรษิกชน) นับเป็นสัดส่วนที่สูงมาก ศาสตราจารย์อลัน ไมเซล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจได้นำทีมนักวิจัยไปค้นหาสาเหตุการมีอายุยืนยาวกล่าวว่า “คณะของเราเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำการศึกษาวิจัยประชากรของหมู่บ้านอาชเชียโรลี”

ประชากรของหมู่บ้านอาชเชียโรลีไม่เพียงแต่มีอายุยืนยาวเท่านั้น แต่พวกเขายังดำรงชีวิตอย่างดี มีจำนวนผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดหัวใจและอัลไซเมอร์น้อยมาก สิ่งที่นักวิจัยต้องตกตะลึงก็คือ “ประชากรส่วนใหญ่สูบบุหรี่และมีน้ำหนักเกิน แม้กระนั้น พวกเขาก็ยังมีสุขภาพที่ดี

เคล็ดลับของพวกเขาคืออะไร นอกเหนือจากอาหารการกินแบบเมดิเตอร์เรเนียน สิ่งที่นักวิจัยสังเกตพบเป็นอันดับแรกคือ โรสแมรี (Rosemary, Rosmarinus officinalis) ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง เป็นพืชพื้นเมืองของแถบเมดิเตอร์เรเนียน จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา ใบมีรูปร่างคล้ายเข็ม ยาว 2-4 เซนติเมตร กว้าง 2-5 มิลลิเมตร มีกลิ่นหอมและเขียวอยู่ตลอดปี ที่มีบทบาทสำคัญยิ่ง เป็นสมุนไพรที่สมบูรณ์ด้วยแคลเซียม ธาตุเหล็ก และวิตามินบี มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ผู้สูงอายุวัยเกินร้อยปีในหมู่บ้านนี้นิยมที่จะใส่โรสแมรีในอาหารแทบทุกอย่างที่รับประทาน พวกเขาชอบรับประทานปลาแอนโชวี่ นอกจากนั้น ยังชอบเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์อันงดงามบนภูเขาของหมู่บ้านอีกด้วย

“เป้าหมายของการทำวิจัยก็เพื่อศึกษาในระยะยาวถึงสาเหตุที่ช่วยให้ประชากรอายุเกินร้อยปีจำนวน 300 คน โดยทำการวิเคราะห์พันธุกรรมอย่างสมบูรณ์ รวมถึงการตรวจสอบวิถีการดำรงชีวิตทั้งอาหารการกินและการออกกำลังกาย” ศาสตราจารย์ไมเซลกล่าวและย้ำว่า “ผลการศึกษาวิจัยการมีชีวิตที่ยืนยาวของผู้สูงวัยกลุ่มนี้จะสามารถนำไปปรับใช้ได้ทุกแห่งในโลกนี้”.

ที่มา>>>Thairath

‘อาบรินี’ สารภาพอีก ตั้งใจโจมตีปารีสรอบ 2 ก่อนเปลี่ยนแผนบึมบรัสเซลส์แทน

(ภาพ: AFP)

โมฮัมเหม็ด อาบรินี ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการโจมตีปารีส ซึ่งถูกจับเมื่อสัปดาห์ก่อน ยอมรับว่า ทีมโจมตีของพวกเขาตั้งใจจะโจมตีในกรุงปารีสรอบ 2 แต่ถูกตำรวจกดดันหนักจนต้องเปลี่ยนแผนไปโจมตีกรุงบรัสเซลส์แทน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อัยการกลางเบลเยียมเปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 10 เม.ย. ว่า กลุ่มติดอาวุธที่อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์เมื่อ 22 มี.ค. วางแผนจะโจมตีกรุงปารีส ของฝรั่งเศส เป็นครั้งที่ 2 ตามหลังเหตุวินาศกรรมในวันที่ 13 พ.ย. ปีก่อน แต่ถูกบีบให้ต้องเปลี่ยนแผนไปโจมตีในกรุงบรัสเซลส์แทน เนื่องจากตำรวจตามล่าหนัก

ข้อมูลดังกล่าวมาจากคำรับสารภาพของนายโมฮัมเหม็ด อาบรินี ผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีกรุงปารีสเมื่อปลายปีก่อน และเพิ่งถูกจับกุมตัวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเขาระบุว่า สมาชิกกลุ่มตัดสินใจก่อเหตุโจมตีในกรุงบรัสเซลส์แทนที่จะโจมตีกรุงปารีส หลังนายซาเลาะห์ อับเดลสลาม ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมโจมตีปารีสถูกจับกุมตัวในวันที่ 18 มี.ค.

