นาทีชีวิต! ระดมทีมแพทย์นับ 10 คนทำคลอดคุณแม่หนัก 130 กิโล ปลอดภัยทั้งแม่ลูก

เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ ของจีนรายงานว่า สาวตั้งครรภ์น้ำหนักตัวกว่า 127 กิโลกรัม ถูกนำส่งแผนกสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลที่นครฉางชา มณฑลหูหนาน ทางตอนใต้ของจีนทีมแพทย์ถึงกับต้องกุมขมับที่เจองานใหญ่ในมือ เนื่องจากไม่เคยเจอสาวตั้งครรภ์รูปร่างใหญ่ขนาดนี้มาก่อน และไม่แน่ใจในรายละเอียดข้อมูลต่างๆ เช่น ปริมาณยาสลบที่จะใช้สุดท้ายจึงเรียกประชุมด่วน แล้วโทร.ไปตามแผนกต่างๆของโรงพยาบาล ในที่สุดสามารถรวบรวมทีมแพทย์ได้ 16 คนมาช่วยกันผ่าตัดทำคลอดจนประสบความสำเร็จ โดยทารกและแม่ปลอดภัยดีทั้งคู่

ที่มา>>>ข่าวสด

ลูกเนรคุณ! ทุบตีพ่อแม่บังเกิดเกล้ากลางถนน เพราะไม่พอใจซื้อเรือนหอให้เล็กไป

เซี่ยงไฮ้อิสต์เผยแพร่ คลิปที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ เป็นเหตุการณ์ชายหนุ่มชาวจีนทำร้ายร่างกายชายหญิงสูงอายุริมถนน ด้านนอกของสำนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ในเมืองฮาร์บิน

เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ชายคนดังกล่าวลงมือทำร้ายร่างกายพ่อและแม่ของตัวเอง เพราะไม่พอใจมที่ซื้ออพาร์ทเม้นท์ที่มีขนาดเล็กเกินไปให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน ปรากฏว่า ชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นว่า ชายคนดังกล่าวเป็นลูกอกตัญญู ลงมือทำร้ายพ่อแม่ได้ลงคอ

ที่มา>>>ข่าวสด

(คลิป) เรือประมงลากอวนใหญ่ขึ้นจากทะเล จู่ๆได้ของแถมที่ทำคนอึ้งทั้งลำ

เว็บไซต์ ไลฟ์ ของรัสเซียเผยแพร่คลิปเหตุการณ์เรือประมงขณะลากอวนใหญ่ขึ้นมาจากทะเลในรัสเซีย แล้วปรากฏว่ามีแมวน้ำตัวจ้ำม่ำติดมาด้วย สร้างความตกตะลึงให้กับบรรดาลูกเรือ ขณะเดียวกันด้วยขนาดของแมวน้ำที่ใหญ่ เลยทำให้อวนขาด ปลาเล็กปลาน้อยหล่นลงพื้นเกลื่อน เป็นเหตุให้ชายรายหนึ่งถึงหัวเสีย ด่าสบถและรีบฉีดน้ำไล่ ก่อนที่แมวน้ำจะคลานไปข้างเรือแล้วกระโดดลงทะเลอย่างรวดเร็ว

