ดราม่าไม่จบ! ก๋วยเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์ฯ โวยซ้ำเติมผู้ประกอบการ ด้านหนุ่มเจ้าของรูปโผล่แจง

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจากกรณี “แชร์ภาพก๋วยเตี๋ยวเรือย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ให้ปริมาณน้อย ไม่สมกับราคา เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมาบนโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังจากผู้ใช้ทวิตเตอร์ P U T H ? @Puthiput ได้โพสต์ภาพและข้อความตำหนิร้านก๋วยเตี๋ยวเรือย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิร้านหนึ่ง ที่ให้ปริมาณน้อยไม่สมกับราคาที่ต้องจ่ายไป” img_2362-horzนายอำนาจ โนนปภักดี หรือ ที่รู้จักกันในนาม ป๋ายักษ์ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือร้าน ‘ป๋ายักษ์’ กล่าวกับทีมงาน “ข่าวสด” ว่า ในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไม่ทราบว่าร้านใดที่มีการขายราคาเกินจริง เพราะเบื้องต้นไม่มีการระบุชื่อของร้านไว้ ส่วนร้านของ ‘ป๋ายักษ์’ ไม่มีการขายราคาเกินจริงอย่างแน่นอน เพราะเนื่องด้วยมีลูกค้าที่ทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องมานานมากมาย และในยุคที่เศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะไม่ทานอาหารที่มีราคาแพง และไม่ทราบว่าการที่เผยแพร่ข่าวบนโลกออนไลน์แบบนั้นผู้เผยแพร่ต้องการอะไรจากการกระทำดังกล่าว เศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้ถือเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการให้เสียหาย จากกรณีดังกล่าวทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก

ด้านร้อยตรีไพโรจน์ คนึงทรัพย์ เลขานุการกรม สำนักงานเลขานุการกรมคุ้มครองผู้บริโภค ลงตรวจสอบพื้นที่และทดลองรับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ร้าน‘ป๋ายักษ์’ สืบเนื่องจากที่มาการร้องเรียน พบว่า มีการติดราคาที่ชัดเจนและปริมาณเหมาะสมกับราคา พร้อมกับสอบถามประชาชนที่มาทานก๋วยเตี๋ยวร้าน ‘ป๋ายักษ์’ พบว่าราคาเหมาะสมและปริมาณไม่น้อยจนเกินไป ซึ่งราคาก๋วยเตี๋ยวเรือร้าน ‘ป๋ายักษ์’ อยู่ที่ 12 บาท น้ำเปล่าราคาขวดละ 8 บาท

ร้อยตรีไพโรจน์ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากร้าน ‘ป๋ายักษ์’ ยังตรวจสอบร้านก๋วยเตี๋ยวเรือร้านอื่นๆ ในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เบื้องต้น ไม่พบราคาที่เกินจริง ราคาขายส่วนใหญ่อยู่ที่ 12-14 บาท ไม่มีราคา 15 บาทดังที่เป็นข่าว การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อเป็นการป้องปรามการการปริมาณสินค้า และราคาเหมาะสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้ทวิตเตอร์ P U T H ซึ่งเป็นผู้โพสต์ภาพดังกล่าวได้ทวิตอีกครั้ง เพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า “ภาพที่เห็นและปรากฏเป็นข่าวนั้น เป็นเกาเหลา และในวันนั้น ได้สั่ง เกาเหลา 5 ชามเป็นเส้นเล็ก 4 ชาม รวม 9 ชามทาน 2 คน ทั้งนี้ ยังได้ระบว่า ไม่ได้บอกว่าชามละ 15 บาท แต่มีคนเอาราคา 216 บาท ไปหาร และไม่ได้ระบุชื่อร้าน สาเหตุที่ถ่ายรูปเพราะปริมาณอาหารที่ได้มีเท่านั้นพร้อมส่งให้เพื่อนดูว่า ได้เท่านี้จริงหรือ พร้อมกับได้ทวิตลงไป โดยไม่มีมีเจตนาร้องเรียน”n0bg9mbg91a2fxznu5zi5qcgc-horzscreenshot-2602

ที่มา>>>ข่าวสด

คนกินเจถึงกับสะอึก ป้ายโชว์หรากลางร้านสะดวกซื้อ “ใจไม่สะอาด อย่าริอาจมากินเจ”