นายอาบรินี ชาวเบลเยียมเชื้อสายโมร็อกโก วัย 31 ปี ยังยอมรับด้วยว่า เขาคือคนเดียวกับชายชุดขาว มือระเบิดคนที่ 3 ในทีมโจมตีสนามบินซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลส์ ที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้ และตำรวจเบลเยียมกำลังตามล่าตัวอยู่ด้วย ซึ่งในวันอาทิตย์เขาถูกตั้งข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของกลุ่มก่อการร้าย และการก่อการร้ายที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

ขณะที่มีผู้ต้องสงสัยถูกตั้งข้อหาอีก 3 คนคือ โอซามา เค. หรือที่สื่อในสวิตเซอร์แลนด์ระบุชื่อว่า โอซามา คราเยม ถูกตั้งข้อหาเดียวกันกับนายอาบรินี, นายเฮอร์วี บีเอ็ม. ชาวระวันดา และนายบิลาล อีเอ็ม. เป็นผู้ต้องสงสัยช่วยเหลือนายโอซามาและนายอับเดลสลาม

ทั้งนี้ ทางการเบลเยียมเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายที่ถูกเปิดเผยชื่อต่อสาธารณะถูกจับกุมตัวหรือถูกสังหารหมดแล้ว แต่นายกรัฐมนตรี ชาร์ลส์ มิเชล แห่งเบลเยียมยืนยันว่า รัฐบาลของเขาจะยังไม่ลดระดับการเฝ้าระวังซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นสูงสุดลำดับ 2 เช่นเดียวกับนายมานูเอล วาลส์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ที่ออกมาระบุว่าฝรั่งเศสจะยังไม่ประมาทภัยคุกคามที่ยุโรปโดยเฉพาะฝรั่งเศสกำลังเผชิญ