ที่มา>>>ข่าวสด

“เจ้าชายแฮร์รี” ทรงกริ้วสื่อ ทั้งขุดทั้งคุ้ยรุกล้ำแฟนสาวของพระองค์

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. บีบีซีรายงานว่า เจ้าชายแฮร์รีแห่งเวลส์ พระโอรสพระองค์เล็กในเจ้าชายชาลส์ มกุฎราชกุมารแห่งสหราชอาณาจักรและเจ้าหญิงไดอานาผู้ล่วงลับ ทรงรับสั่งตำหนิสื่อมวลชนผ่านแถลงการณ์ของสำนักพระราชวังเคนซิงตัน ล่วงละเมิดและคุกคามน.ส.เมแกน มาร์เกิล นักแสดงสาวชาวอเมริกันซึ่งพระองค์ทรงคบหาเป็นแฟนสาวมาได้เพียงไม่กี่เดือน ให้ไม่สบายใจและเป็นที่อับอาย จากการขุดคุ้ยถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายกับนักแสดงสาว(FILES) This file photo taken on November 11, 2013 shows  US actress Meghan Markle as she poses for pictures on the red carpet upon arrival for the world premier of the film "The Hunger Games: Catching Fire" in Leicester Square, central London. Britain's Prince Harry confirmed on November 8, 2016, that he is dating US actress Meghan Markle as he hit out at the "wave of abuse and harassment" she has suffered in recent weeks. In an unprecedented statement from Kensington Palace, the prince, 32, urged media organisations to refrain from "further damage" as he blasted the smears and "racial undertones" appearing in newspaper articles. / AFP PHOTO / Andrew Cowieราชเลขาธิการส่วนพระองค์ในเจ้าชายแฮร์รี กล่าวว่า นางสาวมาร์เกิลตกเป็นถูกละเมิดและคุกคามหลายครั้ง บางส่วนของกรณีที่เกิดขึ้นนั้นตกเป็นข่าวในสังคม การใส่ร้ายป้ายสีบนปกหนังสือพิมพ์ น้ำเสียงของข้อความที่เหยียดหยามสีผิว รวมไปถึงความคิดเห็นที่ดูหมิ่นทางเพศและสีผิวตามสื่อเครือข่ายสังคมออนไลน์meghan-markle-10496แถลงการณ์ระบุต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางส่วนก็ไม่ได้เป็นที่รับรู้ของประชาชน อาทิ การต่อสู้กันในชั้นศาลกับบรรดาสื่อที่หมิ่นประมาท แม่ของแฟนสาวที่ต้องฝ่ากลุ่มผู้สื่อข่าวและช่างภาพเพียงเพื่อจะเข้าไปเยี่ยมลูกสาวในบ้าน ความพยายามของนักข่าวที่จะลักลอบเข้าไปในที่อยู่อาศัยจนต้องน.ส.มาร์เกิลโทรแจ้งตำรวจ รวมไปถึงความพยายามติดสินบนแฟนเก่า และการพาดพิงบุคคลใกล้ชิดน.ส.มาร์เกิล อย่างไม่ละเว้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน และบุคคลที่รักและเคารพ
เจ้าชายแฮร์รีทรงระบุในแถลงการณ์ว่า ทรงกังวลถึงความปลอดภัยของน.ส.มาร์เกิล และรู้สึกผิดหวังในตัวเองที่ตนไม่สามารถปกป้องน.ส.มาร์เกิลได้ เพราะสิ่งที่มาร์เกิลซึ่งเพิ่งคบกับพระองค์ได้เพียงไม่กี่เดือนต้องเผชิญนั้นถือว่าไม่ถูกต้อง และทรงทราบดีว่า ผู้คนอาจวิจารณ์ว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องยอม และเป็นส่วนหนึ่งของเกม แต่พระองค์ไม่เห็นด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เกม แต่เป็นชีวิตของมาร์เกิลกับพระองค์

สำหรับดาราสาวมาร์เกิลเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ชมซีรีส์อเมริกันเรื่อง Suits หญิงสาวรับบท ราเชล เซน

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดซึ้ง! “แมว”นอนเฝ้าหลุมศพของ”เจ้านาย”นานนับปี อาศัยข้าวกินจากคนที่เดินผ่าน

เว็บไซต์ มิร์เรอร์ ของอังกฤษนำเสนอเรื่องราวน่าสงสารของแมวตัวหนึ่ง ซึ่งไปอาศัยอยู่ใกล้หลุมศพเจ้าของที่ตายไปในจังหวัดชวากลาง บนเกาะชวาของอินโดนีเซีย โดยไม่ยอมกลับบ้านนานเกือบ 1 ปีแล้ว โดยส่งเสียงร้องเหมียวๆ ตลอดเวลา นอนขลุกดินกลางหลุมศพ และอาศัยกินข้าวกินน้ำจากผู้คนที่เดินผ่านไปมาpay-swns_cat_grave_01นายเคลี เคนินเกา ชาวบ้านผู้หนึ่ง เล่าว่า แมวตัวนี้เร่ร่อน จึงพยายามช่วยเหลือ แต่ทุกครั้งแมวจะเดินกลับไปที่หลุมศพ โดยเจอทุกวันและสังเกตว่าแมวอยู่ที่นี่บ่อยๆ แต่บางครั้งจะหายไป 2 ชั่วโมง แล้วกลับมาpay-swns_cat_grave_02“ผมติดตามแมวไปจึงรู้ว่ากลับบ้านไปกินข้าวกินน้ำที่ลูกหลานเจ้าของบ้านคอยให้ ก่อนจะกลับมานอนหลับแล้วร้องเหมียวๆ บนหลุมศพ มันน่าเศร้าอย่างยิ่ง เห็นได้ว่าแมวใกล้ชิดเจ้าของมากขนาดไหน”

