ดีแมกซ์ซิ่งชนเก๋งจอดเลี้ยวเข้าห้างกระเด็นโดนรถพัสดุดับ 2 ศพด.ช. 3 ขวบสาหัส

 เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 ส.ค. ร.ต.อ.จุมพล ทฤษฎีสุข ร้อยเวร (สอบสวน) สภ.เมืองปราจีนบุรี รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จ.ปราจีนบุรี เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนรถเก๋งกระเด็นมาถูกรถขนส่งพัสดุชนซ้ำ ในรถยนต์พบมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 รายบาดเจ็บสาหัส 2 ราย หน่วยกู้ภัยนำส่งห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรก่อนหน้านี้ ที่เกิดเหตุหน้าห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ถนนสายปราจีนตคาม (ปราจีนบุรี-ประจันตคาม) หรือ ถนนสาย 3452 หมู่ 3 ต.บางบริบูรณ์ อ.เมืองปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและพร้อม นพ.กมล รัศมีหิรัญ แพทย์เวรฯรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นช่วงทางเลี้ยวเข้า-ออก หน้าห้างโรบินสัน (สาขาปราจีนบุรี) ถนน 4 ช่องจราจร กึ่งกลางถนนพบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน กค3208 ปราจีนบุรี พลิกคว่ำตะแคงข้างจนล้อลอยมีนายศุภโชค ประสพบุญ อายุ 53 ปี เลขที่ 140 ม.5 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เป็นคนขับขี่ เลยไปอีก 15 เมตร พบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า สีบอร์นเงินหมายเลขทะเบียน กค 7297 ปราจีนบุรี อยู่ในช่องจราจรฝั่งซ้ายมือ หน้ารถเกำลังหันจะเลี้ยวเข้าห้างฯ มีนางแก้วตา ชัยสวัสดิ์ อายุ 45 ปี เลขที่ 130หมู่ 6 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ใกล้ที่นั่งคนขับพบนางแดง ชัยสวัสดิ์ อายุ 65 ปี เป็นมารดาคนขับขี่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และท้ายรถพบด.ช.อายุ 3 ขวบ เป็นหลานชายผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ภัยรีบนำคนบาดเจ็บส่งห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรอย่างเร่งด่วน ทราบต่อมานางแก้วตา ทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิต พบสภาพรถยนต์ฝั่งที่นั่งข้างคนขับถูกรถกระบะขนส่งพัสดุภัณฑ์ ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน บธ 2891 ปราจีนบุรี มีนายมงคล ทิมทอง อายุ 19 ปี เลขที่ 96/4 หมู่ 18 ต.บ้านพระ อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี เป็นคนขับ ชนจนยุบเข้าหาตัวรถทั้งแถบ

ร.ต.อ.จุมพล กล่าวว่า สอบสวนเบื้องต้นนายมงคล ทิมทอง อายุ 19 ปี คนขับรถขนส่งพัสดุภัณฑ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนำสินค้าจากตัวเมืองปราจีนบุรีกำลังวิ่งไปส่งเขตพื้นที่อ.ประจันตคาม ถึงจุดเกิดเหตุพบรถโตโยต้าจอดรอเลี้ยวเข้าห้างโรบินสันฯ ขณะนั้นมีรถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีดำวิ่งมาจากด้าน อ.ประจันตคาม จะเข้าตัวเมืองปราจีนบุรีด้วยความเร็ว ไม่เห็นรถยนต์จึงชนอย่างแรงจนรถกระเด็นมาใส่รถขนส่งพัสดุภัณฑ์ จึงชนเข้าด้านข้างเต็มแรง ตรวจสอบพบมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

ด้านนายปัญญา ชัยสวัสดิ์ อายุ 43 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า มารดาคือนางแดง ชัยสวัสดิ์ อายุ 65 ปี จะมาเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ที่ห้าง จึงให้นางแก้วตามาส่งและประสบอุบัติเหตุดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุหน่วยกู้ภัยได้รีบเคลียร์เส้นทางป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และแจ้งให้ทราบว่าเมื่อวานนี้ ใกล้กันหน้าห้างโรบินสัน(สาขาปราจีนบุรี) ก็เกิดอุบัติเหตุรถจยย. 2สามี-ภรรยาอายุ 62 ปี ขับขี่มาชนท้ายรถโดยสารตุ๊กๆ ภรรยาเสียชีวิต สามีบาดเจ็บสาหัสก่อนหน้าเพียงวันเดียว