ที่มา>>>Thairath

‘ปูติน’ ปัดเพื่อนไม่ได้ทำผิด ชี้! ตะวันตกใช้ ‘เอกสารปานามา’ บ่อนทำลายรัสเซีย

(ภาพ: AP)
วลาดิเมียร์ ปูติน ออกมาปกป้องเพื่อนที่ถูกเอกสารปานามากล่าวหาว่าอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินว่าไม่ได้ทำอะไรผิด และกล่าวหาชาติตะวันตกว่ากำลังใช้เอกสารนี้เพื่อทำลายรัสเซีย…
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งประเทศรัสเซียออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีการรั่วไหลของ ‘เอกสารปานามา‘ (ปานามาเปเปอร์ส) เป็นครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดี โดยปฏิเสธว่าคนสนิทของเขาไม่ได้กระทำตามที่ถูกกล่าวหาในเอกสารดังกล่าว และระบุด้วยว่า ศัตรูของเขากำลังใช้ประเด็นนี้ในการบ่อนทำลายเสถียรภาพของรัสเซีย
ทั้งนี้ ‘เอกสารปานามา’ ของบริษัทกฎหมาย ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ ในปานามา ถือเป็นการแฉเอกสารลับครั้งใหญ่สุดในโลก เพราะมีจำนวนถึง 11.5 ล้านชิ้น ที่หลุดรอดออกมาจากบริษัทกฎหมายในปานามาแห่งนี้ โดยอ้างว่า ได้เปิดเผยให้เห็นถึงกลวิธีในการที่บริษัทมอนแซค ฟอนเซกาช่วยผู้นำประเทศ หรืออดีตผู้นำ ตลอดจนบรรดานักการเมือง เจ้าหน้าที่ทางการ คนร่ำรวยที่มีอิทธิพลทั่วโลกหลายสิบคน ฟอกเงินหรือหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี และซุกซ่อนทรัพย์สินในต่างประเทศ
เอกสารลับยังเปิดเผยวิธีการบริหารของ แบงก์ รอสซิยา ในรัสเซียเป็นครั้งแรก โดยธนาคารนี้โยกย้ายเงินผ่านบริษัทต่างประเทศหลายแห่ง และ 2 แห่งในนี้เป็นของ เซอร์เก โรลดูกิน หนึ่งในเพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปูติน รวมทั้งเป็นพ่อทูนหัวของ มาเรีย ลูกสาวของนายปูตินด้วย ซึ่งในเอกสารระบุว่า นายโรลดูกินทำกำไรมูลค่าหลายล้านดอลลาร์จากข้อตกลงที่น่าสงสัย
อย่างไรก็ตาม นายปูตินออกมาโต้แย้งผ่านรายการสดทางโทรทัศน์ว่า “ศัตรูในชาติตะวันตกของรัสเซียรู้สึกกังวลในความสามัคคีและความเป็นหนึ่งเดียวของรัสเซีย และนี่เป็นเหตุผลที่พวกเขาพยายามจะสั่นคลอนเราจากภายใน เพื่อให้รัสเซียมีท่าทีที่อ่อนน้อมมากขึ้น” ปูตินยังกล่าวหาด้วยว่า ศัตรูของนายปูตินไม่สามารถไม่หาชื่อของเขาใน เอกสารปานามา ได้ พวกเขาจึงสร้างข้อมูลขึ้นมา
“พวกเขาพบชื่อผู้ช่วยและคนรู้จักของผม 2-3 คน และแต่งเรื่องขึ้นมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน” นายปูตินกล่าว
นอกจากนี้ นายปูตินยังอ้างถึงข้อความที่เว็บไซต์วิกิลีกส์ทวีตลงบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ซึ่งกล่าวหาหน่วยงานในรัฐบาลสหรัฐฯ คือ โครงการรายงานการคอร์รัปชันและองค์กรอาชญากรรม (OCCRP) และ องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (USAid) เป็นผู้ออกเงินทุนและผลิตเอกสารปานามา เพื่อโจมตีนายปูติน.
ที่มา>>>Thairath

ยอดเหยื่อฝนถล่มภาคเหนือปากีฯพุ่ง 65 ศพแล้ว

ชาวบ้านปากีสถานเดินข้ามถนนที่ถูกน้ำท่วมหลังเกิดฝนตกหนัก (ภาพ: AP)

ผู้เสียชีวิตจากเหตุฝนตกหนักในภาคเหนือของปากีสถานเพิ่มเป็น 65 รายแล้ว โดยส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดไคเบอร์ ปัคห์ตุนควา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ในภาคเหนือของประเทศปากีสถาน ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (2 เม.ย.) เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 65 รายแล้วในวันจันทร์ ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน

ข่าวระบุว่า พบผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับฝนตกจำนวน 46 ราย และบาดเจ็บอีก 34 คน ในจังหวัดไคเบอร์ ปัคห์ตุนควา และในพื้นที่ชนเผ่าทางตะวันตก โดยน้ำท่วมได้พัดทำลายสะพานสายหนึ่งและกระท่อมอีกมากกว่า 70 หลัง ในเขตบาทาธาล

อย่างไรก็ตาม เขตโคฮีสถาน ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาและเขตชางลา เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในจังหวัดไคเบอร์ฯ โดยมีผู้เสียชีวิต 16 คน ในเขตชางลาเพียงแห่งเดียว จากเหตุดินถล่มและฟ้าผ่า ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 12 คน ในเขตโคฮีสถาน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานพบผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากฝนตกหนักในเขตพื้นที่ชนเผ่าที่ส่วนกลางบริหาร (FATA), เขตปกครองตนเอง อาซาด จามมู และแคชเมียร์ (AJK) ฟรือ อาซาด แคชเมียร์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของปากีสถาน และที่เขตปกครองพิเศษ กิลกิต บัลติสถาน ตอนเหนือสุดของประเทศด้วย.