จากกรณี ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @jamsri100 ได้ทวิตเตอร์ภาพจากร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ซึ่งพบว่ามีป้าย ติดอยู่บนตู้ขายอาหารเจแช่แข็ง ว่า “ใจไม่สะอาด อย่าริอาจมากินเจ” จนทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วนั้นctffv4cueaavm4hเพจ CPALL ได้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า “จากกรณีพนักงานติดแผ่นป้ายในร้าน บริษัทต้องขออภัยเป็นอย่างสูงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะคะ จากการตรวจสอบพบว่าข้อความและแผ่นป้ายดังกล่าวไม่ได้เป็นข้อความมาตรฐานที่บริษัทจัดทำขึ้น แต่เป็นข้อความที่พนักงานร้านสาขาได้จัดทำขึ้นเองโดยพลการ เจตนาเพื่อเรียกร้องความสนใจเชิญชวนให้ลูกค้าหันมารับประทานอาหารเจเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น
แต่ด้วยความที่เป็นพนักงานใหม่ยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่เข้าใจในความหมายของภาษาดีพอ จึงใช้ข้อความที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว ซึ่งหลังจากทราบเรื่อง บริษัทได้สั่งให้นำป้ายดังกล่าวออกทันที (29 ก.ย. 2559) และได้ว่ากล่าวตักเตือนพนักงานผู้นั้นไม่ให้ดำเนินการในลักษณะเช่นนั้นอีกต่อไป รวมถึงกำชับให้ผู้จัดการร้านเพิ่มความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น
บริษัทต้องขออภัยมาในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ขอน้อมรับคำตำหนิและขอขอบคุณทุกเสียงจากลูกค้าที่กรุณาสะท้อนมาให้บริษัทได้ทราบ และหากลูกค้าท่านใดพบเห็นเรื่องราวใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้ ขอความกรุณาแจ้งมาที่บริษัท จักเป็นพระคุณยิ่งค่ะ ขอบพระคุณค่ะ บมจ.ซีพี ออลล์”

แบบนี้ก็มี!! ร้านอาหารติดประกาศ ลูกค้านั่งกินคนเดียวต้องเสียค่าโต๊ะเพิ่ม 50 บาท!!

กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในโลกออนไลน์ เมื่อเพจ เปี๊ยก ไรเดอร์ V2 ได้โพสต์ภาพประกาศของร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งระบุว่า “เรียนลูกค้าที่มานั่งทานคนเดียว ทางร้านขอคิดค่าโต๊ะ 50 บาท แต่ถ้านั่งเกิน 1 ชั่วโมงขึ้นไป ทางร้านขอคิดค่าโต๊ะ 200 บาท”%e0%b8%ab%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%ab%e0%b8%81โดยเพจดังกล่าวโพสต์แบบตัดพ้อว่า “แค่โสดก็แย่พอแล้ว มาแดกข้าวเหงาๆ โดนชาร์จค่านั่งคนเดียวอีก…” อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีคนแชร์และแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นการเอาเปรียบลูกค้าหรือไม่

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด2แม่ลูกขี่จยย.ไปรับสามีหลังเลิกงานถูกกระบะเฉี่ยวล้มรถตู้ทับซ้ำ..ตายทั้งคู่

เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 29 ก.ย.59 ร.ต.ท.ชน เปียสัมปทวน พนักงานสอบสวน สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีรถยนต์ตู้โดยสารชน จยย.มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 24 ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ขาออก หมู่ 6 ต.ไทรใหญ่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี จากนั้นจึงประสานแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบ ศพ น.ส.เนตรนภา สายสุจริต อายุ 26 ปี ชาวต.ท่าหมื่นราม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ห่างออกไปประมาณ 40 เมตรพบร่างผู้เสียชีวิตรายที่สองคือ ด.ช.พีรภัทร อุรีรักษ์ อายุ 1 ขวบ 3 เดือน ทั้ง 2 คนเป็นแม่-ลูกกัน ข้างทางพบรถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีเทาดำ ทะเบียน กฉต 477 นนทบุรี สภาพรถพังเสียหายล้มคว่ำอยู่ มีกันชนรถตู้ตกอยู่ ที่ขอบทางด้านซ้าย พบรถยนต์ตู้โดยสารสาธารณะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 10-2382 สุพรรณบุรี วิ่งระหว่างกรุงเทพ ฯ-หันคา สภาพด้านหน้ารถมีร่องรอยการชนพังเสียหาย โดยมีผู้ขับขี่ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นทราบว่า รถ จยย.ของผู้เสียชีวิตถูกรถยนต์กระบะเฉี่ยวชนจนล้มลงก่อนที่จะหลบหนีไปและเป็นจังหวะเดียวกันกับรถตู้โดยสารที่ขับตามหลังมาเบรคไม่ทันจนพุ่งชนและทับซ้ำ