ที่มา>>>ข่าวสด

นร.หญิง 2 กลุ่มยกพวกตบกันเดือด ฝ่ายสู้ไม่ได้-ชักปืนกราดยิง มีคนโดนลูกหลงเจ็บ 2 สาหัส

เมื่อเวลา 18.30 น วันที่ 23 ส.ค. ร.ต.ท.วิทยา ชมจอหอ รองสว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบริเวณสวนสาธารณะทุ่งหันตรา ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และโรงพยาบาลราชธานี  ทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ ด.ช.ศักดิ์ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ถูกยิงเข้าบริเวณหน้าอก 2 นัด กระสุนทะลุปลอด อาการสาหัส อีกรายคือนายชานนท์ ดีอนันต์ อายุ 17 ปี เป็นนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีพาณิชยการอยุธยา ถูกยิงเข้าบริเวณสะโพก 2 นัด อาการไม่สาหัส อยู่ในความดูแลของแพทย์ สอบสวนนายพล (นามสมมติ) อายุ 16 ปี เพื่อนที่นำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล กล่าวว่า กลุ่มตนเองได้ถูกรุ่นพี่ชักชวนมาดูกลุ่มหญิงสาวมาตบกันบริเวณทุ่งหันตรา ซึ่งพวกตนเป็นรุ่นน้องจึงได้เดินทางมาดู โดยไม่รู้ว่าจะมีกลุ่มฝ่ายตรงข้ามมีอาวุธปืน ขณะที่กลุ่มหญิงสาวตบกันอยู่นั้น ฝ่ายตรงข้ามกลับสู้ไม่ได้จึงหยุดตบกัน หลังจากนั้นก็มีเสียงปืนดังมาจากในรถเก๋งสีดำที่จอดอยู่อีกฝั่งถนนกระสุนถูกเพื่อนของตนเองล้มลง 2 คน ตนตกใจมากจึงอุ้มเพื่อนขึ้นรถจักรยานยนต์นำไปส่งโรงพยาบาลราชธานี

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่หาข้อมูลของกลุ่มวัยรุ่นที่นัดตบกันว่าเป็นกลุ่มไหน เพื่อจะเร่งติดตามตัวมือมือมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด!พบศพทารกถูกทิ้งริมทางผงะถูกหมากัดแทะขาดครึ่งตัว

 เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 22 ส.ค. หน่วยกู้ภัยสว่างอริโยบ้านหมี่ รับแจ้งว่าพบศพเด็กทารกแรกเกิด บริเวณข้างคลองส่งน้ำ ม.6 ต.สนามแจง อ.บ้านหมี่ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหมี่ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถุงบริเวณทางเข้าวัดเขาสาริกาประมาณ 300 เมตร พบศพทารกครึ่งตัวนอนคว่ำหน้าขึ้นอืดสภาพตัวเขียวคล้ำ ท่อนบนไม่แขนขา ไม่สามารถระบุเพศได้ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว ประมาณ 3 วันตรวจสอบศพมีร้องรอยสุนัขกัดแทะไปบางส่วน จากการสอบถาม นายประเสริฐ พึ่งโพธิ์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/1 ม.6 ต.สนามแจง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี กล่าวว่า ตนขี่รถกลับจากท้องนา แล้วสังเกตเห็นมีแมลงวันตอมบริเวณพบศพจำนวนมาก จึงย้อนกลับมาดูพบว่าเป็นศพทารก จึงแจ้งไปยังหน่วยกู้ภัยมาตรวจสอบ

ร.ต.อ.สมทบ บุญแสน รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านหมี่ เจ้าของคดี คาดว่าจะเป็นหญิงสาวที่ตั้งครรภ์และไม่พร้อมจะเลี้ยงดูเด็กเมื่อคลอดแล้วจึงนำทารกมาทิ้งไว้ ก่อนจะถูกสุนัขกัด ทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ศึกชิงนาง! หนุ่มถูกยิง 3 นัดเจ็บหนัก คู่กรณียืนถือปืนรอมอบตัว

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ร.ต.อ.วินัย ชัยวิชิต ร้อยเวรสภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุยิงกันบริเวณปากซอยราษฎร์อุทิศ 30/1 ถนนราษฎร์หรือเขต8 ภายในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ใกล้กับบริษัท เคที มอเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.รณน สุระวิทย์ รอง ผกก.ป.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.เอกรัฐ สวนแสน รอง ผกก.สส.สภ.หาดใหญ่   ที่เกิดเหตุพบว่าผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บคือนายเอกนาท สุขสุวรรณ์ อายุ 40 ปี เป็นชาวต.หัวเขา อ.สิงนคร จ.สงขลา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 3 นัด เข้าหน้าท้อง 1 นัด คอ 1 นัด และด้านหลัง 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศิครินทร์ไปก่อนหน้าแล้ว ส่วนคู่กรณีคือนายเสฎฐวุฒิ ช่วยแท่น อายุ 41 ปี เป็นทนายความ และเป็นที่ปรึกษาทางด้านกฏหมายของบริษัทจำหน่ายรถจักรยานยนต์ที่เกิดเหตุ ไม่ได้หลบหนีไปไหนยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธปืน .38 เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวเอาไว้  จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งนายเสฎฐวุฒิ และนายเอกนาท ชอบผู้หญิงคนเดียวกัน ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัท เคที มอเตอร์ จำกัด โดยนายเอกนาทที่ถูกยิงเป็นแฟนเก่า และมักจะตามมาง้อขอคืนดี ส่วนนายเสฏฐวุฒิ เป็นแฟนใหม่ที่เพิ่งคบหากัน

โดยช่วงเกิดเหตุทั้งสองคนต่างขับรถมาหาสาวคนรักที่บริษัท โดยนายเสฏฐวุฒิขับรถเก๋งโตโยต้าวีออสมาจอดก่อน และนายเอกนาทขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ตามมาจอดด้านหน้า พร้อมกับเบิ้ลเครื่องใส่ และมีการพูดจาท้าทายกันขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึก! “โจอี้-ธนกฤต”ดาราลูกครึ่ง”ช่อง 3” ซิ่งเก๋งชนแบริเออร์พังเละที่ชะอำ ต้องหามส่งรพ.

เมื่อเวลา 03.45 น. วันที่ 21 สิงหาคม ตำรวจ สภ.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รับแจ้งมีเหตุรถเก๋ง เสียหลักชนขอบเเบริเออร์ ยูเทิร์น ที่บริเวณทางกลับรถใต้สะพานข้ามทางรถไฟชะอำ ถนนเพชรเกษมชะอำ ขาขึ้น กทม. จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยและรถพยาบาลออกทำการช่วยเหลือยังที่เกิดเหตุ โดยที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า 2 หมายเลขทะเบียน ญน 8864 กทม.สีดำ สภาพมีรอยชนกับขอบแบริเออร์ ใต้สะพาน สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน โดยผู้ได้รับบาดเจ็บอาการไม่สาหัส เป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือนายธนกฤต หรือโจอี้ อยู่โต เป็นนักแสดงของสถานีโทรทัศน์สี ช่อง 3 ผู้รับบท ‘เคมี’ ในละคร รากบุญ จึงรีบนำผู้บาดเจ็บส่งรพ.ชะอำ เพื่อรักษาเป็นการด่วนต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดอาการ โจอี้-ธนกฤต ปลอดภัยแล้ว คาดว่าสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ น่าจะมาจากผู้ขับขี่ ไม่ชำนาญเส้นทาง ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว  สำหรับโจอี้-ธนกฤต เป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เป็นนักแสดงในเครือ ช่อง 3 เคยประกวดDutchie Boy and girls 2000 เคยประกวดเดอะสตาร์ แสดงภาพยนตร์หลายเรื่อง ทั้งรักสุดท้ายป้ายหน้า และมิดไมล์ แสดงละครเรื่องสะใภ้เจ้าสัว น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์  แสบจิ๋วป่วนหัวใจ แรงเงา และเรื่องรากบุญ