ที่มา>>>Thairath

ซูจีถอนตัว 2 กระทรวง จ่อนั่งเก้าอี้ที่ปรึกษาแห่งรัฐ

(ภาพ: AP)

จากโผรายชื่อคณะรัฐมนตรีเมียนมา ที่นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือเอ็นแอลดี มีกำหนดนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีถึง 4 กระทรวงนั้น เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ทางพรรคเอ็นแอลดีได้เปิดเผยว่า นางซูจีจะบริหารแค่ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศและรัฐมนตรีสำนักประธานาธิบดี ส่วนกระทรวงศึกษาธิการและพลังงานจะหาคนอื่นมานั่งตำแหน่งแทน

นอกจากนี้ นางซูจียังมีกำหนดรับตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งรัฐด้วย โดยมีอำนาจในทำนองเดียวกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งกรณีนี้อยู่ระหว่างการรอลงมติจากสภาผู้แทนราษฎร หลังวุฒิสภาลงมติรับรองไปแล้วเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา.

ที่มา>>>Thairath

เบลเยียมชี้ มือบึมบรัสเซลส์จ้องโจมตีนายกฯ

(ภาพ: AP)

ทางการเบลเยียมแถลงเมื่อ 30 มี.ค. ว่า กลุ่มก่อการร้ายที่โจมตีสนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อ 22 มี.ค. มีผู้เสียชีวิต 32 คน บาดเจ็บกว่า 300 คน อาจวางแผนโจมตีสำนักงานนายกรัฐมนตรีและที่พัก ของผู้นำประเทศด้วย โดยเจ้าหน้าที่พบคอมพิวเตอร์ของคนร้ายในถังขยะ มีข้อมูลและภาพถ่ายสำนักงานและบ้านพักนายกรัฐมนตรีชาร์ลส์ มิเชล ทั้งพบข้อความช่วงสุดท้ายของนายอิบราฮิม เอล-บาคราวี 1 ใน 2 มือระเบิดพลีชีพที่สนามบินซาเวนเทม ซึ่งอ้างว่ากำลังถูกตามล่าตัวอย่างหนักและรู้สึก ว่าไม่ปลอดภัยแล้ว ทำให้เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายมุ่งเป้าโจมตีนายกฯเบลเยียมด้วย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลและภาพถ่ายสถานที่ทำงานและบ้านพักของ นายกฯเบลเยียม ยังไม่ทราบชัดว่ากลุ่มคนร้ายสืบหาข้อมูลเองหรือดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ต ด้านตำรวจเบลเยียมยังตามล่าตัวผู้ต้องสงสัยพัวพันการก่อ การร้ายอย่างต่อเนื่อง ส่วนสนามบินซาเวนเทมยังไม่เปิดให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบ และนายกเทศมนตรีกรุงบรัสเซลส์ สั่งห้ามการชุมนุมต่อต้านอิสลามของพวกขวาจัดที่เขตโมเลนบีค ซึ่งเป็นแหล่งซ่องสุมวางแผนของผู้ก่อ การร้ายที่โจมตีกรุงปารีสและบรัสเซลส์ ส่วนฝรั่งเศสตั้งข้อหาก่อการร้ายต่อนายเรดา คริเคต วัย 34 ปี ซึ่งถูกจับเมื่อสัปดาห์ก่อน ในข้อหาเตรียมโจมตีกรุงปารีส.

ที่มา>>>Thairath

ป้าอังกฤษว่ายน้ำตามเรือที่ออกจากท่าไปแล้วพร้อมสามี

EyWwB5WU57MYnKOuYLapoA466QPo6axiZYw4P1i3nIkZxhWOn1qFY3

(ภาพ: REUTERS)
หญิงสูงวัยชาวอังกฤษ กระโดดลงทะเลว่ายน้ำตามเรือสำราญไกลหลายร้อยเมตร เนื่องจากคิดว่ามีขึ้นเรือไปแล้ว ก่อนเธอต้องลอยคอกลางทะเลและได้รับความช่วยเหลือจากชาวประมง…
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ของประเทศโปรตุเกสว่า เกิดเหตุนาง ซูซาน บราวน์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษวัย 65 ปี ว่ายน้ำตามเรือที่ออกจากท่าเรือฟุงชาล เกาะมาเดร์รา ประเทศโปรตุเกส ก่อนที่ชาวประมงจะให้ความช่วยเหลือขึ้นจากน้ำ
“เธอต้องหนาวสั่นจากน้ำที่เย็นโดยมีกระเป๋าสะพายใบเดียวติดตัว เธอลอยอยู่ห่างจากฝั่ง 500 เมตรตอนเวลา 2 นาฬิกา และมีชาวประมงท่ีได้ยินเสียงร้องของเธอเข้าให้ความช่วยเหลือ” นายเฟลิกซ์ มาร์ค ผู้อำนวยการท่าเรือฟุงชาลกล่าว
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจาก นางบราวน์ และ ไมเคิล สามี ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านที่อังกฤษก่อนกำหนด โดยลงจากเรือสำราญ ‘มาร์โค โปโล’ ของบริษัท Cruise & Maritime Voyages ที่มาจอดเทียบท่าเรือฟุงชาล อย่างไรก็ตาม เธอพลัดหลงกับสามีที่สนามบินฟุงชาลหลังจากมีปากเสียงกัน
เธอเขาใจผิดคิดว่าสามีกลับขึ้นเรือ พอดีกับที่เธอเห็นเรือมาร์โค โปโล กำลังเคลื่อนตัวออกจากท่าเรือ เธอจึงรีบวิ่งไปที่ชายหาดและกระโดดลงไปในทะเลที่อยู่ติดกับสนามบินและว่ายน้ำไปหาเรือตอนเวลา 22.00 น. (เวลา 04.00 น. เวลาประเทศไทย) ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือในอีก 4 ชั่วโมงต่อมาและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลฟุงชาล จากภาวะอุณหภูมิร่างกายลดต่ำ แต่การไม่สาหัส
ส่วนสามีของเธอนั้นไม่ได้อยู่บนเรือดังกล่าวแต่อย่างใด โดยตำรวจยืนยันแล้วว่า เขานั่งเครื่องบินกลับถึงเมืองบริสตอล ในอังกฤษไปแล้ว และกำลังเตรียมเดินทางกลับมาหาภรรยาที่เมืองฟุงชาลอีกครั้ง
ที่มา>>>Thairath

โลกร้อนสุดปีนี้-อินเดียขาดน้ำสะอาดมากสุด

อินเดียขาดน้ำ

(ภาพ: AFP)

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เผยแพร่รายงานประจำปีเมื่อ 21 มี.ค.ว่า เดือน ม.ค.และ ก.พ.ปี 2559 อุณหภูมิโลกพุ่งสูงที่สุด ทำลายสถิติเดิมทั้งหมด พร้อมทั้งเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกที่เป็นผลพวงจากภาวะโลกร้อนทวีขึ้นในอัตราที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยอุณหภูมิโลกเดือน ก.พ. ปีนี้สูงที่สุดตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกในยุคใหม่ คือสูงขึ้นเฉลี่ย 1.21 องศาเซลเซียส เหนืออุณหภูมิเฉลี่ยในศตวรรษที่ 20

รายงาน WMO มีขึ้นหลังเคยระบุว่าอุณหภูมิโลกปี 2558 สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และว่าอุณหภูมิโลกจะสูงขึ้นต่อไปเป็น “ภาวะปกติใหม่” ชาวโลกไม่ควรนิ่งนอนใจแม้จะมีข้อตกลงด้านสภาพอากาศโลกที่กรุงปารีสปีที่แล้ว ด้านผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ตีพิมพ์ในวารสาร “ภูมิศาสตร์ธรรมชาติ” ระบุว่า อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนยุคนี้สูงถึง 10,000 ล้านตันต่อปี สูงที่สุดในรอบ 66 ล้านปีตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ ทำลายสถิติเก่าเมื่อ 56 ล้านปีก่อน ซึ่งมีอัตรา 1,100 ล้านตันต่อปี

วอเตอร์ เอด” องค์กรการกุศลระหว่างประเทศ เผยแพร่รายงานเมื่อ 21 มี.ค.ว่า อินเดียมีประชากรที่ยังไม่เข้าถึงน้ำสะอาดมากที่สุดในโลกถึง 75.8 ล้านคน หรือราว 5% ของประชากรทั้งประเทศ 1,250 ล้านคน ซึ่งต้องซื้อน้ำในราคาแพง หรือใช้น้ำผ่านท่อประปาปนเปื้อนสิ่งสกปรกหรือสารเคมี โดยชาว อินเดียจำนวนนี้มีสัดส่วนกว่า 10% จากทั้งหมด 650 ล้านคนทั่วโลกที่ไม่มีน้ำสะอาดใช้ และมีมากกว่าประเทศใดๆในแอฟริกาหรือในจีนที่มี 63 ล้านคน.