นายไพฑูลย์ อุรีรักษ์ อายุ 26 ปี สามมี น.ส.เนตรนภา กล่าวว่า ตนมีบ้านอยู่ในซอยใกล้ที่เกิดเหตุ ส่วนน.ส.เนตรนภา จะพาบุตรชาย ขับรถ จักยานยนต์มารับตนหลังเลิกงาน ที่ โรงงานไทยนิปปอน ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม คาดว่าจังหวะที่ขับข้ามถนนมา ถูกรถชน จนเสียชีวิต ทั้งสองคน

จากการสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่าผู้ตายพยายามขับขี่ จยย.ข้ามถนนเพื่อไปรับสามีแต่ไม่ทันได้สังเกตุเห็นรถยนต์กระบะที่มาด้วยความเร็วเนื่อวจากจุดเกิดเหตุเป็นที่มืด จึงทำให้ถูกรถยนต์กระบะนั้นเฉี่ยวชนก่อนที่จะถูกรถตู้โดยสารที่วิ่งตามหลังมาชนซ้ำจนเสียชีวิต แต่อย่างไรก็ต้องติดตามนำตัวผู้ขับขี่รถตู้โดยสารมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมพร้อมทั้งแจ้งข้อหาและดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตร ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

อดีตนายทหารหลานชาย”ขุนพันธรักษ์ ราชเดช” ผูกคอฆ่าตัว ผบ.ร.16 ลูกเขย เผยพ่อตาป่วยซึมเศร้า

วันที่ 28 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน โดย ร.ต.อ.เที่ยง ตั้งดำรงค์วัฒน์ ร้อยเวร สภ.เมืองยโสธร รับแจ้งเหตุมีชายวัยสูงอายุผูกคอเสียชีวิต เหคุเกิดที่แฟลตร้างขนาดสูง 4 ชั้น ด้านหลังอาคารกรมทหารราบที่ 16 ค่ายบดินทรเดชา ต.เดิด อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบยังที่ได้รับแจ้ง โดยพบเหตุเกิดบนชั้นที่ 4 ห้องที่ 2 ของแฟลตร้างหลังดังกล่าว ในที่เกิดเหตุพบสายไฟเก่า ที่ผู้เสียชีวิตใช้ผูกโยงกับกับลูกกรงเหล็กหน้าต่าง โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัย ฮุก31 ได้นำร่างส่ง ร.พ.ยโสธร และเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการสอบถามทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ พ.ท.นิคม ราชเดช อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 ซอยก้าวหน้า ถ.นคร อ.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และทราบว่า พ.ท.นิคม ราชเดช เป็นหลานชายของ ขุนพันธรักษ์ ราชเดช อดีตมือปราบจอมขมังเวท และผู้เสียชีวิตยังเป็นบิดาของ พ.ท.หญิงช่อทิพย์ ราชเดช ภรรยา พ.อ.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ ผบ.ร.16 จากการสอบถาม พ.อ.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ ลูกเขยทราบว่า พ.ท.นิคม ฯ ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และเป็นอัลไซเมอร์ ชอบออกมาเดินนอกบ้านบ่อยๆ โดยจะมีผู้ดูแลใกล้ชิด จนช่วงก่อนเกิดเหตุผู้ดูแลไม่พบผู้เสียชีวิต จึงได้ประสานทหารช่วยออกตามหา และได้มาพบ พ.ท.นิคม ผู้เสียชีวิต ในที่เกิดเหตุบนชั้น 4 ของแฟลตดังกล่าว ภายหลังแพทย์เวน ร่วมกับตำรวจร้อยเวร สภ.เมืองยโสธร ชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิต ได้มอบศพให้ญาติ พ.อ.ณัฏฐ์ ศรีอินทร ผบ.ร.16 บุตรเขยนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศล วัดนารอบ เขตเทศบาลนครศรีธรรมราช