ที่มา>>>ข่าวสด

ฆ่ายกครัวเม็กซิโก11ศพ-เด็กเจ็บ 2 สงสัยปมหึงหวง

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. เอเอฟพีรายงานคดีสะเทือนขวัญฆ่ายกครัวในเม็กซิโก มีผู้เสียชีวิตรวม 11 ศพ เป็นหญิง 5 ราย ชาย 4 ราย และเด็กหญิง 2 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นเด็กหญิง 2 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาล พบปลอกกระสุนปืนพกและปืนลูกซองตกอยู่ในบ้านของครอบครัว เจ้าหน้าที่มุ่งสอบว่าเป็นอาชญากรรมหรือความขัดแย้งครอบครัวหรือไม่เหตุเกิดหมู่บ้านเอล มารีดอร์ รัฐปวยบลา ทางตอนใต้ของเม็กซิโก เจ้าหน้าที่เผยว่า พยานจำผู้ก่อเหตุได้ 2 คน หนึ่งในนั้นเป็นชายผู้ต้องสงสัยว่า ล่วงละเมิดทางเพศกับหญิงในครอบครัวดังกล่าวเมื่อ 9 ปีที่แล้ว จนมีลูกชายด้วยกัน 1 คน ทั้งมีข้อสังเกตว่า เหยื่อที่เป็นสามีคนปัจจุบันหญิงในครอบครัวถูกกระหน่ำแทงจนมีบาดแผลมากกว่าคนอื่นๆ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ก่อเหตุหลบซ่อนตัวอยู่ในรัฐวาฮากา รัฐใกล้เคียง นายวินเซนต์ โลเปซ เด ลา เวกา นายกเทศมนตรีคอกซ์คัตลันที่ดูแลหมู่บ้านเอล มารีดอร์ กล่าวว่า เหตุฆาตกรรมครั้งนี้เป็นการแก้แค้น การสังหารคนมากถึง 11 ศพ โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย นั้นสะเทือนขวัญอย่างยิ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มใหญ่ถูกไล่ออกจากหมู่บ้าน-เมียขอหย่า หลังติดเชื้อเอชไอวี ผ่านไป8ปีพบผลตรวจผิดพลาด

เว็บไซต์ เซี่ยงไฮ้อิสต์ ของจีนนำเรื่องราวของ นายหยาง โฉวฝา เกษตรกรชาวจีนวัย 53 ปี ซึ่งมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานเป็นเวลานานหลังเข้ารับการตรวจเลือดที่ศูนย์ควบคุมโรคเฉินปิง มณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปี 2547 และพบว่าติดเชื้อเอชไอวี  รายงานข่าวระบุว่า นายหยางเข้ารับการตรวจพร้อมผู้ป่วยรายอื่นอีก 280,000 คน เมื่อปี 2547 และผลตรวจเลือดออกมาเป็นบวก อย่างไรก็ตาม ในปี 2555 หยางได้เข้ารับรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งหลังมีโรคร้ายสารพัดรุมเร้า และแพทย์วินิจฉัยว่านายหยางไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวีแต่อย่างใด ทำให้ตอนนี้นายหยาง กำลังหาทางเรียกเงินชดเชยค่าเสียหายจำนวน 2 ล้านหยวน หรือราว 10.9 ล้านบาทโดยหลังจากแพทย์โรงพยายาลยืนยันว่า ผลตรวจผิดพลาดในปี 2555 ทางศูนย์ควบคุมโรคได้ทำการตรวจตัวอย่างเลือดของนายหยางที่เก็บไว้เมื่อปี 2547 อีกครั้ง และยืนยันตามเดิมว่าติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งเรื่องนี้นายวู่ จ้าวฝาง รองผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคของมลรัฐเฉินปิง เชื่อว่าอาจมีการผสมกันของเลือดตัวอย่าง “อุปกรณ์ทดสอบไม่ได้เสียหาย ฉะนั้นแล้ว อาจมีบางคนนำเลือดของผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายอื่นไปผสมตัวอย่างเลือดของนายหยาง”

ขณะที่นายหยาง ซึ่งเคยขายเลือดในตลาดมืดเมื่อ 2535 เชื่อว่าตอนนั้นผลตรวจเลือดถูกต้อง และรู้สึกกลัวมาก “ผมเคยบริจาคเลือดครั้งหนึ่งแล้วรู้สึกเป็นไข้หลายครั้ง ดังนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมโรคเฉินปิงบอกว่าผมเป็นเอดส์  ก็เชื่อสนิทใจ และคิดว่าคงเป็นชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้ว” นายหยางกล่าว และว่า ถึงแม้ว่าผลตรวจเลือดรายปีจะแสดงให้เห็นว่า เซลล์ CD4 T สูงกว่าผู้ป่วยรายอื่น แต่ทั้งนายหยางและแพทย์ยังเชื่อว่า ผลตรวจเลือดเมื่อปี 2547 นั้นถูกต้องจริงๆ

นายหยางเผยอีกว่า ตนรู้สึกเหมือนนักโทษที่รอความตาย ความผิดพลาดดังกล่าวทำให้ตนได้รับผลกระทบรอบด้าน ชาวบ้านเนรเทศออกจากหมู่บ้าน และภรรยาขอหย่าขาด ตนจึงต้องพลัดพรากลูกๆ 3 คน ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อเอดส์และเอชไอวียังถูกตราหน้าเป็นมลทินทางสังคมอยู่

ที่มา>>>ข่าวสด

ช็อค! หนุ่มเลี้ยง”ฝาแฝดปรสิต”ในท้องนาน 15 ปี สุดท้ายต้องผ่าออก มีหัว-อวัยวะเพศ

เว็บไซต์ malaysiandigest รายงานเหตุสุดช็อค ซึ่งเกิดขึ้นในเมืองสุไหงปัตตานี รัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย โดยนายชาริล หนุ่มวัย 15 ปี ต้องเข้ารับการผ่าตัดออกที่โรงพยาบาล หลังพบฝาแฝดปรสิตในช่องท้อง ซึ่งเป็นสาเหตุให้นายชาริลปวดท้องมาโดยตลอดและหน้าท้องกลมผิดปกติขณะที่แพทย์ผ่าตัดแล้วต้องตกใจเมื่อพบก้อนเนื้อเยื่อแฝดปรสิตที่มีเส้นผม แขนขาและอวัยวะเพศเกือบสมบูรณ์ ซึ่งนำออกจากร่างกายนายชาริลอย่างปลอดภัย เคสดังกล่าวเกิดขึ้นครั้งแรกที่มีรายงานในมาเลเซีย

รายงานระบุว่า นายชาริลเติบโตเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ โดยปราศจากภาวะแรกซ้อนใดๆ แล้วยมีความต้องการรับประทานอาหารในปริมาณมาก จนกระทั่งเขาเคยพูดว่า “ผมจำเป็นต้องให้อาหารกับลูกในท้อง” อย่างไรก็ตาม เมื่อนายชาริลเข้าโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หน้าท้องมีลักษณะกลมผิดปกติ ต่อมาเมื่อเดือนที่แล้ว เขารู้สึกปวดท้องอย่างหนัก ครอบครัวจึงนำส่งโรงพยาบาล ก่อบทราบสาเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้ อาการดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 ใน 500,000 ครั้ง ของอัตราการเกิด

สำหรับแฝดปรสิต (Parasitic Twin) หรือแฝดกาฝาก เป็นแฝดที่มีวิวัฒนาการไม่สมบูรณ์ เมื่อตัวอ่อนของอีกแฝดหยุดการพัฒนาและตายไป แต่บางส่วนกลับเชื่อมต่อกับแฝดอีกคนที่อยู่รอด ซึ่งชิ้นส่วนของแฝดปรสิตนี้สามารถเติบโตใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยอาศัยเลือดของแฝดที่มีชีวิต ก่อนหน้านี้ มีกรณีของนายนเรนทรา กุมาร์ อายุ 18 ปี ชาวรัฐอุตตรประเทศ อินเดีย มีอาการปวดท้องและอาเจียนอย่างหนัก โดยแพทย์ได้ช่วยกันผ่าตัดเอาแฝดปรสิตที่อยู่ในร่างของเขาตั้งแต่เกิดออก เพราะคาดว่าก้อนกระดูกประหลาดนี้จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาปวดท้อง และจากการผ่าตัดแล้วเสร็จพบว่าร่างดังกล่าวมีลักษณะ เป็นกะโหลกที่เจริญผิดรูปร่างหนัก 2.5 กิโลกรัม ยาว 20 เซนติเมตร มีกระดูกสันหลัง ฟัน และเส้นผมซึ่งยาวถึง 2 เมตร

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด! ระเบิด 7 จุด ถล่มซีเรีย ใกล้ฐานทัพรัสเซีย ดับอนาถเกิน 100 ศพ

เกิดเหตุระเบิดสะเทือนขวัญถึง 7 จุด ที่ 2 เมืองในจังหวัด ลาตาเกีย ของซีเรีย ใกล้ฐานทัพรัสเซีย ดับอนาถกว่า 100 ศพ คนร้ายมีทั้งโจมตีด้วย คาร์บอมบ์ และมือระเบิดพลีชีพ

เมื่อวันที่ 23 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุระเบิดร้ายแรงถึง 7 จุด ถล่มเป้าหมายหลายแห่งในเมืองชายฝั่งทะเล จาเบลห์ และตาร์ตูส จังหวัดลาตาเกีย ประเทศซีเรีย ใกล้กับที่ตั้งของฐานทัพรัสเซีย ทั้งฐานทัพอากาศไคมิม และฐานทัพเรือตาร์ตูสเมื่อวันที่ 23 พ.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน่าสะเทือนใจมากกว่า 100 ราย

เว็บไซต์ อาร์ที แจ้งว่า มีรายงานว่า เหตุระเบิด 3 จุดที่เมืองตาร์ตูส เกิดขึ้นบริเวณย่านที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยเหตุระเบิดจุดหนึ่ง คนร้ายใช้การก่อเหตุโจมตีแบบคาร์บอมบ์ ด้วยการซุกซ่อนระเบิดไว้ในรถยนต์ ส่วนเหตุระเบิดอีกจุดหนึ่ง ใช้วิธีส่งมือระเบิดพลีชีพไปก่อเหตุเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ ที่เมืองตาร์ตูส เมื่อ 23พ.ค.59

หลังเกิดเหตุระเบิดหลายจุดโจมตีเมืองจาเบลห์และตาร์ตูสไม่นานนัก กลุ่มนักรบญีฮัด ‘อาห์ราร์ อัช-ชาม อัล อิสลามิยา’ ออกมาอ้างความรับผิดชอบอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดที่เมืองจาเบลห์ และตาร์ตูส

เว็บไซต์ อาร์ทียังแจ้งด้วยว่า ทั้งเมืองจาเบลห์และตาร์ตูส อยู่ใกล้กับฐานที่ตั้งกองกำลังรัสเซียในซีเรีย ที่มาช่วยในปฏิบัติการปราบปรามกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด โดยเมืองท่าตาร์ตูส ยังเป็นเมืองท่าที่กองทัพเรือรัสเซียใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงยุทโธปกรณ์ทางทหารมายังซีเรีย เป็นเวลาหลายปีแล้ว

ที่มา>>>Thairath

บังกลาเทศอ่วม! ไซโคลน ‘โรอานู’ ถล่ม ดับแล้ว 24 ศพ

(ภาพ: AFP)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีชาวบังกลาเทศกว่า 500,000 คน ต้องถูกย้ายอพยพไปอยู่ที่พักพิงชั่วคราวหลังพายุไซโคลนโรอานู” ความเร็วลม 88 กม./ชม. พัดถล่มภูมิภาคแถบชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 พ.ค. ก่อให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่ม บ้านเรือนเสียหายหรือถูกทำลายย่อยยับหลายพันหลังนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อ 22 พ.ค. แม้พายุไซโคลนจะอ่อนกำลังลงแล้ว แต่อิทธิพลของไซโคลนยังทำให้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ผู้เสียชีวิตมีเพิ่มเป็นอย่างน้อย 24 คนแล้ว รวมทั้งแม่และลูกสาวที่เสียชีวิตในเหตุดินถล่มในเมืองท่าจิตตะกอง ผลกระทบจากพายุไซโคลนยังทำให้ทางการบังกลาเทศต้องสั่งปิดท่าเรือหลายแห่ง ส่วนเสาไฟฟ้าโค่นล้มทั่วประเทศและยังก่อความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการจัดส่งอาหารกว่า 12.5 ล้านดอลลาร์ หลังน้ำทะเลทะลักเข้าท่วมร้านค้าและโกดังเก็บสินค้าหลายแห่งในจิตตะกอง เมืองศูนย์กลางการค้าพาณิชย์และท่าเรือสำคัญของประเทศน้ำท่วมในบังกลาเทศจากอิทธิพลของไซโคลน โรอานู (ภาพ: AFP)

ส่วนความคืบหน้าเหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของศรีลังกา ซึ่งเป็นอิทธิพลของไซโคลนโรอานูก่อนเข้าบังกลาเทศดังกล่าว หน่วยกู้ภัยเก็บกู้ศพผู้เสียชีวิตได้อีก 13 ศพ เมื่อคืนวันที่ 21 พ.ค. ในเขตได้รับผลกระทบหนักสุดคืออำเภอคาเกล ห่างกรุงโคลัมโบไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 100 กม. ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมเพิ่มเป็น 80 คน และยังมีคนสูญหายอีก 118 คน.

ที่มา>>>Thairath