ที่มา>>>Thairath

สาวฟ้องค่าเสียหายเจอส้วมระเบิดคาก้น อ้างจิตใจบอบช้ำหนักหนัก ปีกว่าแล้วก็ยังไม่หาย

 * สาวฟ้องค่าเสียหายเจอส้วมระเบิดคาก้น อ้างจิตใจบอบช้ำหนักหนัก ปีกว่าแล้วก็ยังไม่หาย *

ส้วมระเบิด

หญิงอเมริกันยื่นฟ้องนายกเทศมนตรีและหน่วยงานของเมืองฐานละเลยการดูแลระสาธารณูปโภคพื้นฐาน จนทำให้เธอได้รับความบอบช้ำทางจิตใจอย่างหนัก หลังชักโครกที่บ้านของเธอระเบิดตูมคาก้น ขณะที่กำลังนั่งปลดทุกข์

วันที่ 17 มีนาคม 2559 เว็บไซต์นิวยอร์กเดลี่นิวส์ เปิดเผยว่า แองเจลา ไรท์ หญิงชาวเมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา ยื่นฟ้องศาลโดยมีจำเลยเป็นนายกเทศมนตรี สภาเทศบาลเมือง และเอกชนอีก 2 ราย หลังจากเกิดเหตุสุดสะพรึงในบ้านของตัวเองเมื่อช่วงปีกลาย จนทำให้เธอได้รับความบอบช้ำทางใจอย่างหนัก รักษามาเป็นเวลาปีกว่าแล้วยังไม่หาย

เหตุสะพรึงที่ว่านั้นคือ ชักโครกในห้องน้ำทำงานขัดข้อง ระเบิดน้ำตูมใหญ่ใส่ก้นของเธอทั้ง ๆ ที่กำลังนั่งใช้งานมันอยู่ ส่งกลิ่นเหม็นและน้ำเสียตลบอบอวล อีกทั้งแรงดันน้ำมหาศาลยังทำให้ร่างของเธอลอยขึ้นและตกลงมากระแทกกับพื้น ห้องน้ำ ซ้ำร้ายยังมีอุจจาระจำนวนมหาศาลปกคลุมทั่วใบหน้าและร่างกาย

แอ งเจลากล่าวว่า เธอต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลถึง 3,300 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (ราว 115,000 บาท) และอีก 14,000 เหรียญ (ประมาณ 480,000 บาท) เป็นค่าซ่อมบำรุงห้องน้ำที่เละเทะเพราะส้วมระเบิด เธอจึงขอฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 225,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (7 ล้านบาท) ทั้งนี้ยังไม่มีคำตอบจากหน่วยงานที่ถูกฟ้องร้องแต่อย่างใด

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @ShelleyOFox45

เผยภาพ เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัวแสนอบอุ่น ในวันพักผ่อน

 * เผยภาพ เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัวแสนอบอุ่น ในวันพักผ่อน *

เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัว

เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัว

วังเคนซิงตัน เผยภาพครอบครัวอบอุ่น เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท เจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ในวันพักผ่อน

วันที่ 7 มีนาคม 2559 วังเคนซิงตัน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้เผยแพร่ภาพครอบครัวของ เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พร้อมโอรสและธิดา เจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ขณะพักผ่อน ณ French Alps

จากภาพถ่ายท่ามกลางหิมะ เผยให้เห็นทุกพระองค์พระพักตร์ยิ้มแย้มเบิกบาน นอกจากนี้ยังมีภาพดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ขณะทรงเล่นหิมะด้วยกัน เป็นภาพครอบครัวที่สดใสและอบอุ่นเป็นอย่างมาก

ภาพจาก John Stillwell / POOL / AFP