ที่มา>>>ข่าวสด

อึ้ง!! นักท่องเที่ยวจีน โดนเก็บค่าแท็กซี่ พญาไท-สามเสน 2,540 บาท แฉกลโกง

กรณีแท็กซี่โดยสาร คิดค่าบริการไม่เป็นไปตามจริง เห็นได้บ่อยครั้ง ซึ่งครั้งนี้ จ.ส.100 ได้นำเรื่องการร้องเรียนครั้งนี้มาเปิดเผย โดยระบุว่า “เจ้าหน้าที่โรงแรมร้องเรียนแทนนักท่องเที่ยว ชาวจีน 4 คน ขึ้น TAXI สีเขียวเหลือง จาก แอร์พอร์ตลิ้งค์พญาไท ไปลงที่ โรงแรมธาราเพลส ถ.สามเสน ถูกเรียกเก็บค่าโดยสารจำนวน 2,540 บาท ขณะนี้ได้จดหมายเลขทะเบียนแจ้งเอาผิดที่กรมการขนส่งทางบกแล้ว และหากผู้โดยสารถูกหลอกลวงกรณีแบบนี้ให้จดจำหมายเลขทะเบียนและแจ้งที่กรมการขนส่งทางบกได้ที่โทร 1584 ตลอด 24 ชม.”โดยผู้ขับแท็กซี่อีกคันที่ได้ฟังการร้องเรียนผ่านจส.100 ได้เปิดเผยว่าตัวเลข 2540 นี้คือรหัสของรถแท็กซี่ ที่กรมการขนส่งฯ  ตั้งไว้ประจำรถแท็กซี่ทุกคันเพื่อใช้ตรวจสอบมิเตอร์รถ  คนขับสามารถกดปุ่มบนจอเพื่อเปิดตัวเลขนี้ขึ้นมาหลอกลวงผู้โดยสารต่างชาติแทนค่าโดยสารจริงได้

ที่มา>>>ข่าวสด

ได้ยินเสียงแมวร้อง!! ชาวบ้านรีบแจ้งกู้ภัย ระดมงัดฝาท่อระบายน้ำช่วยลูกแมว 2 เดือนรอด!

เมื่อเวลา 22.20 น.วันที่ 27 ก.ย. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานจังหวัดเพชรบุรี ได้รับแจ้งจากประชาชน ว่าได้ยินเสียงแมวร้องอยู่ในท่อระบายน้ำ คาดว่าแมวน่าจะลงไปติดอยู่ บริเวณหน้าอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯพระนครคีรี ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ภายหลังรับแจ้งจึงจัดกำลังพร้อมอุปกรณ์รุดไปตรวจสอบเมื่อไปถึงได้ยินเสียงแมวส่งเสียงร้องดังอยู่ภายในท่อระบายน้ำ จึงช่วยกันออกแรงใช้แชลงงัดฝาท่อปูนซีเมนต์ ซึ่งมีน้ำหนักมากให้เปิดออกนานกว่า 10 นาที ถึงสามารถเปิดออกได้สำเร็จ ก็พบลูกแมวสีน้ำตาลอ่อน อายุประมาณ 2 เดือนอยู่ในอาการตื่นตกใจ จากนั้นลงไปนำขึ้นมาล้างตัว คาดลูกแมวน่าจะมุดเข้าบริเวณปากท่อระบายน้ำจุดใดจุดหนึ่ง ก่อนเดินเข้ามาอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งหน่วยกู้ภัยจะได้นำไปเลี้ยงดูแล แต่หากมีผู้มาขอรับไปเลี้ยงก็จะมอบให้ไปดูแลต่อไป201609272230464-20021028190439

ที่มา>>>ข่าวสด

รถบรรทุกพลิกคว่ำบนถนนราชพฤกษ์ ขาออก ช่วงทางขึ้นสะพานข้ามแยกถนนเพชรเกษม

เมื่อเวลา 00.10 น.วันที่ 28 ก.ย.59 พ.ต.ต. ภมร โพธิ์ขาว สว.(สอบสวน)สน.บางขุนเทียน รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกพลิกคว่ำบนถนนราชพฤกษ์ ขาออก ช่วงทางขึ้นสะพานข้ามแยกถนนเพชรเกษม แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กทม.จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตพบรถบรรทุก 10 ล้อบรรทุกน้ำ สีน้ำเงิน ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 51-9201 กรุงเทพมหานคร พุ่งข้ามเกาะ พลิกตะแคงขวางถนนราชพฤกษ์ ขาออก ทุกช่องทาง ทางเจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร ให้รถเบี่ยงออกทางขนาน ก่อนประสานรถยกมาทำการเคลื่อนย้าย

สอบสวนนายวงศกร แก้วอินทร์ อายุ 41 ปี คนขับซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ให้การว่าก่อนเกิดเหตุขับรถบรรทุกน้ำมาจากย่านจรัลสนิทวงค์ เพื่อไปส่งที่ ม.จุฬาฯ โดยใช้เส้นทางถนนราชพฤกษ์ ขาเข้าขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุเป็นช่วงโค้งลงสะพาน จึงพยายามชะลอรถเพื่อลดความเร็ว แต่เนื่องจากฝนตกทำให้ถนนลื่นประกอบกับเป็นทางโค้ง ทำให้ รถเสียหลักแล่นข้ามเกาะกลางก่อนพลิกตะแคงขวางถนน โชคดีขณะเกิดเหตุไม่มีรถแล่นสวนมา