ที่มา>>>ข่าวสด

หนองคายน้ำโขงจ่อล้นตลิ่ง เตือนชาวบ้าน 6 อำเภอเฝ้าระวัง-รับมือน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ผุ้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดหนองคาย วัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย วัดได้ 10.72 เมตร เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 0.89 เมตร ปริมาณน้ำฝน 21.9 มิลลิเมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 1.65 เมตร ซึ่งเมื่อ 2 วันก่อน ระดับน้ำโขงได้ทรงตัวและลดลงเหลือ 9.88 เมตร แต่หลังจากพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ ก็ทำให้เกิดฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานของไทย และทางตอนเหนือของลาว จึงส่งผลน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอีกระลอกหนึ่ง และมีอัตราการเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 10 เซนติเมตร มีโอกาสที่น้ำโขงจะล้นตลิ่งในช่วง 1-2 วันนี้ ทางอุทกวิทยาหนองคาย ได้แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังระดับน้ำโขงขึ้นฉับพลัน โดยเฉพาะเทศบาลเมืองหนองคาย ให้เตรียมปิดปากท่อระบายน้ำในเขตเทศบาล และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รวมถึงเตรียมกระสอบทรายไว้ปิดปากท่อระบายน้ำตามชุมชนต่างๆ ทันทีที่ระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นแตะ 11 เมตร ซึ่งมีประชาชนในละแวกที่ติดกับแม่น้ำโขงได้ออกจากบ้านมาติดตามดูสถานการณ์น้ำโขงอย่างใกล้ชิดด้วย ว่าที่ร้อยเอกคมกริช อินนันชัย หัวหน้าศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 4 (หนองคาย) มีหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากน้ำโขงมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอีกในอัตรา ชั่วโมงละ 10 เซนติเมตร คาดการณ์ว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นได้เกิน 1.50 เมตร จะทำให้ถึงระดับ 12.20 เมตร หากอัตราการเพิ่มของระดับน้ำอยู่ที่ 10 เซนติเมตร ระดับน้ำจะถึง 12 เมตร ในเวลา 21.00 น.  โดยประมาณ จึงขอให้ประชาชนผู้อยู่อาศัยบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงหรือบริเวณที่ลุ่มในเขตอำเภอสังคม อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอท่าบ่อ อำเภอเมืองหนองคาย อำเภอโพนพิสัย อำเภอรัตนวาปี เฝ้าระวังระดับน้ำโขงขึ้นฉับพลัน โดยเฉพาะเทศบาลเมืองหนองคาย ให้เตรียมปิดปากท่อระบายน้ำในเขตเทศบาล และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รวมถึงเตรียมกระสอบทรายไว้ปิดปากท่อระบายน้ำตามชุมชนต่าง ๆ ทันทีที่ระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นแตะ 11 เมตร เตรียมรับมือน้ำโขงล้นตลิ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดเศร้า!แม่ร่ำไห้รดน้ำศพลูกโดนผัวตื้บดับ พ.ต.ท.รุดขอขมาเมีย ญาติสุดแค้นปรี่ชกหน้า

จากกรณีที่นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วยพ.ต.อ.ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ รองผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.ท.สถิตย์ คงเนียม รองผกก.ป.สภ.เมืองสมุทรสาคร พานางอู๊ด จันทร์สูตร อายุ 78 ปี ชาวอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เข้าเยี่ยมดูอาการของน.ส.ธันยนันท์ หรือหมู ภควัฒน์คุณาสิน อายุ 51 ปี ลูกสาวนางอู๊ดที่ถูกพ.ต.ท.บุญเรือง สาระรัมย์ สว.สส.สภ.เมืองสมุทรสาคร ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหัก ปอดฉีก ม้ามแตก และเลือดคั่งในสมอง นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู รพ.สมุทรสาคร ตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา ต่อมานางธันยนันท์ได้เสียชีวิตลง โดยในวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมานางปวีณาเดินทางมารับศพนางธันยนันท์ เพื่อส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ จากนั้นจะนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดสายไหมตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้า เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่ศาลาเทียนทอง วัดสายไหม ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี มีพิธีรดน้ำศพนางธันยนันท์ ภควัฒน์คุณาสิน อายุ 51 ปี ที่ถูก พ.ต.ท.บุญเรือง สาระรัมย์ อายุ 49 ปี สามี สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างโศกเศร้า พ.ต.ท.บุญเรือง สาระรัมย์ อายุ 49 ปี สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เดินทางมาพร้อมกับลูกชายทั้งสอง เพื่อมารดน้ำศพภรรยาและขอขมา ท่ามกลางญาติของผู้เสียชีวิต โดยมีนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ และเมื่อ นางอู๊ด จันทร์สูตร อายุ 71 ปี มารดาของนางธันยนันท์ เห็นพ.ต.ท.บุญเรืองเดินทางมาร่วมงาน จึงลุกเดินหนีออกไปอยู่อีกห้อง หลังจากที่ได้รดน้ำศพเสร็จแล้ว ก็ให้คนในครอบครัวไปพาหลานทั้งสองมาหา เมื่อหลานเจอหน้ายายต่างก็โผล่เข้ากอดกันทั้งน้ำตา ก่อนที่จะแยกจากกัน โดยระหว่างที่ พ.ต.ท.บุญเรือง กำลังเดินกลับไปขึ้นรถ มีญาติของผู้ตายที่ไม่พอใจปรี่เข้าชกต่อย ก่อนที่จะมีคนมาห้าม พร้อมพาขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมาเป็นประธานรดน้ำศพนางธันยนันท์ ภรรยาสารวัตรสืบสวนสภ.เมืองสมุทรสาคร ที่ถูกสามีซ้อมเสียชีวิตและสวดพระอภิธรรม ในเวลานี้ 18.00 น. ที่วัดสายไหม ลำลูกกา ปทุมธานี และวันเสาร์ที่ 20 ส.ค. เวลา 18.00 น. มูลนิธิปวีณาฯ เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ และในวันอาทิตย์ที่ 21 ส.ค. เวลา 10.30 น. เลี้ยงพระเพล และจะมีพิธีฌาปนกิจศพในเวลา 13.30 น.

ที่มา>>>ข่าวสด

พ่อค้าหมูย่างถูกยิงหัวตอนร่วมม็อบ สมองเบลอ!! ดิ่งชั้น 7 รพ.ดังดับสยอง

 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ส.ค. พ.ต.ต.รัฐวัตต์ อยู่พิพัฒน์ รอง ผกก.สส.สภ.สำโรงใต้ รับแจ้งเหตุมีผู้โดดจากที่สูง ภายในโรงพยาบาลชื่อดัง ถนนปู่เจ้าสมิงพราย อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงรุดเข้าตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุบริเวณหลังตึกโรงพยาบาล สูงราว 10 ชั้น บริเวณด้านล่างนอกตึก พบร่างนายบัญญัติ สุวรรณมงคล อายุ 39 ปี อาชีพขายหมูย่าง อยู่หมู่ 1 ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ แต่งกายชุดผู้ป่วยสีเขียวของโรงพยาบาล นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ ลักษณะข้อมือทั้งสองข้างหัก ขาทั้งสองข้างหัก และใบหน้ามีรอยแผลถลอกหลายแห่ง โดยผู้ตายได้โดดลงมาทางหน้าต่างบริเวณชั้น 7 ของตึกทะลุหลังคาผ้าใบที่บริเวณชั้น 1 ลงมาที่พื้นด้านล่าง จากการสอบถาม นายมงคล สุวรรณมงคล อายุ 31 ปี น้องชายของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ผู้ตายเคยเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองเมื่อหลายปีก่อน แล้วถูกกระสุนยางยิงเข้าที่ศีรษะ ทำให้สมองได้รับการกระทบกระเทือน สติฟั่นเฟือน คล้ายคนมีอาการเบลอตลอดเวลา ก่อนหน้านี้ได้ก่อเหตุทำร้ายตัวเองด้วยการเอามีดทำครัวแทงตามร่างกาย ญาติจึงจะนำส่งโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า เพื่อทำการรักษาเป็นเวลา 5 วันแล้ว ก่อนที่วันนี้จะโดดจากตึกลงมาจนเสียชีวิต

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบศพให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อตรวจสอบต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึก! งานเทกระจาดที่หาดใหญ่ เหยียบกันชุลมุน สาวท้อง-คนแก่-เด็ก 6 ขวบบาดเจ็บ

เหตุระทึกในงานชิกโกวศาลเจ้าเจียวไช้ตี้กง มีประชาชนนับพันคนไปรอเพื่อรับข้าวสารภายในงานเทกระจาด เกิดเหตุชุลมุนจนเกิดเหยียบกันทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีหญิงตั้งครรภ์ 8 เดือน หญิงสูงอายุ และเด็กวัย 6 ขวบ รวมอยู่ด้วยถูกเหยียบได้รับบาดเจ็บ ก่อนลำเรียงคนเจ็บส่ง รพ.หาดใหญ่  เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 18 ส.ค. รายงานข่าวว่า เกิดเหตุการณ์ระทึกในงานชิกโกวที่ศาลเจ้าเจียวไช้ตี้กง หมู่บ้านจันทร์เกษม ถนนสามัคคี ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นงานพิธีศักดิสิทธิ์โดยทางศาลเจ้าได้รวบรวมข้าวสารจากผู้มีจิตศรัทธามาเข้าพิธีขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อประทานพรเป็นข้าวสารทิพย์แจกจ่ายให้กับผู้มีรายได้น้อยหรือลำบากคนละ 1 ถุง โดยมีประชาชนชนนับพันคนมายืนออกันหน้าประตูศาลเจ้า เพื่อรอประตูเปิดจะได้แย่งชิงข้าวสารทิพย์ รายงานข่าวว่า เมื่อได้เวลาประตูศาลเจ้าเปิดฝูงชนที่รออยู่หน้าประตู ได้แห่กันวิ่งเข้าไปในศาลเจ้าพร้อมๆกัน เพื่อรับมอบข้าวสาร จนเกิดชุลมุนเหยียบทับกันทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหญิงและชาย รวมทั้งเด็กเล็กได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย เจ้าหน้าที่มิตรภาพท่งเซียเซี่ยงตึ้งได้เข้าช่วยเหลือลำเรียงคนเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่  รายงานข่าวว่าผู้บาดเจ็บที่มีอาการสาหัส โดยเฉพาะหญิงสูงวัย 1 ราย หญิงสาวท้องแก่ตั้งครรภ์ 8 เดือน 1 รายและเด็กวัย 6 ขวบ 1 ราย ได้รับบาดเจ็บจากถูกฝูงชนใช้เท้าเหยียบทับ ขณะแย่งกันเข้าประตูโดยเฉพาะเด็กวัย 6 ขวบหน้าตาบวมและแขนขาถลอก

ที่มา>>>ข่าวสด

เตือนพายุโซนร้อน “เตี้ยมหมู่” กระทบ 19 จ. เหนือ อีสาน ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ออกรายงานว่า เมื่อเวลา 04.00 น.ของวันนี้ (19 ส.ค.59) พายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่” มีศูนย์กลางอยู่บริเวณอ่าวตังเกี๋ย หรือที่ ละติจูด 19.9 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.6 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ (19 ส.ค.59) และเข้าสู่ประเทศลาวตอนบนต่อไป ลักษณะเช่นนี้จะส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ดังนี้ในช่วงวันที่ 19-20 ส.ค.59 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม และอุบลราชธานีภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนที่ตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วยสำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 3 วา ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 ส.ค.59 นี้ไว้ด้วย ประกาศ ณ วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 05.00 น.

ที่มา>>>ข่าวสด