ด้านพ.ต.ต.ภมร กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประสานรถยกเพื่อมาทำการเคลื่อนย้ายรถออกจากจุดเกิดเหตุเพือ่เปิดการจราจร ส่วนคนขับรถแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาท ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.จึงเคลื่อนย้ายรถออกจากจุดเกิดเหตุ เปิดการจราจรได้เป็นปกติ

ที่มา>>>ข่าวสด

SOCIAL MEDIA ในปัจจุบัน

Social Media ในปัจจุบัน

ปัจจุบันไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเจอแต่สังคมก้มหน้า เพราะอยู่ในโลกของ Social นั่นเอง อาจเป็นเพราะ Social Media เข้ามามีอิทธิพลต่อสังคมปัจจุบันเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้รับรู้ข่าวสารรอบโลกได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังมีบางกลุ่ม ที่ไม่รู้ว่า “Social Media” คืออะไร วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับความหมายของ “Social Media” กันค่ะ

social-b3

Social Media แยกออกเป็น 2 คำ ได้แก่ Social กับ Media ซึ่งหมายถึงคำต่อไปนี

คำว่า “Social” ก็คือ สังคม ซึ่งคำว่าสังคมนั่นก็หมายถึงสังคมออนไลน์ ที่มีวงกว้างขนาดใหญ่ในปัจุบัน
คำว่า “Media” ก็คือ สื่อ นั่นก็หมายถึงเนื้อหา ข้อมูล เรื่องราว บทความ วิดีโอ เพลง รูปภาพ เป็นต้น

สรุปได้ว่า “Social Media” คือ สื่อสังคมออนไลน์ที่มีการตอบสนองทางสังคมได้อย่างหลากหลาย โดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรียกง่ายๆว่า เว็บไซต์ ที่ไว้อ่านข่าวสารปัจจุบัน บทความ ความรู้ทั่วไป รวมไปถึงการพูดคุยหรือการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต โดยพื้นฐานการเกิด “Social Media” มาจากความต้องการของมนุษย์เรา ที่ต้องการความสะดวกสบายเพื่อที่ทำให้ผู้ที่อยู่ไกลกัน สามารถใช้สื่อ “Social Media” เพื่อให้อยู่ใกล้กันได้นั่นเอง

ที่มา>>>www.wynnsoft-solution.com

” มาแล้ว!!! สติกเกอร์ไลน์ มิสเตอร์วินน์ซอฟต์ wynnsoft-solution สมกับการรอคอย ที่แสนคุ้มค่าจริงๆ โหลดมาใช้งานได้ที่แอพพิเคชั่นไลน์ได้แล้ว วันนี้…
และสามารถซื้อได้ที่ http://line.me/S/sticker/1309513

เครียดชีวิต!นักท่องเที่ยวสวีเดนผูกคอดับคาห้องพักโรงแรมหรูภูเก็ต

เมื่อเวลา 15.40 น.วันที่ 26 ก.ย. ร.ต.อ.ชาญณรงค์ ประคองเอื้อ รอง สว.(สอบสวน) สภ.กมลา จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ตว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติผูกคอตายภายในห้องพักโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงพร้อมด้วยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ประจำพื้นที่หาดป่าตองและหน่วยกู้ภัย อบต.กมลา รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมหรู 4 ชั้น บริเวณห้องพักชั้นล่าง หน้าห้องน้ำพบศพชายชาวต่างชาติสวมชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ใช้เชือกไนล่อนผูกกับขอบสแตนเลสประตูแล้วคล้องกับคอ แต่เท้าทั้ง 2 ขาตั้งแต่หัวเข่าสัมผัสกับพื้นห้องน้ำ ตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือร่องรอยการต่อสู้ ทราบชื่อคือ นายแฮมเรน ลาร์สสัน แอนเดอร์ เฟรดดิ้ง อายุ 47 ปี สัญชาติสวีเดน สภาพศพเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมง จึงนำศพส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.ป่าตอง

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายแฮมเรนพักอาศัยอยู่ที่ห้องดังกล่าวมาราว 1 สัปดาห์แล้ว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าผู้ตายอาจเครียดปัญหาชีวิตส่วนตัว จึงตัดสินใจผูกคอตายในที่สุด อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด